ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ภาษาไทย > ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ

ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 30 ธ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 17,675 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ

Advertisement

โดย ดร.ดำรงค์ ชลสุข อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี

การสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ มิใช่เพียงแต่เป็นหน้าที่ของครูเท่านั้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองยังเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีความสำคัญในการอ่านออกของเด็ก เพราะใกล้ชิดเด็กมากที่สุดขณะอยู่ที่บ้าน

ทั้ง 2 ฝ่ายจึงต้องช่วยกันฝึกฝนให้เด็กได้อ่านหนังสือเป็นประจำทุกวัน บทความนี้ขอกล่าวถึงสภาพทั่วไปการอ่านออกเขียนได้ของเด็กไทย สาเหตุที่เด็กอ่านไม่ออก และวิธีการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกด้วยการแจกลูก-สะกดคำ

1.สภาพทั่วไปการอ่านออกเขียนได้ของเด็กไทย

พ.ศ.2551 จากรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พบว่าเด็กไทยอายุ 15 ปี ร้อยละ 37 มีความสามารถในการอ่านต่ำมาก ซึ่งส่งผลให้การเรียนวิชาอื่นๆ อ่อนด้อยตามไปด้วย และจากคะแนนการสอบ O-NET ปรากฏว่านักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 (คะแนนเต็ม 100 ได้ไม่ถึง 50 คะแนน) ในทุกรายวิชา ส่วนการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนทุกระดับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539-2551 อยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 50

นอกจากนั้น จากการประเมินคุณภาพการศึกษาของ สมศ. รอบที่สอง (พ.ศ.2549-2553) มีข้อสังเกตว่านักเรียนในระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษามีปัญหาการอ่านออกเขียนได้ โดยพบว่ามีนักเรียนในหลายโรงเรียนเขียนคำภาษาไทยผิด การเรียงรูปประโยคไม่ถูกต้อง ทำให้ข้อความที่เขียนไม่สามารถสื่อความหมายได้ สำหรับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทั่วประเทศจำนวน 782,284 คน (จากโรงเรียน 31,269 แห่ง) พบว่าด้านการอ่านของนักเรียนต้องปรับปรุงร้อยละ 3.52 อ่านไม่ได้ร้อยละ 4.18

พ.ศ.2552 จากคะแนน O-NET วิชาภาษาไทยชั้นมัธยมประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำแนกตามประเภทโรงเรียนพบว่า 1) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทั่วไปและโรงเรียนขยายโอกาสได้คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 39 คะแนน และ 37-30 ตามลำดับ จากคะแนนเต็ม 100 และ 2) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนทั่วไปและโรงเรียนขยายโอกาสได้คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 36.02 และ 33.15 ตามลำดับ จากคะแนนเต็ม 100 นั่นแสดงว่าคะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนทุกประเภทต่ำกว่า 50 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100

 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำการวิจัยการอ่านออกของนักเรียนประถมศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 181 เขต ในปี พ.ศ.2556 ผลปรากฏว่า 1) นักเรียนอ่านไม่ออกระดับรุนแรง 1.1) ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 7,920 คน คิดเป็นร้อยละ 1.8 และ 1.2)ประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 25,373 คน คิดเป็นร้อยละ 5.7 นอกจากนั้นยังมี 2) นักเรียนอ่านไม่ออกระดับต้องปรับปรุง 2.1) ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 27,943 คน คิดเป็นร้อยละ 6.3 และ 2.2) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 43,028 คนคิดเป็นร้อยละ 9.7 รวมทั้ง 2 กลุ่มแล้วมีนักเรียนที่อ่านไม่ออกระดับรุนแรงและระดับต้องปรับปรุงดังนี้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 35,863 คน และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 68,401 คน

โดยสรุปแล้วในปีการศึกษา 2558 สพฐ.ได้แถลงว่าเปิดเทอมแรกของปีการศึกษานี้พบว่านักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แบ่งตามระดับชั้นเรียนมีดังนี้ ป.1 ร้อยละ 11, ป.2 ร้อยละ 8 และ ป.3 ร้อยละ 5 หรือหากคิดเป็นตัวเลขที่จำได้ง่ายๆ ก็คือ เด็กชั้น ป.6 และ ป.3 ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มีมากกว่าสองแสนคน ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดชายแดน


2.สาเหตุเด็กอ่านไม่ออก

2.1 การย้ายถิ่นฐานของผู้ปกครอง ทำให้เด็กต้องย้ายติดตามเปลี่ยนโรงเรียนบ่อยๆ

2.2 สติปัญญาของเด็ก เด็กบางคนเป็นโรคดิสเล็กเซีย (Dyslexia) คือโรคบกพร่องทางสติปัญญา ขาดทักษะการเรียนรู้ มีพัฒนาการด้านการพูดช้า เรียนรู้ศัพท์ใหม่บางคำได้ช้า มีปัญหาด้านการจำและการเขียนตัวอักษร ถ้าเด็กมีระดับความผิดปกติในระดับรุนแรง อาจมีสติปัญญาต่ำกว่าเด็กปกติประมาณ 2 ชั้นเรียน โรคดังกล่าวเกิดในเด็กชายมากกว่าในเด็กหญิงประมาณ 3-4 เท่า

2.3 เด็กที่ติดตามมากับพ่อแม่ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าว หรือเด็กชาติพันธุ์ซึ่งไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก เช่นเดียวกับเด็กชาวไทยภูเขาไม่ได้พูดหรือใช้ภาษาไทยขณะอยู่ที่บ้าน

2.4 วิธีการสอนของครูไม่สามารถทำให้เด็กอ่านออกได้ เช่น ขาดความชำนาญและประสบการณ์ในการสอนภาษาไทย หรือบางโรงเรียนขาดครูสอนภาษาไทยโดยเฉพาะ นอกจากนั้นครูมีจำนวนน้อย หรือบางโรงเรียนขาดครูสอน

2.5 เด็กไทยไม่ได้รับการปลูกฝังที่ดีให้มีนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เด็ก จากการสำรวจพบว่าคนไทยอ่านหนังสือวันละ 2 เล่ม คนสิงคโปร์วันละ 45 เล่ม และคนเวียดนามวันละ 60 เล่ม

2.6 เด็กไทยสนใจสิ่งอื่นๆ มากกว่าการอ่าน เช่น โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต วิดีโอเกม เล่นไลน์ เป็นต้น

2.7 เนื้อหาวิชาในหลักสูตรไม่เหมาะสมกับการเรียนรู้และวัยของนักเรียน

2.8 นโยบายไม่ให้เด็กเรียนซ้ำชั้น ทำให้เด็กเรียนอ่อนเลื่อนไปเรียนชั้นสูง ทั้งๆ ที่อ่านไม่ออก เขียนก็ไม่ได้

2.9 ผู้ปกครองบางคนทำงานจนลืมลูก ไม่มีเวลาสอนการบ้านและไม่ฝึกการอ่านการเขียนที่บ้านแก่ลูก มอบภาระแก่ครู หรือครูสอนพิเศษ หรือการกวดวิชา

2.10 หลักการสอนภาษาไทยสมัยใหม่ ไม่นิยมสอนแจกลูก-สะกด เช่น "เรียน" = เอ-รอ-อี-ยอ-นอ = เรียน แสดงว่าครูไม่สอนแจกลูก-สะกดคำ และผันเสียง


3.วิธีการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก

3.1 วิธีการแก้ปัญหาโดยทั่วไป

3.1.1 จัดตั้งคลินิกหมอภาษาขึ้นในโรงเรียน โดยครูสาระวิชาภาษาไทยเป็นเจ้าภาพ คัดกรองนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มาเยียวยา บันทึกผลการสอนแต่ละครั้งไว้

3.1.2 ครู ผู้ปกครองร่วมกับศึกษานิเทศก์ช่วยกันพัฒนาวิธีการสอน อุปกรณ์และสื่อการสอน ทั้งนี้ ผู้ปกครองจะต้องได้รับการอบรมวิธีการสอนภาษาไทยจากศึกษานิเทศก์และครู จนสามารถเป็นผู้ช่วยครูสอนภาษาไทยแก่นักเรียนได้

3.1.3 จัดให้มีห้องสมุดโรงเรียนตามความเหมาะสมและสภาพของโรงเรียน รณรงค์ให้นักเรียนอ่านหนังสือในห้องสมุดโรงเรียนวันละ 30 นาที

3.1.4 ทางราชการบรรจุครูไปสอนในโรงเรียนที่ขาดแคลนครู หากเป็นไปได้บรรจุครูที่เรียนวิชาเอกภาษาไทยไปสอนโรงเรียนขนาดเล็ก

3.2 วิธีการแก้ปัญหาโดยวิธีแจกลูก-สะกด-ผันเสียง ซึ่งวิธีการนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำแบบเรียนเร็วใหม่สำหรับนักเรียน ป.1 - ป.3 โดยวิธีสอนภาษาไทยในรูปแบบการแจกลูก-สะกดคำให้โรงเรียนต่างๆ ไปใช้เป็นแนวทางการสอนแล้ว วิธีการสอนที่ผู้เขียนจะนำเสนอต่อไปนี้ เขียนจากประสบการณ์ของตนเอง รวมกับการค้นคว้าจากแหล่งอื่นๆ อาจจะไม่เหมือนกับของ สพฐ.ก็เป็นได้ ซึ่งวิธีการสอนแบบการแจกลูก-สะกด มีดังต่อไปนี้

3.2.1 การแจกลูก หมายถึง การเทียบเสียงเริ่มต้นจากการสอนให้เด็กจำและออกเสียงคำ แล้วนำรูปคำซึ่งเปรียบเสมือนแม่มากระจายหรือแจกลูก โดยการเปลี่ยนสระหรือเปลี่ยนพยัญชนะต้น หรือเปลี่ยนพยัญชนะท้าย (ตัวสะกด) ซึ่งมีวิธีการดังนี้

1) ยึดพยัญชนะต้นเป็นหลัก แจกลูกโดยเปลี่ยนรูปสระ เช่น

กะ กา กิ กี กึ กื กุ กู โกะ โก

2) ยึดสระเป็นหลัก แจกลูกโดยเปลี่ยนพยัญชนะต้น เช่น

กา ขา คา งา ตา นา พา มา วา

3) ยึดสระและตัวสะกดเป็นหลัก เช่น

กาง ขาง คาง งาง ตาง นาง พาง มาง วาง

4) ยึดพยัญชนะต้นและสระเป็นหลัก แจกลูกโดยเปลี่ยนตัวสะกด เช่น

คาก คาง คาด คาน คาบ คาย คาว

3.2.2 การสะกดคำ หมายถึง การอ่านโดยนำพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และตัวสะกดมาประสมเป็นคำอ่าน ซึ่งต้องให้เด็กผันพยัญชนะรวมกับสระ แล้วนำมาผสมกับตัวสะกดให้ได้ เช่น

1) สะกดตัวควบพร้อมกัน มุ่งเพื่อออกเสียงคำควบกล้ำ เช่น

กลอง สะกดว่า กลอ-ออ-งอ (กลอง)

พลาง สะกดว่า พลา-อา-งอ (พลาง)

ปราง สะกดว่า ปรา-อา-งอ (ปราง)

กวาง สะกดว่า กวอ-อา-งอ (กวาง)

2) อ่านอักษรนำแล้วจึงสะกด มุ่งเพื่อออกเสียงคำให้ถูกต้อง เช่น

อยาก สะกดว่า หยอ-อา = หยา หยา-กอ = อยาก

หนาก สะกดว่า หนอ-อา = หนา หนา-กอ = หนาก

หมาก สะกดว่า หมอ-อา = หมา หมา-กอ = หมาก

3) คำที่เป็นสระลดรูปหรือสระเปลี่ยนรูป สะกดได้ดังนี้

คน สะกดว่า คอ-โอะ = โคะ+นอ คน (โ-อะ ลดรูป)

เค็ม สะกดว่า คอ-เอะ = เคะ+มอ เค็ม

 

 

ที่มา : นสพ.มติชน 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ , , ย้อนอดีตสอนภาษาไทย , : , แจกลูก-สะกดคำ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
ครุ ลหุ เอก โท

ครุ ลหุ เอก โท
เปิดอ่าน 81,175 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
เกลือ

เกลือ
เปิดอ่าน 43,972 ครั้ง

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
"สาสน์" "สาส์น" และ "สาร"☕ คลิกอ่านเลย
"สาสน์" "สาส์น" และ "สาร"
เปิดอ่าน 7,412 ครั้ง
ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ☕ คลิกอ่านเลย
ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ
เปิดอ่าน 17,675 ครั้ง
การเขียนที่ถูกต้องของคำว่า "โรฮีนจา-เมียนมา" แทน "โรฮิงญา-เมียนมาร์"☕ คลิกอ่านเลย
การเขียนที่ถูกต้องของคำว่า "โรฮีนจา-เมียนมา" แทน "โรฮิงญา-เมียนมาร์"
เปิดอ่าน 6,411 ครั้ง
เมื่อภาษาไทยไม่มีสระไม่เว้นวรรค ดูซิว่าอ่านยากขนาดไหน?☕ คลิกอ่านเลย
เมื่อภาษาไทยไม่มีสระไม่เว้นวรรค ดูซิว่าอ่านยากขนาดไหน?
เปิดอ่าน 21,043 ครั้ง
ความเป็นมาของคำ "ธรรมกาย" โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก☕ คลิกอ่านเลย
ความเป็นมาของคำ "ธรรมกาย" โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
เปิดอ่าน 6,753 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆ
เปิดอ่าน 20,071 ครั้ง
เทคนิคการประเมินผลในชั้นเรียน เทคนิคการประเมินผลในชั้นเรียน
เปิดอ่าน 23,707 ครั้ง
มข.ค้นพบยีสต์สายพันธุ์ใหม่ แบ่งตัวเร็ว ผลิตเอทานอลสูงมข.ค้นพบยีสต์สายพันธุ์ใหม่ แบ่งตัวเร็ว ผลิตเอทานอลสูง
เปิดอ่าน 5,639 ครั้ง
เกร็ดความรู้ "อนุสาวรีย์ชัยฯ"  เกร็ดความรู้ "อนุสาวรีย์ชัยฯ"
เปิดอ่าน 9,798 ครั้ง
คอกาแฟมีหวังอายุยืนกว่าคนไม่ดื่ม ช่วยป้องกันภัยโรคหัวใจหลอดเลือดคอกาแฟมีหวังอายุยืนกว่าคนไม่ดื่ม ช่วยป้องกันภัยโรคหัวใจหลอดเลือด
เปิดอ่าน 10,642 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม