ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > การเรียนรู้ที่ห้ามมองข้ามกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของลูกน้อย

การเรียนรู้ที่ห้ามมองข้ามกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของลูกน้อย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 20 มี.ค. 2555 เปิดอ่าน : 8,564 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การเรียนรู้ที่ห้ามมองข้ามกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของลูกน้อย

Advertisement

การ กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการมีความสำคัญต่อลูกขวบแรกมากที่สุด เพราะแม้ลูกวัยนี้จะยังตอบสนองได้ไม่เต็มที่ แต่ก็มีความสามารถในการรับรู้และเข้าใจค่ะ ซึ่งถ้าได้รับการส่งเสริมที่ดีตั้งแต่เล็กๆ ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อยอดสู่วัย 1-3 ปี การส่งเสริมพัฒนาการผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ตาดู หูฟัง มือสัมผัส จมูกได้กลิ่น และลิ้นลิ้มรสค่ะ



1. ให้นมแม่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุด เพราะขณะที่คุณแม่อุ้มเจ้าตัวเล็กให้กินนม ลูกก็จะได้รับสัมผัสอันอบอุ่น มีการสบตา หากพูดคุยกับลูกไปด้วยก็เป็นการกระตุ้นประสาทหูค่ะ

2. สบตาและยิ้มกับลูกจะทำให้ลูกมีปฏิกิริยาตอบสนอง เพราะลูกสามารถมองเห็นหน้าพ่อแม่ หรืออาจเล่นจ๊ะเอ๋กับลูกก็ช่วยกระตุ้นความสนใจ ทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้เรื่องการมองเห็น และรู้ว่าแม้เวลาที่ไม่เห็นแม่ ความจริงแล้วแม่ไม่ได้ไปไหนแต่ซ่อนอยู่ข้างหลังนั่นเอง ^^

3. คุยกับลูก แม้ เจ้าตัวน้อยจะยังไม่สามารถโต้ตอบด้วยคำพูด แต่ก็ไม่ใช่ว่าลูกจะไม่อยากรับฟังเสียงนะคะ ตรงกันข้าม มีงานวิจัยพบว่าลักษณะการรับรู้ของเด็ก เมื่อเทียบกับการเปิดเสียงเพลงและเสียงคนพูดให้เด็กฟัง เด็กจะสนใจฟังเสียงคนมากกว่า โดยเฉพาะอายุราว 4-5 เดือนจะเริ่มจำแม่ได้ จำเสียงของแม่หรือคนที่คุ้นเคยได้ จึงควรพูดคุยกับลูกเป็นประจำ

4. ให้ลูกคว้าจับจะ ช่วยให้ลูกได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ แต่เด็กบางคนกลับไม่เคยถูกกระตุ้นให้หยิบจับหรือไขว่คว้าอะไรเลย เพราะคุณพ่อคุณแม่หยิบให้ตลอด ทำให้ไปขัดขวางการทำงานของนิ้ว มือ ส่งผลให้พัฒนาไม่เต็มที่ คุณพ่อคุณแม่จึงควรเปิดโอกาสและสนับสนุนให้ลูกได้คว้าจับสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง นอกจากนั้น ก็ต้องโอบกอดสัมผัสลูกอย่างสม่ำเสมอ

5. เรียนรู้จากกลิ่นแม้ในระยะแรกลูกจะยังแยกแยะไม่ได้ว่าที่ได้กลิ่นนั้นเป็นกลิ่นอะไร แต่ประสาทสัมผัสด้านนี้ของลูกก็เริ่มทำงานแล้ว ทำให้ยิ่งสะสมการเรียนรู้ที่สุดก็จะสามารถแยกได้ว่ากลิ่นไหนเป็นกลิ่นหอม หรือเหม็น ชอบหรือไม่ชอบ และเริ่มจำแนกกลิ่นต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เช่น จำกลิ่นนมแม่ได้ จำกลิ่นของคุณแม่ได้ เป็นต้น ดัง นั้น การอยู่ใกล้ชิดลูกเสมอ

6. ชิมได้ไม่อันตรายธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งของลูกวัยขวบแรก คือการหยิบของเข้าปาก ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านการสำรวจด้วยปาก คุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลเรื่องความปลอดภัยและความสะอาดของสิ่งต่าง ๆ ที่ลูกอาจคว้าเข้าปากนะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก momypedia

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การเรียนรู้ที่ห้ามมองข้ามกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของลูกน้อย , , การเรียนรู้ที่ห้ามมองข้ามกับประสาทสัมผัสทั้ง , 5 , ของลูกน้อย << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
วัยไหนให้ดูทีวี

วัยไหนให้ดูทีวี
เปิดอ่าน 10,917 ครั้ง
คลิกอ่าน!
ออกกำลังกาย สู้หวัด 2009

ออกกำลังกาย สู้หวัด 2009
เปิดอ่าน 8,401 ครั้ง
คลิกอ่าน!
การเลือกโต๊ะที่เป็นมงคล

การเลือกโต๊ะที่เป็นมงคล
เปิดอ่าน 8,933 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
อาการ ไอ แก้ได้ไม่ง้อยา ☕ คลิกอ่านเลย
อาการ ไอ แก้ได้ไม่ง้อยา
เปิดอ่าน 13,756 ครั้ง
20 เรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์☕ คลิกอ่านเลย
20 เรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์
เปิดอ่าน 7,903 ครั้ง
กระเทียม....เปี่ยมคุณค่า☕ คลิกอ่านเลย
กระเทียม....เปี่ยมคุณค่า
เปิดอ่าน 13,320 ครั้ง
วิวาห์ใต้สมุทรตรัง 2010☕ คลิกอ่านเลย
วิวาห์ใต้สมุทรตรัง 2010
เปิดอ่าน 8,064 ครั้ง
15 นาทีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น☕ คลิกอ่านเลย
15 นาทีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
เปิดอ่าน 6,885 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ใช้กระดาษบางๆ ทำสะพานวางแก้วน้ำได้ ทำยังไง เทคนิคดีๆ เอาไว้สอนเด็กครับใช้กระดาษบางๆ ทำสะพานวางแก้วน้ำได้ ทำยังไง เทคนิคดีๆ เอาไว้สอนเด็กครับ
เปิดอ่าน 15,502 ครั้ง
คนขับรลเมล์ เป็นลมขณะขับรถ ผู้โดยสารช่วยกันประคองรถวุ่น คนขับรลเมล์ เป็นลมขณะขับรถ ผู้โดยสารช่วยกันประคองรถวุ่น
เปิดอ่าน 10,147 ครั้ง
คุณสมบัติของ e-Learningคุณสมบัติของ e-Learning
เปิดอ่าน 17,409 ครั้ง
อาหารที่ทำให้ดูสวย อาหารที่ทำให้ดูสวย
เปิดอ่าน 9,871 ครั้ง
เด็กไทยเป็นอัจฉริยะ 4.0 ได้ง่าย ถ้าฝึกช่วงเรียนรู้ไว (3-6 ขวบ)เด็กไทยเป็นอัจฉริยะ 4.0 ได้ง่าย ถ้าฝึกช่วงเรียนรู้ไว (3-6 ขวบ)
เปิดอ่าน 11,239 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ