บทคัดย่อ
หัวข้อวิจัย: นวัตกรรมเครื่องช่วยฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษาสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๕ (บ้านตลาดเก่า) สังกัด เทศบาลนครยะลา
สถานที่ศึกษา: โรงเรียนเทศบาล ๕ (บ้านตลาดเก่า) สังกัดเทศบาลนครยะลา
ผู้วิจัย สมศักดิ์ จันลาภ
ปีการศึกษา 2567
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ตามกระบวนการ ADDIE Model การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) ศึกษาประสิทธิภาพของเครื่องช่วยฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล ที่พัฒนาขึ้น และ 3) ศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อเครื่องช่วยฝึก กลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ครูผู้สอนพลศึกษาในโรงเรียนพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 10 ท่าน (เลือกแบบเจาะจง) เพื่อประเมินประสิทธิภาพ และ 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๕ (บ้านตลาดเก่า) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 30 คน (สุ่มอย่างมีระบบ) แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 15 คน และกลุ่มควบคุม 15 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ เครื่องช่วยฝึกทักษะ แบบประเมินประสิทธิภาพ แบบทดสอบทักษะ และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า:
1. การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม: เครื่องช่วยฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลประยุกต์ใช้วัสดุเหลือใช้ในชุมชน (แนวคิดนวัตกรรมรักษ์โลก ต้นทุนต่ำ ไม่ใช้ไฟฟ้า) มีคุณลักษณะเคลื่อนย้ายสะดวก ถอดประกอบได้ ปรับระดับความสูงได้ และรองรับสถานีฝึกทักษะพื้นฐาน 5 ด้าน ผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ 10 ท่าน พบว่าเครื่องช่วยฝึกมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ยรวม 4.90, S.D. = 0.12) โดยเฉพาะด้านโครงสร้าง ความทนทาน และประโยชน์เชิงการเรียนรู้
2. ผลการทดสอบประสิทธิภาพ: ผลการเปรียบเทียบหลังการทดลองพบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับการฝึกโดยใช้เครื่องช่วยฝึก มีคะแนนเฉลี่ยทักษะการเล่นลูกสองมือล่าง (= 23.33) และทักษะการกระโดดตบ (= 22.73) สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ฝึกแบบปกติ (= 20.07 และ = 20.93 ตามลำดับ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p < 0.05
3. ผลการประเมินความพึงพอใจ: นักเรียนกลุ่มทดลองมีความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมเครื่องช่วยฝึกอยู่ในระดับ "มากที่สุด" ทุกด้าน (ค่าเฉลี่ยรวม 4.80, S.D. = 0.15) ทั้งในด้านความสะดวกในการใช้งาน ความทนทาน และประโยชน์ที่ได้รับ
คำสำคัญ: เครื่องช่วยฝึก, ทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล, วัสดุเหลือใช้, นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4