ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนากลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านสำโรง-โคกเพชร

ชื่อเรื่อง การพัฒนากลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านสำโรง-โคกเพชร

ผู้วิจัย นายกิจขจร สุนทรสวัสดิ์

ปีการศึกษา 2569

การพัฒนากลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถาน ศึกษา โรงเรียนบ้านสำโรง-โคกเพชร มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านสำโรง-โคกเพชร 2) เพื่อปฏิบัติการและศึกษาผลปฏิบัติการใช้กลยุทธ์ตามวงจรของเคมมิสและแม็คทักการ์ท 3) เพื่อประเมินกลยุทธ์โดยพิจารณาจากเป้าหมายในการพัฒนา ดังนี้ 3.1) การมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา 3.2) ผลการประเมินระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา (ประเมินโดยหน่วยงานต้นสังกัด) ในปีการศึกษา 2567 และปีการศึกษา 2568 และ 4) เพื่อศึกษาขวัญกำลังใจของครูและความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้ 4.1) ศึกษาขวัญกำลังใจของครูในการดำเนินการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา หลังใช้กลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม 4.2) ศึกษาความพึงพอใจของ ผู้ปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีต่อคุณภาพการบริหารและการจัดการ คุณภาพการเรียนการสอน และคุณภาพของนักเรียนหลังใช้กลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม

โดยมีผู้เกี่ยวข้องในการวิจัย ประกอบด้วย ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในปีการศึกษา 2566 -2568 และการดำเนินงานเป็น 4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่หนึ่งการสร้างกลยุทธ์ ระยะที่สองการนำกลยุทธ์ไปใช้ตามวงจรปฏิบัติการของเคมมิสและแม็คทักการ์ท (วงจรที่ 1 ปีการศึกษา 2566 – 2567 และวงจรที่ 2 ปีการศึกษา 2568) ระยะที่สามการประเมินกลยุทธ์ และระยะที่สี่การศึกษาขวัญกำลังใจของครูและความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบประเมินโครงการ แบบประเมินการมีส่วนร่วม แบบสอบถามขวัญกำลังใจของครู และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและสร้างข้อสรุปจากข้อมูล ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้สถิติพื้นฐาน ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และผลการดำเนินงานสามารถสรุปได้ดังนี้

1). การพัฒนากลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ 12 โครงการ (กลยุทธ์ที่ 1 กลยุทธ์การพัฒนาตนเอง มี 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โครงการศึกษาดูงานจากโรงเรียนต้นแบบเป็นที่ยอมรับ และโครงการพัฒนาครูสู่มืออาชีพ กลยุทธ์ที่ 2 กลยุทธ์การสร้างแรงจูงใจ มี 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ และโครงการปรับปรุงบริบทของโรงเรียน กลยุทธ์ที่ 3 กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ มี 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน โครงการชุมชนร่วมใจ และโครงการวันสำคัญ กลยุทธ์ที่ 4 กลยุทธ์การร่วมคิดร่วมตัดสินใจ มี 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการนิเทศชั้นเรียน โครงการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี และโครงการประชุมผู้ปกครองและ Open House)

2) ผลการปฏิบัติการใช้กลยุทธ์ตามวงจรของเคมมิสและแม็คทักการ์ท พบว่า ผลการดำเนินโครงการในวงจรที่ 1 ทั้ง 12 โครงการ มีค่าเฉลี่ยผลการประเมินระดับมาก ( x̄ = 3.51) ขึ้นไป และในวงจรที่ 2 ทั้ง 12 โครงการ ก็มีค่าเฉลี่ยผลการประเมินในระดับมาก (x̄ = 3.51) ขึ้นไป และมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นและมากกว่าวงจรที่ 1 ทุกโครงการ

3) ผลการประเมินกลยุทธ์ พบว่า หลังการใช้กลยุทธ์ ครู ผู้ปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการในด้านต่างๆ มากกว่าก่อนการใช้กลยุทธ์ มีผลการประเมินการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 3.51) ขึ้นไป และการเปรียบเทียบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2567 และปี 2568 พบว่า โรงเรียนมีผลการประเมินระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2568 สูงกว่าปีการศึกษา 2567 ทุกมาตรฐาน โดยปี 2567 มีค่าเฉลี่ยระดับคุณภาพอยู่ในระดับดี และในปีการศึกษา 2568 มีค่าเฉลี่ยระดับคุณภาพอยู่ในระดับยอดเยี่ยม

4) ผลการศึกษาขวัญกำลังใจของครูและความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่า หลังการใช้กลยุทธ์ครูมีขวัญกำลังใจอยู่ในระดับมาก (µ = 3.51) ขึ้นไป และผู้เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจในคุณภาพการจัดการศึกษาอยู่ในระดับมาก (µ = 3.51) ขึ้นไปทุกด้าน

โพสต์โดย น้อยครับ : [19 ส.ค. 2569 (15:49 น.)]
อ่าน [31] ไอพี : 106.0.160.71
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 22,968 ครั้ง
หลากวิตามินพิชิตเบาหวาน หยุดน้ำตาลพุ่งสูง ก่อนสายเกินแก้
หลากวิตามินพิชิตเบาหวาน หยุดน้ำตาลพุ่งสูง ก่อนสายเกินแก้

เปิดอ่าน 27,674 ครั้ง
ทายนิสัยจากฤดูที่ชอบ
ทายนิสัยจากฤดูที่ชอบ

เปิดอ่าน 2,743 ครั้ง
Backlink คืออะไร ? ปัจจัยสำคัญที่คนทำ SEO ไม่ควรมองข้าม
Backlink คืออะไร ? ปัจจัยสำคัญที่คนทำ SEO ไม่ควรมองข้าม

เปิดอ่าน 10,061 ครั้ง
ฟังเอ็มพี 3 ดังสุดๆ วันละแค่ 1 ชม. อันตรายร้ายแรงถึงหูดับได้
ฟังเอ็มพี 3 ดังสุดๆ วันละแค่ 1 ชม. อันตรายร้ายแรงถึงหูดับได้

เปิดอ่าน 14,048 ครั้ง
ยาตีกันอันตราย
ยาตีกันอันตราย

เปิดอ่าน 15,764 ครั้ง
ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าด้วยกองทุนสานพลังประชารัฐ:โรงเรียนประชารัฐ พ.ศ.2559
ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าด้วยกองทุนสานพลังประชารัฐ:โรงเรียนประชารัฐ พ.ศ.2559

เปิดอ่าน 116,720 ครั้ง
การกำเนิดของศาสนาพราหมณ์
การกำเนิดของศาสนาพราหมณ์

เปิดอ่าน 18,600 ครั้ง
กบเฒ่านั่งเฝ้ากอบัว
กบเฒ่านั่งเฝ้ากอบัว

เปิดอ่าน 18,470 ครั้ง
ช้อน-ส้อม จุ่มน้ำร้อนหม้อหุงข้าว ฆ่าเชื้อโรคไม่ตาย
ช้อน-ส้อม จุ่มน้ำร้อนหม้อหุงข้าว ฆ่าเชื้อโรคไม่ตาย

เปิดอ่าน 17,801 ครั้ง
ปฏิทินการรับสมัครนักเรียน ปี 2559
ปฏิทินการรับสมัครนักเรียน ปี 2559

เปิดอ่าน 13,622 ครั้ง
รวมคลิปผาดโผนที่ Fail ประจำเดือน กันยายน 2555
รวมคลิปผาดโผนที่ Fail ประจำเดือน กันยายน 2555

เปิดอ่าน 28,582 ครั้ง
เกณฑ์คุณลักษณะเฉพาะรายการครุภัณฑ์ห้องปฏิบัติการและห้องพิเศษ 22 รายการ ประจำปีงบประมาณ 2557
เกณฑ์คุณลักษณะเฉพาะรายการครุภัณฑ์ห้องปฏิบัติการและห้องพิเศษ 22 รายการ ประจำปีงบประมาณ 2557

เปิดอ่าน 12,237 ครั้ง
หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน
หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน

เปิดอ่าน 14,372 ครั้ง
นม ร.ร.ป้องกัน มะเร็ง ช่วยไม่ให้เกิดขึ้นเมื่อตอนเป็นผู้ใหญ่
นม ร.ร.ป้องกัน มะเร็ง ช่วยไม่ให้เกิดขึ้นเมื่อตอนเป็นผู้ใหญ่

เปิดอ่าน 12,368 ครั้ง
คู่มือการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
คู่มือการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

เปิดอ่าน 13,970 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาที่ห้องเรียนจุดเริ่มต้นการเรียนรู้เด็ก-ครู
ปฏิรูปการศึกษาที่ห้องเรียนจุดเริ่มต้นการเรียนรู้เด็ก-ครู
เปิดอ่าน 83,318 ครั้ง
คู่มือการปฏิบัติงานธุรการโรงเรียน
คู่มือการปฏิบัติงานธุรการโรงเรียน
เปิดอ่าน 11,398 ครั้ง
ยก เฟซบุ๊ก เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในสหรัฐ
ยก เฟซบุ๊ก เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในสหรัฐ
เปิดอ่าน 36,520 ครั้ง
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2555
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2555
เปิดอ่าน 36,359 ครั้ง
6 ประโยชน์ของการอาบน้ำที่คุณอาจยังไม่รู้
6 ประโยชน์ของการอาบน้ำที่คุณอาจยังไม่รู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ