ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สุขศึกษาและพลศึกษา > ทานไข่วันละกี่ฟอง ถึงจะดี?

ทานไข่วันละกี่ฟอง ถึงจะดี?

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 มี.ค. 2558 เปิดอ่าน : 12,852 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ ไข่ไม่ได้เป็นสาเหตุของปัญหาคอ เลสเตอรอลเกินในคน โดยจากรายงานของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกเหมือนกันที่พบว่าสาเหตุที่ทำให้คนเรามีภาวะคอ เลสเตอรอลสูงนั้น ❞
ทานไข่วันละกี่ฟอง ถึงจะดี?

Advertisement

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลคำแนะนำของคณะกรรมการด้านโภชนาการ ของสหรัฐอเมริกายกเลิก “สารคอเลสเตอรอลไม่ได้เป็นอันตรายต่อประชากรของสหรัฐ อเมริกาอีกต่อไป” ซึ่งต่อมามีการตีความถึงขั้นว่าจากนี้ไปสามารถรับประทานไข่ได้มากถึงวันละ 5-6 ฟอง จนเกิดข้อสงสัย และกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ตามแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน

ก่อนจะมีการคาดเดาไปต่าง ๆ นานา นายสง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ระบุ ความจริงของ “ไข่” จัดเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง และคุณภาพดีกว่าโปรตีนจากแหล่งอื่น ๆ อย่างเนื้อปลา เนื้อหมู ถั่ว แถมยังมีสารอาหารที่อุดมสมบูรณ์ เช่น วิตามินดี วิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี และธาตุเหล็กมากที่หาได้ยากจากอาหารประเภท อื่น ๆ

นอกจากนี้ในไข่ยังมี “เรซิติน” และ “โคลีน” ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเซลล์สมอง ช่วยพัฒนาสมอง ช่วยให้ปลายประสาทมีความเชื่อมโยง และเติบโตได้เต็มศักยภาพ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการเรียนหนังสือ และทำงานมาก อย่างไรก็ตามในไข่ก็มีคอเลสเตอรอลสูงด้วยเช่นเดียว กัน และตรงนี้เองที่มากลบคุณประโยชน์มหาศาลของไข่ไป ทำให้คนกลัวการรับประทานไข่ เอะอะ ๆ ก็คอเลสเตอรอลสูง ทั้ง ๆ ที่เมื่อเทียบแล้วคุณประโยชน์ของไข่มีมากกว่า

และที่สำคัญคือ “ไข่” ไม่ได้เป็นสาเหตุของปัญหาคอ เลสเตอรอลเกินในคน โดยจากรายงานของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกเหมือนกันที่พบว่าสาเหตุที่ทำให้คนเรามีภาวะคอ เลสเตอรอลสูงนั้น เป็นเพราะ 1.เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง 2.รับประทานอาหารที่มีรสหวานมาก 3.อาหารที่มีแป้งเยอะ คาร์โบไฮเดรตสูง 4.รับประทานผักน้อย และ 5.ไม่ออกกำลังกาย เป็นต้น

“เพราะฉะนั้นอย่ามาโทษไข่ แต่ส่วนตัวอาจารย์แล้วก็ไม่แนะนำให้รับประทานไข่มากถึงวันละ 5-6 ฟองขนาดนั้น แม้จะไม่เป็นโทษก็ตาม เพราะมันทำให้เราไม่ได้รับคุณค่าและสารอาหารที่หลากหลาย เราควรได้โปรตีนที่ได้จากแหล่งอื่นด้วย เช่น ปลา ถั่วเมล็ดแห้ง เต้าหู้ โปรตีนจากพืช จากเนื้อหมู เนื้อไก่ การได้โปรตีนจากไข่เพียงอย่างเดียวก็ไม่ดีนัก คนเราต้องรับประทานอาหารที่หลากหลาย”

ทั้งนี้ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับคนไทยนั้นกรมอนามัยแนะนำว่าในเด็กอายุ 6 เดือน ไปจนถึงเป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพปกติควรรับประทานไข่อย่างน้อยวันละ 1 ฟอง ในเด็กอาจจะรับประทานได้ถึงวันละ 2 ฟอง แต่ถ้ามีปัญหาคอเลสเตอรอลสูง ไขมันสูง ความดันอยู่แล้ว อาจจะรับประทานตามหมอสั่งสัปดาห์ละ 2-3 ฟอง ร่วมกับการออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพประจำปี หรือถ้าเป็นนักกีฬาที่ต้องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อจะรับประทานวันละ 3-4 ฟองก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรตรวจร่างกายก่อน

ส่วนการรับประทานไข่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด มี 5 ข้อ 1.รับประทานไข่สุก ไม่รับประทานไข่ลวกหรือไข่ดิบ เพราะในไข่ลวกนั้นมีโอกาสติดเชื้อซาโมไนลา ไข้หวัดนก และเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายกับร่างกายได้ 2.รับประทานควบคู่กับอาหารประเภทผัก ผลไม้ หรืออาหารหลัก 5 หมู่ 3.รับประทานประเภทไข่ต้ม ไข่ตุ๋น มากกว่าไข่เจียวหรือ ไข่ดาว เพราะไข่ต้มฟองหนึ่งจะให้พลังงานเพียง 70 กิโลแคลอรี ไข่ดาวให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรีเพราะมีนํ้ามัน ยิ่งถ้าเป็นไข่เจียวฟู 240 แคลอรี 4. หลังรับประทานไข่ พยายามเลี่ยงอาหารคอเลสเตอรอลสูง โดยเฉพาะอาหารทะเล จำพวกปลาหมึก และ 5.ออกกำลังกาย เป็นต้น

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นไข่ หรืออาหารประเภทไหนก็ขอให้รับประทานแต่พอดี มากไป น้อยไป ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งสิ้น.

อภิวรรณ เสาเวียง : รายงาน
ขอบคุณที่มาจาก เดลินิวส์

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ทานไข่วันละกี่ฟอง ถึงจะดี? , , ทานไข่วันละกี่ฟอง , ถึงจะดี? << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เด็กกับโรคหวัด☕ คลิกอ่านเลย
เด็กกับโรคหวัด
เปิดอ่าน 13,710 ครั้ง
ประเภทของลูกเสือ☕ คลิกอ่านเลย
ประเภทของลูกเสือ
เปิดอ่าน 37,014 ครั้ง
สีเสียด☕ คลิกอ่านเลย
สีเสียด
เปิดอ่าน 12,017 ครั้ง
ประโยชน์ของ "ขมิ้นต้น"☕ คลิกอ่านเลย
ประโยชน์ของ "ขมิ้นต้น"
เปิดอ่าน 24,060 ครั้ง
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต☕ คลิกอ่านเลย
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต
เปิดอ่าน 16,670 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

รัฐบาลทำงานอย่างไร? จึงจะถูกใจประชาชนรัฐบาลทำงานอย่างไร? จึงจะถูกใจประชาชน
เปิดอ่าน 5,386 ครั้ง
สาเหตุใหญ่ของป่วยเป็นมะเร็ง มาจากนิสัยการกินอยู่แต่ละคนสาเหตุใหญ่ของป่วยเป็นมะเร็ง มาจากนิสัยการกินอยู่แต่ละคน
เปิดอ่าน 16,463 ครั้ง
ดูให้รู้ - วิธีการสอนเพื่อพัฒนาสมองทั้งซีกขวาและซ้ายในญี่ปุ่นดูให้รู้ - วิธีการสอนเพื่อพัฒนาสมองทั้งซีกขวาและซ้ายในญี่ปุ่น
เปิดอ่าน 91,176 ครั้ง
สมองได้อะไรจากการออกกำลังกายบ้าง?สมองได้อะไรจากการออกกำลังกายบ้าง?
เปิดอ่าน 9,470 ครั้ง
ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใช้ธูปกี่ดอกกันบ้าง?ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใช้ธูปกี่ดอกกันบ้าง?
เปิดอ่าน 15,538 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ