ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การจัดทำเอกสารประกอบการเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน

บทคัดย่อ

รายงานการวิจัยเรื่องการจัดทำเอกสารประกอบการเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนที่จัดทำขึ้นให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษาเปรียบเทียบผลการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียนจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนที่ได้จัดทำขึ้น 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนในการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนที่ได้จัดทำขึ้น

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนที่เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 16 คน เนื่องจากประชากรมีเพียง 16 คนจึงไม่มีกลุ่มตัวอย่าง

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่

1) เอกสารประกอบการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีเครื่องมือในการศึกษาในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรียน กิจกรรมการเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน

2) แบบประเมินคุณภาพของเอกสารประกอบการเรียนโดยผู้เชี่ยวชาญ

3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนในการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนที่จัดทำขึ้น

วิธีดำเนินการวิจัย มีขั้นตอน ดังนี้

1) ทดสอบก่อนเรียนโดยทดสอบก่อนที่จะเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ภาคเรียนที่ 1

2) นำเอกสารประกอบการเรียน ที่จัดทำขึ้นไปใช้กับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โดยใช้ประกอบการเรียนการสอนในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียน เริ่มจากศึกษาคำชี้แจง ทำแบบทดสอบก่อนเรียน และทำกิจกรรมแล้วเก็บคะแนนเป็นรายหน่วยการเรียนรู้และเมื่อเรียนจบแต่ละหน่วยการเรียนรู้แล้วให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนของหน่วย แล้วเก็บคะแนนไว้เพื่อประมวลผลต่อไป

3) เมื่อนักเรียน เรียนแต่ละหน่วยการเรียนรู้แล้ว ให้นักเรียนทำแบบประเมินความพึงพอใจในการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนแล้วเก็บไว้เพื่อประมวลผลต่อไป

4) ประมวลผลการศึกษาในทุกหน่วยการเรียนรู้ โดยศึกษาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนจากการนำผลการเรียนระหว่างเรียน เปรียบเทียบกับผลการเรียนหลังเรียน และศึกษาผลการเรียนก่อนเรียน เปรียบเทียบกับผลการเรียนหลังเรียน และศึกษาผลการประเมินความพึงพอใจ

วิเคราะห์และสรุปผลการวิจัย

ผลการวิจัยพบว่า 1) เอกสารประกอบการเรียนที่จัดทำขึ้นมีประสิทธิภาพเฉลี่ยร้อยละ 81.83/80.84 แสดงว่าเอกสารประกอบการเรียนมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 2) ผลการเรียนก่อนเรียนเปรียบเทียบกับผลการเรียนหลังเรียน ปรากฏว่าผลการเรียนหลังเรียนสูงกว่าผลการเรียนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกล่าวคือ เมื่อเปรียบเทียบผลการเรียนก่อนเรียนกับผลการเรียนหลังเรียนโดยพิจารณาแต่ละหน่วยการเรียนรู้ปรากฏว่าผลการเรียนก่อนเรียนเฉลี่ยร้อยละ 46.67 ผลการเรียนหลังเรียนเฉลี่ยร้อยละ 80.77 โดยมีค่า t เท่ากับ 76.77 และเมื่อเปรียบเทียบผลการเรียนก่อนเรียนกับผลการเรียนหลังเรียนเมื่อพิจารณาทั้งกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปรากฏว่าผลการเรียนก่อนเรียนเฉลี่ยร้อยละ 44.69 ผลการเรียนหลังเรียนเฉลี่ยร้อยละ 81.04 โดยมีค่า t เท่ากับ 15.58 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ และ3) ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนจากการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ปรากฏว่ามีค่าเฉลี่ย (µ) เท่ากับ 4.58 ( = 4.58 = 0.10 ) ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุดเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้

ข้อเสนอแนะ

1. ข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินการในอนาคต

ผู้วิจัยเห็นว่าในการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน นักเรียนมักจะมีปัญหาในการอ่าน และทำความเข้าใจหนังสือเรียนหรือตำราต่างๆ ถ้าครูผู้สอนจะได้จัดทำเอกสารประกอบการเรียนให้เหมาะสมเป็นการเฉพาะแล้ว จะเป็นประโยชน์แก่นักเรียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งเกิดความสะดวกแก่ครูผู้สอน และนอกจากนั้นจะเกิดประโยชน์แก่นักเรียนในการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ด้วย และในกรณีที่มีความจำเป็นก็อาจจัดให้เพื่อนครูสอนแทนก็สามารถสอนได้ง่ายเพราะมีนวัตกรรมพร้อมแล้ว นอกจากนั้นผู้วิจัยเห็นว่า จากการที่ได้สร้างนวัตกรรมในรูปของเอกสารประกอบการเรียน สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยพบว่า ในบางหน่วยการเรียนรู้ หรือบางเรื่อง อาจสร้างนวัตกรรมในรูปอื่นๆประกอบได้อีก เช่น บทเรียนสำเร็จรูป ชุดการเรียน เอกสารประกอบการค้นคว้ารวมทั้งนวัตกรรมในรูปสื่อเทคโนโลยีต่างๆ เช่น Power Point เพื่อประกอบการอธิบาย หรือสรุปของครูหรือทำเป็นลักษณะของบทเรียน e-Learning หรือ CAI ให้นักเรียนได้เรียนด้วยตนเองตามความพร้อมของนักเรียนก็ได้ และนอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2558 กระทรวงศึกษาธิการมีโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยจะมีการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงซึ่งจะประกอบด้วยคอมพิวเตอร์แบบพกพา และจอ LED TV ในห้องเรียน ทำให้เกิดความสะดวกแก่ครูผู้สอนมากยิ่งขึ้น

2. ข้อเสนอแนะสำหรับเพื่อนครู

ผู้วิจัยเห็นว่า การสร้างนวัตกรรมนั้นควรดำเนินการเป็นขั้นตอน เริ่มจากการศึกษาปัญหาการเรียนการสอนก่อน แล้วจึงวิเคราะห์หลักสูตร จัดหน่วยการเรียนรู้ และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้อย่างที่เพื่อนครูทำกันอยู่และจัดทำสื่อเพื่อใช้ในการเรียนการสอนของนักเรียนแล้วรวบรวมให้เป็นรูปเล่ม จัดพิมพ์ และจัดภาพให้เหมาะสมสวยงาม สิ่งสำคัญ คือ ในแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผนเพื่อนครูก็มีสื่อที่ให้นักเรียนใช้อยู่แล้วไม่ว่า ใบความรู้ ใบงาน แบบฝึกหัด หรือกิจกรรมต่างๆ สิ่งเหล่านี้คือ พื้นฐานที่เพื่อนครูนำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมได้ โดยแยกเป็นรายหน่วยการเรียนรู้ หรือเป็นเรื่องตามความสะดวก ทั้งนี้ต้องให้มีความถูกต้อง เหมาะสมตามหลักสูตร และมีคุณภาพ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ ความก้าวหน้าทางวิชาการที่เกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมในการเรียนการสอนนั้นได้พัฒนาไปเร็วมาก จำเป็นที่เพื่อนครูจะต้องติดตามให้ทันมิฉะนั้นจะไม่ทันสมัย และไม่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน และผลสุดท้ายอาจนำไปใช้ไม่ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

โพสต์โดย วรรณ : [22 ต.ค. 2559 เวลา 14:33 น.]
อ่าน [103768] ไอพี : 106.0.210.5
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,884 ครั้ง
ร่าง พรฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ....
ร่าง พรฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ....

เปิดอ่าน 19,559 ครั้ง
โลโก้กูเกิล "สุพรรณหงส์" แสดงในเว็บไซต์กูเกิล "วันแม่" 12 สิงหา 2553
โลโก้กูเกิล "สุพรรณหงส์" แสดงในเว็บไซต์กูเกิล "วันแม่" 12 สิงหา 2553

เปิดอ่าน 23,989 ครั้ง
สมการและการแก้สมการ
สมการและการแก้สมการ

เปิดอ่าน 12,652 ครั้ง
ให้อิสระโรงเรียน ปลดล็อกปฏิรูปการศึกษา
ให้อิสระโรงเรียน ปลดล็อกปฏิรูปการศึกษา

เปิดอ่าน 146,153 ครั้ง
องค์ประกอบของระบบ
องค์ประกอบของระบบ

เปิดอ่าน 1,100 ครั้ง
หน้าบาน แก้มเยอะ แชร์ 6 วิธีแก้ ปรับหน้าเรียวอย่างเห็นผล
หน้าบาน แก้มเยอะ แชร์ 6 วิธีแก้ ปรับหน้าเรียวอย่างเห็นผล

เปิดอ่าน 27,734 ครั้ง
ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใช้ธูปกี่ดอกกันบ้าง?
ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใช้ธูปกี่ดอกกันบ้าง?

เปิดอ่าน 16,332 ครั้ง
ประวัตินาฏศิลป์ไทย
ประวัตินาฏศิลป์ไทย

เปิดอ่าน 23,929 ครั้ง
ขั้นตอนปลูกแก่นตะวัน ปลูกง่าย โตไว ราคาดี
ขั้นตอนปลูกแก่นตะวัน ปลูกง่าย โตไว ราคาดี

เปิดอ่าน 28,266 ครั้ง
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย

เปิดอ่าน 17,047 ครั้ง
บ้าเก่าไม่ทันหาย....บ้าใหม่กำลังมา
บ้าเก่าไม่ทันหาย....บ้าใหม่กำลังมา

เปิดอ่าน 15,108 ครั้ง
สธ. เตือนดื่มน้ำมากเกินไม่ดี เสี่ยงสมองบวม เสียชีวิตได้
สธ. เตือนดื่มน้ำมากเกินไม่ดี เสี่ยงสมองบวม เสียชีวิตได้

เปิดอ่าน 16,083 ครั้ง
10 อาหารดำ กินแล้วดีต่อสุขภาพ
10 อาหารดำ กินแล้วดีต่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 11,500 ครั้ง
กระเป๋านักเรียนหนักเสี่ยง! หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
กระเป๋านักเรียนหนักเสี่ยง! หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เปิดอ่าน 28,344 ครั้ง
"พลูด่าง" ไม้มงคลเสริมโชคลาภ
"พลูด่าง" ไม้มงคลเสริมโชคลาภ

เปิดอ่าน 11,220 ครั้ง
เส้นทางสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนของไทย ตอนที่ 1 เจรจา ทูตแห่งการค้าเสรี
เส้นทางสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนของไทย ตอนที่ 1 เจรจา ทูตแห่งการค้าเสรี
เปิดอ่าน 12,546 ครั้ง
การศึกษาในกะลา
การศึกษาในกะลา
เปิดอ่าน 11,998 ครั้ง
ตัดวงจรเครียด...ก่อนระเบิด
ตัดวงจรเครียด...ก่อนระเบิด
เปิดอ่าน 13,422 ครั้ง
การถ่ายภาพอาหารด้วยสมาร์ทโฟนช่วยลดน้ำหนักได้
การถ่ายภาพอาหารด้วยสมาร์ทโฟนช่วยลดน้ำหนักได้
เปิดอ่าน 67,442 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 13 การเตะโทษ
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 13 การเตะโทษ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ