ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๔ วัดใต้โพธิ์ค้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬส

การประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๔ วัดใต้โพธิ์ค้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อประเมินระดับคุณค่าของการประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านของนักเรียนด้านสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัย ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต 2 ) เพื่อศึกษานิสัยรักการอ่านของนักเรียน หลังการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมรักการอ่านของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างจากนักเรียนทุกระดับ จำนวน 123 คน การประเมินครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างจากผู้บริหารและครูทั้งหมด จำนวน 19 คน และนักเรียนทุกระดับ จำนวน 123 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย(Simple Random Sampling) โดยใช้ตาราง R.V.Krejcie และ D.W.Morgan (ธานินทร์ ศิลป์จารุ,2549 : 51) รวมกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินโครงการนี้ จำนวน 142 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ ประกอบไปด้วยแบบสอบถาม ที่ผู้ประเมินสร้างขึ้นเอง ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบปรับปรุงมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ จำนวน 2 ฉบับ สำหรับผู้บริหาร และ สำหรับนักเรียน หลังจากที่ได้รวบรวมข้อมูลแล้วทำ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ ค่าสถิติการทดสอบค่าที ( t – test Dependent Samples)

ผลการศึกษาพบว่า

1. ผลการประเมินระดับคุณค่าของการประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านของนักเรียนด้านสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัย ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต พบว่า

ด้านสภาวะแวดล้อม ผลการประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่าน ในด้านสภาวะแวดล้อมโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากกว่าข้ออื่น ๆคือ การศึกษาพฤติกรรมรักการอ่านของนักเรียนในครั้งนี้ จะเป็นแนวทางส่งเสริมพฤติกรรมรักการอ่านให้กับนักเรียนทั้งโรงเรียน รองลงมาเพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะในการอ่าน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกข้อคือ เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมพฤติกรรมรักการอ่านของนักเรียน และเพื่อกระตุ้นและสนับสนุนให้นักเรียนสนใจการอ่านอยู่เสมอ

ด้านปัจจัย ผลการประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านด้านปัจจัย (Input) โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากกว่าข้ออื่นๆคือ ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบเข้าใจวัตถุประสงค์และการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมรักการอ่านเป็นอย่างดี วัสดุอุปกรณ์ สื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมรักการอ่านมีความเหมาะสมและเพียงพอ งบประมาณในการดำเนินโครงการส่งเสริมรักการอ่านเหมาะสมและเพียงพอ สื่อต่าง ๆ เช่น หนังสืออ่านเพิ่มเติมที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมและเพียงพอ และ ระยะเวลาในการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมรักการอ่านเหมาะสมและเพียงพอ รองลงมาคือ โครงการส่งเสริมรักการอ่านมีการวางแผนนโยบายการดำเนินการไว้ชัดเจนส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกข้อคือ สถานที่จัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมรักการอ่านมีความเหมาะสมเพียงพอ

ด้านกระบวนการ ผลการประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านด้านกระบวนการปฏิบัติงานของผู้บริหารและครู (Process) ของผู้บริหารและครู โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า ข้อที่อยู่ในระดับมากที่สุด คือ โรงเรียนมีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการของโครงการ รองลงมาคือ โรงเรียนมีการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการให้บุคลากรครูทุกคน และผู้รับผิดชอบโครงการมีการนิเทศติดตาม ให้คำแนะนำช่วยเหลือและประเมินผลการดำเนินโครงการรักการอ่านอย่างสม่ำเสมอ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกข้อคือ โรงเรียนมีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่โครงการส่งเสริมรักการอ่านอย่างสม่ำเสมอ

ด้านผลผลิต ผลการประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านด้านผลผลิต (Product) โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากกว่าข้ออื่นๆ คือ โครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน ทำให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ นักเรียนรักการอ่านเพิ่มขึ้นและผู้ปกครองร่วมมือ สนับสนุนและส่งเสริมการอ่านของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือ มีสถิติการใช้ห้องสมุดหรือแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนเพิ่มขึ้น ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกข้อคือ ครูใช้แหล่งเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้เพิ่มขึ้น

2 . ผลการศึกษานิสัยรักการอ่านของนักเรียน หลังการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมรักการอ่านของนักเรียน พบว่า ผลการประเมินคุณค่ากิจกรรมในโครงการทั้ง 9 กิจกรรม พบว่า ทุกกิจกรรมนักเรียนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในกิจกรรมโดยมีระดับการเกิดพฤติกรรมอยู่ในระดับมากถึงระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.51-4.65 เมื่อพิจารณาแต่ละกิจกรรมแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จของโครงการ ซึ่งมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรม โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดจำนวน 8 กิจกรรม กล่าวคือ กิจกรรมแนะนำหนังสือใหม่ นักเรียนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในกิจกรรมนี้ นักเรียนเข้าใช้และยืมหนังสือจากห้องสมุดเพิ่มมากขึ้น นักเรียนได้รับการกระตุ้นให้มีพฤติกรรมรักการอ่าน กิจกรรมกิจกรรมอ่านหนังสือให้ฟัง นักเรียนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในกิจกรรมนี้ นักเรียนได้รับการกระตุ้นให้มีพฤติกรรมรักการอ่าน นักเรียนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเพิ่มมากขึ้น กิจกรรมเล่านิทาน นักเรียนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในกิจกรรมนี้นักเรียนได้รับการกระตุ้นให้มีพฤติกรรมรักการอ่าน กิจกรรมมอบเกียรติบัตรยอดนักอ่านประจำเดือน นักเรียนรู้สึกภูมิใจ ชื่นชมยินดีที่ได้เกียรติบัตรหรือกับ ผู้ที่ได้รับเกียรติบัตร นักเรียนได้รับการกระตุ้นให้มีพฤติกรรมรักการอ่าน นักเรียนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในกิจกรรมนี้ กิจกรรมเกร็ดความรู้หน้าเสาธง นักเรียนได้รับการกระตุ้นให้มีพฤติกรรมรักการอ่าน นักเรียนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในกิจกรรมนี้ นักเรียนค้นคว้าเกร็ดความรู้จากหนังสือเพิ่มมากขึ้น กิจกรรมพ่อแม่ลูกปลูกฝังพฤติกรรมรักการอ่าน ผู้ปกครองและนักเรียนมีส่วนร่วมในการอ่านมากขึ้น ผู้ปกครองและนักเรียนเห็นความสำคัญและร่วมกิจกรรม นักเรียนได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นจากกิจกรรมนี้ กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน นักเรียนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในกิจกรรมนี้ นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพิ่มมากขึ้น กิจกรรมเรียนรู้สู่สารานุกรมไทย นักเรียนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในกิจกรรมนี้ นักเรียนเกิดทักษะด้านภาษาไทย กิจกรรมตะกร้าความรู้ นักเรียนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในกิจกรรมนี้ นักเรียนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้เร็วมาก

โพสต์โดย สุมิตรา : [15 มี.ค. 2559 เวลา 15:35 น.]
อ่าน [2307] ไอพี : 134.196.72.195
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,061 ครั้ง
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency

เปิดอ่าน 25,932 ครั้ง
พุทธธรรมสำหรับการพัฒนาชีวิตครู
พุทธธรรมสำหรับการพัฒนาชีวิตครู

เปิดอ่าน 36,202 ครั้ง
TOEFL คืออะไร
TOEFL คืออะไร

เปิดอ่าน 10,351 ครั้ง
ขอบพระคุณคอลัมน์ "คลิกเฮียร์" หนังสือพิมพ์"เดลินิวส์"
ขอบพระคุณคอลัมน์ "คลิกเฮียร์" หนังสือพิมพ์"เดลินิวส์"

เปิดอ่าน 18,658 ครั้ง
เลี้ยงปลามงคลเสริมโชคลาภ
เลี้ยงปลามงคลเสริมโชคลาภ

เปิดอ่าน 8,827 ครั้ง
อากาศแบบนี้จะปกป้องผิวหน้าอย่างไรดี?
อากาศแบบนี้จะปกป้องผิวหน้าอย่างไรดี?

เปิดอ่าน 51,907 ครั้ง
ฃ ขวดกับ ฅ คนหายไปตั้งแต่เมื่อไร
ฃ ขวดกับ ฅ คนหายไปตั้งแต่เมื่อไร

เปิดอ่าน 5,664 ครั้ง
อะโดบีเผยผลการศึกษาชี้ นักเรียนรุ่น Gen Z และครูในไทยมองว่าความคิดสร้างสรรค์คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
อะโดบีเผยผลการศึกษาชี้ นักเรียนรุ่น Gen Z และครูในไทยมองว่าความคิดสร้างสรรค์คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

เปิดอ่าน 14,080 ครั้ง
สุดทึ่ง นักโบราณคดีอึ้ง รูปปั้นนักรบเฝ้าสุสานจีน 7 พันตัว ถูกปั้น"ตามใบหน้าจริงแต่ละคน
สุดทึ่ง นักโบราณคดีอึ้ง รูปปั้นนักรบเฝ้าสุสานจีน 7 พันตัว ถูกปั้น"ตามใบหน้าจริงแต่ละคน

เปิดอ่าน 12,598 ครั้ง
มารู้จักกับอาการแพ้น้ำหอมและวิธีการดูแลรักษา
มารู้จักกับอาการแพ้น้ำหอมและวิธีการดูแลรักษา

เปิดอ่าน 7,570 ครั้ง
ผู้นำซูเปอร์บอร์ดการศึกษา?
ผู้นำซูเปอร์บอร์ดการศึกษา?

เปิดอ่าน 20,746 ครั้ง
มาตรฐานรูปแบบการนำเสนอภาพ
มาตรฐานรูปแบบการนำเสนอภาพ

เปิดอ่าน 29,381 ครั้ง
เคล็ดลับการทำให้หน้าเรียวกระชับใน 3 นาที
เคล็ดลับการทำให้หน้าเรียวกระชับใน 3 นาที

เปิดอ่าน 11,581 ครั้ง
ลดความอ้วน ทำได้ ไม่ต้องพึ่งยา
ลดความอ้วน ทำได้ ไม่ต้องพึ่งยา

เปิดอ่าน 170,174 ครั้ง
สุภาษิตพระร่วง
สุภาษิตพระร่วง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
จดทะเบียนบริษัท
ตู้แช่ไวน์
BestKru
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 13,920 ครั้ง
มะเร็งเน็ต...ภัยร้ายชนิดใหม่ เสี่ยงตายไม่รู้ตัว
มะเร็งเน็ต...ภัยร้ายชนิดใหม่ เสี่ยงตายไม่รู้ตัว

เปิดอ่าน 7,468 ครั้ง
ความคิดสร้างสรรค์ (1)
ความคิดสร้างสรรค์ (1)

เปิดอ่าน 10,239 ครั้ง
"พิกุล" สรรพคุณดีกว่าที่คิด
"พิกุล" สรรพคุณดีกว่าที่คิด

เปิดอ่าน 12,156 ครั้ง
ข่าวจริง! การใส่หน้ากากอนามัย ส่งผลร้ายต่อการทำงานของสมองของเด็กต่ำกว่า 12 ปี
ข่าวจริง! การใส่หน้ากากอนามัย ส่งผลร้ายต่อการทำงานของสมองของเด็กต่ำกว่า 12 ปี

เปิดอ่าน 10,785 ครั้ง
เครื่องดื่มยามเช้าที่เหมาะกับตัวคุณ
เครื่องดื่มยามเช้าที่เหมาะกับตัวคุณ



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ