ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เเนะ 7 วิธีมี "เงินเก็บ" เพิ่มมากขึ้นภายใน 1 ปี

เเนะ 7 วิธีมี "เงินเก็บ" เพิ่มมากขึ้นภายใน 1 ปี

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 พ.ค. 2559 เปิดอ่าน : 47,651 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เเนะ 7 วิธีมี "เงินเก็บ" เพิ่มมากขึ้นภายใน 1 ปี

Advertisement

ขอบคุณข้อมูล จาก : www.Masii.co.th

การที่เราจะมีเงินเก็บจำนวนมาก ไม่ได้หมายความเราต้องได้เงินเดือนสูงเสมอไป แต่หากเราเงินเดือนน้อยถึงปานกลาง และเป็นคนที่มีวินัยการเก็บเงิน ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และอิ่นๆ ที่ทำให้เงินสูญไปโดยใช้เหตุ ก็สามารถมีเงินเก็บจำนวนมากได้ครับ เริ่มต้นเก็บเงินวันนี้ยังไม่สายครับ


เรามาดู 7 วิธีมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้นภายใน 1 ปี ใครๆ ก็ทำได้


1. อย่าติดชื่อแบรนด์

หากเคยเป็นคนติดอยู่กับอะไรเดิมๆ ใช้ของเดิมๆ แบรนด์เดิมๆ ซึ่งก็เข้าใจได้นะว่า หลายคนอาจจะพอใจ หรือมั่นใจในแบรนด์ที่ใช้อยู่แล้ว แต่หากราคามันสูงเกินไป ลองหันมาดูแบรนด์อื่นๆ ไว้บ้างนะครับ

ลองเปรียบเทียบกันดูว่า ส่วนต่างมันคุ้มค่ากว่าหรือเปล่า โดยเฉพาะพวกเสื้อผ้าหลายๆแบรนด์แพงมาก!! ซึ่งบางครั้งแต่งตัวให้เป็นก็พอ อย่าไปเสียเงินกับสินค้าแบรนด์มากเกินไป รับรองมีเงินเก็บเพิ่มแน่ครับ

2.จัดการหนี้เก่าให้หมดก่อน

เป็นสิ่งแรกที่เราควรทำเลยนะครับ การที่จะมีเงินเก็บให้มากขึ้น เราต้องจัดการกับหนี้ทุกอย่างให้หมดเสียก่อน พวกหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อต่างๆ แม้ว่าบัตรเครดิตจะทำให้ชีวิตสะดวกสบาย แต่รับรองเลยว่าบิลที่เรียกเก็บหากไม่สมดุลกันระหว่างเดือน รับรองไม่เหลือเงินให้เก็บแน่นอน

3.วางแผนการท่องเที่ยว

การไปท่องเที่ยวถือเป็นการผ่อนคลายทีดีเยี่ยม เพื่อที่จะได้ไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ตามธรรมชาติ ซึ่งเราควรต้องมีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า และการจองตั๋วเครื่องบิน หรือที่พักล่วงหน้า หรือก่อนช่วงเทศกาลราคาจะถูกจากเดิม 30% ทีเดียว

หากอยากไปเที่ยวแบบมีเงินเก็บ เราก็ควรวางแผนกิจกรรมท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้าเลย อย่างน้อยก็ล่วงหน้า 6 เดือน – 1 ปี จะได้มีเงินพ็อกเก็ตมันนี่ ที่จะนำไปซื้อของฝากให้คนสำคัญๆ อีกด้วย

4.โชคดี ส้มหล่น อย่าเพิ่งใช้หมด

เงินก้อนโต มันไม่ได้มาบ่อยๆ และถือว่าเราเป็นคนมีโชคมากคนนึง เนื่องไม่ใช่ทุกคนจะได้นะครับ เช่น มรดก รางวัลต่างๆ ลอตเตอรี่ เงินปันผลกองทุน ฯลฯ ทางที่ดีนำเงินก้อนนี้ไปออม หรือลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยมากขึ้น

5.จัดสรรเงินออมให้เหมาะสม

ควรแบ่งเงินออมเป็นกอง เงินเพื่อใช้จ่าย + เงินเผื่อฉุกเฉิน + เงินเพื่อลงทุนเงิน ออมแต่ละกองมีหน้าที่แตกต่างกัน

●กองแรก เงินออมเพื่อใช้จ่าย มีหน้าที่สร้างสภาพคล่อง และมีเงินใช้ตามที่เราต้องการ โดยปกติควรมีให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3 เดือน

●กองสอง เงินออมเผื่อฉุกเฉิน มีหน้าที่เสริมสภาพคล่องในช่วงที่มีความต้องการใช้เงินเกินกว่าปกติ โดยปกติควรมีให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3 เดือน

●กองสุดท้าย เงินออมเพื่อลงทุน มีหน้าที่สร้างผลตอบแทนที่ดี ดังนั้นต้องเป็นเงินที่สามารถนำไปลงทุนได้นาน โดยนำไปลงทุนในสิ่งที่ตนเองรู้ลึกรู้จริง และรับความเสี่ยงได้

6.รู้จักปฏิเสธให้เป็น

ใครชวนไปไหน ไปหมดทุกงาน ไม่ว่าจะงานราษฎร์ งานหลวง ยิ่งช่วงเทศกาลต่างๆ กินเที่ยวกระหน่ำเกือบทุกวัน ลองคิดดูว่าใช้เงินไปกับสิ่งนี้เท่าไหร ควรรู้จักปฏิเสธให้เป็น แต่เลือกที่ไปเฉพาะบางงานจะดีกว่านะครับ เพราะจะเป็นการประหยัด ซึ่งจะส่งผลให้เรามีเงินเก็บอีกด้วย


7.ห้ามมองข้ามค่าธรรมเนียม

ในยุคนี้เราสามารถจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ ได้หลายช่องทางมากขึ้น เช่น ตัดผ่านธนาคาร ชำระผ่านบัตรเครดิต ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีก จ่ายผ่าน ATM จ่ายผ่านมือถือ และอีกหลายช่องทางที่จะอำนวยความสะดวกให้เราจ่ายบิลง่ายขึ้น

ซึ่งการที่เราจะเลือกช่องทางไหนเหมาะสม แนะนำว่าเราควรตัดสินใจที่ค่าธรรมเนียมเป็นหลัก ซึ่งถ้าเลือกได้ เราก็คงต้องการเลือกฟรีค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว บางคนคิดว่าไม่สำคัญเน้นที่ความสะดวกมากกว่า ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมบิลละ 10-15 บาท ซึ่งถ้าจ่ายเพียงเดือนเดียวอาจจะดูไม่เยอะ แต่ถ้าสะสมเป็นปีจะเป็นเท่าไหร่

ยิ่งถ้าชำระทุกอย่างที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมละก็ รวมๆ กันแล้วก็ไม่ใช่น้อยๆ เช่น เราจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ 3 บิลๆ ละ 15 บาท รวมเดือนนึงก็ 45 บาท แล้วถ้ารวมเป็น 1 ปีจะเป็นเงิน 540 บาท!! ซึ่งเป็นเงินที่เราไม่ควรจะเสียเลยนะครับ

วันนี้เราได้รู้วิธีมีเงินเก็บให้มากๆ กันไปแล้วนะครับ อย่าลืมลองนำไปประยุกต์ใช้งานตามสไตส์ตัวเองดูนะครับ จะได้มีเงินเก็บเยอะๆ เมื่อมีเงินเก็บเยอะๆก็สามารถนำเงินไปลงทุนทำนูนนี่ได้อีกเยอะเลย อนาคตบั้นปลายชีวิตจะได้สบายๆ กันนะครับ  

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 23 พ.ค. 2559 เวลา 19:21:56 น.

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เเนะ 7 วิธีมี "เงินเก็บ" เพิ่มมากขึ้นภายใน 1 ปี , , เเนะ , 7 , วิธีมี , , เงินเก็บ , , เพิ่มมากขึ้นภายใน , 1 , ปี << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
"ผมร่วง" แก้ไขยังไงดี

"ผมร่วง" แก้ไขยังไงดี
เปิดอ่าน 11,736 ครั้ง
คลิกอ่าน!
แก้ปัญหา รักแร้ดำ

แก้ปัญหา รักแร้ดำ
เปิดอ่าน 7,592 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล☕ คลิกอ่านเลย
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เปิดอ่าน 4,273 ครั้ง
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?☕ คลิกอ่านเลย
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?
เปิดอ่าน 1,507 ครั้ง
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว☕ คลิกอ่านเลย
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว
เปิดอ่าน 1,622 ครั้ง
5 สิ่งที่มนุษย์ต้องมี ก่อนเป็นส่วนเกินในสังคมหุ่นยนต์☕ คลิกอ่านเลย
5 สิ่งที่มนุษย์ต้องมี ก่อนเป็นส่วนเกินในสังคมหุ่นยนต์
เปิดอ่าน 6,591 ครั้ง
เรียนต่ออังกฤษต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง มาเจาะลึกกัน☕ คลิกอ่านเลย
เรียนต่ออังกฤษต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง มาเจาะลึกกัน
เปิดอ่าน 2,833 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ห้องสมุด 3 ดีห้องสมุด 3 ดี
เปิดอ่าน 50,982 ครั้ง
PowerPoint ประกอบการประชุมชี้แจงการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ กศจ.PowerPoint ประกอบการประชุมชี้แจงการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ กศจ.
เปิดอ่าน 14,106 ครั้ง
วิธีแก้แบตเตอรี่ iPhone-iPad บนiOS 5.1.1 ให้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพวิธีแก้แบตเตอรี่ iPhone-iPad บนiOS 5.1.1 ให้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 7,497 ครั้ง
ฟังหรือยัง เพลง "จากนี้ไปจนนิพพาน"ฟังหรือยัง เพลง "จากนี้ไปจนนิพพาน"
เปิดอ่าน 8,155 ครั้ง
การสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึงการสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึง
เปิดอ่าน 11,549 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ