ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน

วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 11 ม.ค. 2559 เปิดอ่าน : 11,491 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน

Advertisement

เงินมีบทบาทกับการดำเนินชีวิตของคนเราในทุกๆด้าน เพราะสามารถใช้แลกเปลี่ยนสิ่งอำนวยความสะดวกใช้ซื้อสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทำให้คนเราคุ้นเคยกับการใช้จ่ายเงินมากกว่าการ บริหารเงิน ที่หามาได้ เมื่อใช้จ่ายเงินไม่เป็นระบบเพราะขาดการบริหารก็กลายเป็นปัญหาและก่อให้เกิดหนี้สินตามมา


วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน คือข้อคิดดีๆที่เรานำมาฝากในวันนี้ ซึ่งวิธีเหล่านี้พ่อแม่ควรที่จะสอนลูกด้วยตัวเอง และควรฝึกเขาตั้งแต่เด็ก เพื่อปลูกฝังการรู้จัก บริหารเงิน ให้เป็นและการเก็บออมให้กับลูกน้อยของคุณนั่นเอง ว่าแต่มีอะไรบ้างนะ เราไปดูกันค่ะ


1.สอนลูกให้รู้จักค่าของเงิน
สอนลูกให้รู้จักค่าของเงิน เป็นการสอนลูกให้รู้จักการใช้จ่ายเงินที่ถูกต้องตั้งแต่ยังเล็กๆ การเลี้ยงลูกของพ่อแม่ในปัจจุบันไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้เด็กๆหลายๆคน เมื่อพ่อแม่พาเข้าร้านสะดวกซื้อก็จะหยิบจับสิ่งของที่ตนเองสนใจหรือต้องการทันที โดยไม่เห็นความสำคัญในการใช้จ่ายเงิน ซึ่งเด็กๆต้องรู้ว่าการเลือกซื้อสิ่งของควรเกิดจากความจำเป็นในการใช้มากกว่า ดังนั้นเมื่อลูกต้องการจะซื้ออะไรสักอย่างที่ไม่จำเป็น ซึ่งในเวลานั้นคุณก็ไม่ค่อยคล่องเรื่องเงินสักเท่าไหร่ ไม่ควรตามใจลูกแต่ควรสอนลูกให้เขาเข้าใจว่าสิ่งสิ่งนั้นมันไม่จำเป็นเลย โดยต้องสอนให้เขารู้คุณค่าของเงินด้วย เมื่อสอนแบบนี้บ่อยๆ เขาก็จะเข้าใจไปเอง แถมวิธีนี้ยังช่วยลดความเอาแต่ใจของลูกได้ด้วยนะ


2.ปลูกฝังวินัยการออม
การปลูกฝังวินัยการออมต้องทำให้เป็นนิสัย เชื่อว่าเด็กๆทุกคนถูกสอนให้เก็บออมโดยการหยอดกระปุกออมสิน แต่ไม่เคยสอนเด็กให้มีเป้าหมายในการออมเงิน เช่น หยอดกระปุกออมสินไว้เพื่อนำเงินที่ได้ไปเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือสอนให้เด็กรู้จักเก็บออมเงินไว้เพื่อซื้อสิ่งของที่ตนเองต้องการ เช่นซื้อของเล่นราคาแพงๆ ซึ่งนอกจากเป็นการสอนให้เด็กรู้จักเก็บออมเงินแล้ว ยังสอนให้เด็กรู้คุณค่าของเงินว่าเป็นสิ่งที่หายากอีกด้วย ดังนั้นพ่อแม่อย่าลืมที่จะสอนให้เขาเข้าใจด้วยนะคะว่าเราเก็บออมเงินไปเพื่ออะไร และการเก็บออมเงินมีประโยชน์ย่างไร หรืออาจจะสอนให้เขาเก็บออมเงินไว้ซื้อของที่ต้องการด้วยตัวเขาเองก็ได้


3.เรียนรู้ก่อนลงมือทำ
พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่มักลอกเลียนแบบคนที่ประสบความสำเร็จ แล้วลงมือทำตามโดยปราศจากการเรียนรู้ทำให้คนเหล่านี้ล้มเหลวในการทำสิ่งต่างๆ มากกว่าประสบความสำเร็จ เพราะไม่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ก่อนลงมือทำ การเรียนรู้ทุกเรื่องราวก่อนลงมือทำเสมอสอนให้ทุกคนรู้จักคิด รู้จักการวางแผนและทำงานอย่างเป็นระบบ ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่ทำให้เกิดปัญหาหรือมีภาระหนี้สินตามมาน้อยมาก และแน่นอนว่าการสอนให้เขาเรียนรู้ก่อนลงมือทำนั้นไม่ได้ทำให้ลดปัญหาทางการเงินลงเท่านั้น แต่ยังทำให้เราเป็นคนรอบคอบ คิดก่อนทำ ซึ่งจะนำไปสู่การประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายอีกด้วย


4. หาเงินก่อนใช้เงินเสมอ
เมื่อเราต้องการเงินสำหรับการใช้จ่ายสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ก็ควรหาหนทางเพื่อให้ได้เงินมาอย่างถูกต้อง เมื่อต้องการสิ่งใดก็ต้องลงมือทำเพื่อให้ได้เงินมาไม่ควรให้ความต้องการของตนเองไปทำร้ายหรือรบกวนคนอื่น หลีกเลี่ยงการนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อน เช่น การกู้ยืมเงินประกันชีวิตหรือการกู้ยืมเงินที่ต้องนำเงินเก็บออมของเราค้ำประกันซึ่งวัยของลูกน้อยนั้นอาจไม่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง แต่คุณสามารถสอนให้เขาเก็บออมเงินเมื่ออยากได้สิ่งของที่ต้องการได้ ซึ่งจะทำให้เขาเรียนรู้ที่จะไม่รบกวนพ่อแม่เมื่อยากได้อะไรสักอย่าง แต่ขาจะเก็บเงินเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาด้วยความพยายามของเขาเอง


5.เงินมีความสำคัญแต่ไม่ใช่ทุกสิ่งของชีวิต
การใช้เงินแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิต ทำให้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเงินจนลืมคิดไปว่าเงินไม่ใช่ทุกสิ่งของชีวิต เมื่อคิดว่าเงินคือสิ่งที่สำคัญทำให้เกิดการแข่งขันในทุกๆด้าน แข่งกันประกอบอาชีพแข่งกันซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อบ่งบอกความมั่งมี แต่อย่าลืมว่าเงินไม่ได้ทำให้เรามีความสุขเสมอไป การมีเงินอาจไม่มีความสุข และการไปกู้ยืมเงินคนอื่นมาเพื่อให้ตนมีเงินใช้ก็ไม่ทำให้คนเรามีความสุขเหมือนกัน


วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน จึงนอกจากจะเป็นเรื่องของวิธีปฏิบัติเพื่อปลูกฝังให้เกิดความเคยชินในการ บริหารเงิน แล้ว ยังเป็นเรื่องของแนวคิดและมุมมองที่ทุกคนควรคิดวิเคราะห์และเรียนหลักการ บริหารเงิน เพื่อการดำรงชีวิต เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่มีสอนอยู่ในโรงเรียนทุกคนจึงต้องเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างถูกต้องและเข้าใจเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพนั้นเอง


และที่สำคัญอย่าลืมสอนลูกน้อยของคุณให้รู้จักบริหารการใช้จ่ายเงินตั้งแต่ยังเล็กนะคะ เพราะจะปลูกฝังนิสัยการใช้จ่ายเงินให้กับเขาไปจนโตนั่นเอง เมื่อถึงตอนนั้นหากเขามีวินัยในการจ่ายเงินที่ดีตั้งแต่เด็ก เขาก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

 

เนื้อหาโดย MoneyHub

ที่มา สนุก.คอม

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน , , วิธีบริหารเงิน , ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
4 วิธีแก้เมาแบบฉับพลัน ด้วยตัวเอง☕ คลิกอ่านเลย
4 วิธีแก้เมาแบบฉับพลัน ด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 9,349 ครั้ง
ความสวยยังเพิ่มได้ แล้วความสูงเพิ่มได้ไหม ?!☕ คลิกอ่านเลย
ความสวยยังเพิ่มได้ แล้วความสูงเพิ่มได้ไหม ?!
เปิดอ่าน 8,345 ครั้ง
ผลวิจัย "ซุปไก่สกัด" มีผลดีต่อสมองและร่างกาย☕ คลิกอ่านเลย
ผลวิจัย "ซุปไก่สกัด" มีผลดีต่อสมองและร่างกาย
เปิดอ่าน 11,933 ครั้ง
ริ้วรอยบนใบหน้าแก้ได้ หมอแนะควรศึกษาก่อนทำ☕ คลิกอ่านเลย
ริ้วรอยบนใบหน้าแก้ได้ หมอแนะควรศึกษาก่อนทำ
เปิดอ่าน 7,926 ครั้ง
"ยาชื่อสามัญ"... นามนั้นสำคัญฉะนี้ ☕ คลิกอ่านเลย
"ยาชื่อสามัญ"... นามนั้นสำคัญฉะนี้
เปิดอ่าน 6,845 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ก้อนอะไรกลมๆ บนดาวอังคาร?ก้อนอะไรกลมๆ บนดาวอังคาร?
เปิดอ่าน 20,253 ครั้ง
ลำดับดาวเคราะห์ลำดับดาวเคราะห์
เปิดอ่าน 53,026 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา...สังคมได้อะไร ?ปฏิรูปการศึกษา...สังคมได้อะไร ?
เปิดอ่าน 6,762 ครั้ง
ประโยชน์ "คาเฟอีน" ในกาแฟประโยชน์ "คาเฟอีน" ในกาแฟ
เปิดอ่าน 39,280 ครั้ง
7 วิธี น.ศ.จบใหม่ฝ่าวิกฤต หางานอย่างไรให้ ได้งาน !!7 วิธี น.ศ.จบใหม่ฝ่าวิกฤต หางานอย่างไรให้ ได้งาน !!
เปิดอ่าน 7,529 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ