การบูรณาการทักษะสมอง EF ในกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างการคิดตัดสินใจและทักษะการปฏิเสธของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
ขั้นที่ 1 ขั้นวางแผน (Plan) เป็นขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล สภาพปัญหา และกำหนดจุดประสงค์และเป้าหมายในการดำเนินงาน ดังนี้
1) ศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการจำเป็น ดำเนินการวิเคราะห์บริบทของสังคมและชุมชน
ที่ส่งผลกระทบต่อผู้เรียน โดยเฉพาะปัญหาการเข้าถึงสารเสพติดรูปแบบใหม่ที่แฝงมากับขนมและเครื่องดื่ม ซึ่งพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ยังขาดวิจารณญาณในการประเมินความปลอดภัย จึงมีความต้องการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการทักษะสมอง EF เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันตนเองอย่างยั่งยืน
2) นำข้อมูลสภาพปัญหามากำหนดวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) การยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) และการยืดหยุ่นความคิด (Cognitive Flexibility) พร้อมตั้งเป้าหมายเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ตลอดจนกำหนดพฤติกรรมบ่งชี้ความสำเร็จที่สามารถสังเกตและวัดผลได้จริงผ่านสถานการณ์จำลอง
ขั้นที่ 2 ขั้นปฏิบัติ (Do) เป็นขั้นตอนการออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ และการนำกระบวนการไปใช้จัดการเรียนรู้จริง ตามรายละเอียด ดังนี้
1) ดำเนินการออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนา EF
ซี่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 กำหนดและนำเข้าสู่สถานการณ์
กระบวนการ ใช้สื่อดิจิทัลและบรรจุภัณฑ์จำลองเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนใช้ความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) ในการสังเกตสัญลักษณ์เตือนภัย
การเชื่อมโยง EF กระตุ้นทักษะความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) โดยให้นักเรียน
ดึงข้อมูลหรือกติกาความปลอดภัยที่เคยเรียนรู้มาใช้ เพื่อสังเกตสัญลักษณ์เตือนภัยบนบรรจุภัณฑ์จำลอง
ขั้นที่ 2 วิเคราะห์และประเมินทางเลือก
กระบวนการ กระตุ้นให้นักเรียนฝึกพฤติกรรม "หยุด รอ คิด" ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ เพื่อพัฒนาทักษะการยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control)
การเชื่อมโยง EF เป็นการฝึกการยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) นักเรียนจะได้ฝึกพฤติกรรม "หยุด รอ และคิดก่อนทำ" เพื่อควบคุมแรงกระตุ้นหรือความอยากรู้อยากเห็นของตนเองก่อนที่จะตัดสินใจ
ขั้นที่ 3 ตัดสินใจและแสดงบทบาทสมมติ
กระบวนการ ให้นักเรียนฝึกเผชิญสถานการณ์กดดันผ่านการแสดงบทบาทสมมติ (Role-play) เพื่อคิดหาทางเลือกใหม่ในการปฏิเสธอย่างสุภาพและปลอดภัย ซึ่งเป็นการฝึกการยืดหยุ่นความคิด (Cognitive Flexibility)
การเชื่อมโยง EF เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกการยืดหยุ่นความคิด (Cognitive Flexibility) เพื่อปรับวิธีคิดหรือเลือกทางเลือกใหม่เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าเปลี่ยนแปลงไป เช่น เมื่อถูกเซ้าซี้ นักเรียนสามารถเสนอทางเลือกในการปฏิเสธ หรือรู้วิธีเดินหนีและขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ
ขั้นที่ 4 สะท้อนคิดและถอดบทเรียน
กระบวนการ ให้นักเรียนตรวจสอบตนเอง โดยถอดบทเรียนจากวิธีการแก้ปัญหาของเพื่อนและของตนเอง
การเชื่อมโยง EF นักเรียนได้ฝึกทักษะการตรวจสอบตนเอง เพื่อสังเกตและประเมินพฤติกรรมหรือผลการตัดสินใจของตนเองในสถานการณ์นั้น ๆ นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ในการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน
2) นำกระบวนการ 4 ขั้นตอนไปจัดการเรียนรู้จริงในชั้นเรียน โดยเน้นการจัดสภาพแวดล้อมเชิงบวก ปลอดภัย ไม่ใช้สารเสพติดจริง และทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติและฝึกทักษะ EF อย่างเต็มศักยภาพ
ขั้นที่ 3 ขั้นตรวจสอบ (Check) เป็นขั้นตอนการตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการเรียนรู้เชิงสถานการณ์โดยบูรณาการทักษะสมอง EF ดังนี้
1) ประเมินผลการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยดำเนินการวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม ด้วยใช้เครื่องมือที่สอดคล้องกับพฤติกรรมบ่งชี้ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการตัดสินใจ และรูบริกประเมินการแสดงบทบาทสมมติ เพื่อรวบรวมข้อมูลความก้าวหน้าด้านทักษะสมอง EF ของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
ขั้นที่ 4 ขั้นปรับปรุงพัฒนา (Act) เป็นขั้นตอนการนำผลการประเมิน และข้อมูลมาปรับปรุงแก้ไขกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสม และมีคุณภาพมากขึ้น ดังนี้
1) นำผลการประเมินและข้อมูลจากการสะท้อนคิดมาวิเคราะห์ข้อจำกัด เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขการออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน เช่น หากพบว่านักเรียนยังขาดความมั่นใจในการเลือกใช้ประโยคปฏิเสธ จะทำการเพิ่มสื่อเสริมหรือบัตรคำทางเลือก (Choice Cards) เข้าไปในแผนการจัดการเรียนรู้วงรอบถัดไป
เพื่อยกระดับคุณภาพของวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น