ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด

กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 15 พ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 12,137 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด

Advertisement

กรมแพทย์แผนไทยฯชี้โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง มีแผลอักเสบ ไข้สูงห้ามนวดรักษา-ผ่อนคลาย แนวกระดูกและหลอดเลือดห้ามนวดเด็ดขาด

14พ.ค.2558 นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงกรณีข่าวสาววัย 37 ปี ซึ่งป่วยโรคหัวใจ แต่ต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เพราะเส้นเลือดหัวใจตีบและแตก หลังจากไปนวดจับเส้นกับหมอนวดใกล้บ้าน ว่า คาดว่าร้านที่หญิงรายดังกล่าวไปนวดนั้นเป็นร้านที่ไม่ได้มาตรฐานของกรมฯ แต่คงไม่สามารถตรวจสอบหรือไปเอาผิดได้ เพราะญาติผู้เสียชีวิตไม่ติดใจเอาเรื่องและเปิดเผยสถานที่ ทั้งนี้ ร้านนวดส่วนใหญ่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเพื่อรับรองมาตรฐานจากกรมฯ แต่ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย มาตรฐานของสถานที่ ไม่ได้มีการระบุโทษเอาไว้ แต่ขณะนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กำลังเร่งร่างพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ซึ่งหากมีกฎหมายฉบับนี้ก็จะบังคับให้ร้านนวดทั้งหมดต้องขึ้นทะเบียนเพื่อรับรองมาตรฐาน

“การขึ้นทะเบียนเพื่อรับรองมาตรฐานของร้านนวดยังเป็นไปตามความสมัครใจ ปัจจุบันมีร้านนวดที่ผ่านมาตรฐานแล้ว 3,000 กว่าแห่ง อยู่ในสถานพยาบาลประมาณ 2,000 แห่ง และเป็นสถานประกอบการอีกกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งการขอรับรองมาตรฐานนั้นไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ก็พบว่า ยังมาขอรับรองมาตรฐานน้อยมาก จึงได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประสานพื้นที่ออกตรวจร้านนวด เพื่อผลักดันให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน ซึ่งมาตรฐานร้านนวดจะมี 2 ระดับคือ ระดับเงิน ต้องมีผู้มีความรู้ด้านการนวด โดยผ่านการอบรมการนวดมาไม่ต่ำกว่า 150 ชั่วโมง ไม่ต่ำกว่า 80% และระดับทองจะต้องมีผู้มีความรู้ไม่ต่ำกว่า 95% ซึ่งกรมฯ จะมอบป้ายมาตรฐานให้แก่ร้านที่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งจะมีการตรวจประเมินมาตรฐานทุกปี หากพบว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานก็จะยึดป้ายคืน” นพ.ธวัชชัย กล่าว

นพ.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า ก่อนการนวดไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลหรือสถานประกอบการ ตามมาตรฐานแล้วจะต้องมีการตรวจประเมินผู้มารับการนวดทุกครั้ง ทั้งวัดความดัน ซักประวัติว่ามีอาการป่วย ผ่านการรักษาใดๆ มาบ้าง เพื่อประเมินแนวทางการรักษาหรือการนวดเพื่อความผ่อนคลายต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง เพราะการนวดนั้นมีข้อห้ามบางประการคือ ห้ามนวดในผู้ที่มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส หรือโรคติดเชื้อเฉียบพลัน ห้ามนวดบริเวณที่มีการอักเสบจากการติดเชื้อ กระดูกแตก หัก ปริ ร้าว ข้อเคลื่อน เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวานที่ยังควบคุมอาการให้เป็นปกติไม่ได้ โรคผิวหนังมีแผลเปิดเรื้อรัง โรคติดต่อระยะแพร่เชื้อ โรคมะเร็ง แผลหลังผ่าตัดยังไม่หายสนิท หลอดเลือดดำอักเสบ และกระดูกพรุนรุนแรง

ด้านพทป.สมชาย ช้างแก้วมณี แพทย์แผนไทยประยุกต์ กรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวว่า ตามมาตรฐานแล้วก่อนให้บริการนวดรักษาหรือนวดผ่อนคลายต้องซักประวัติและตรวจประเมินผู้มารับบริการก่อน ซึ่งหากพบว่ามีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ความดันสูงเกิน 140 อัตราการเต้นหัวใจมากกว่า 24 ครั้งขึ้นไปและชีพจรมากกว่า 80 ครั้ง จะไม่สามารถให้บริการนวดได้ เพราะการนวดจะทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ความดันสูงขึ้น ขณะที่ความร้อนในร่างกายจะสูงขึ้นด้วย ทำให้คนเป็นไข้ยิ่งตัวร้อนขึ้น เกิดอาการเพลีย ไม่มีแรง ส่วนการนวดผ่อนคลายที่ทำให้ความดันลดลงนั้น เป็นเพราะสูตรนวดต่างกัน

“จุดที่ห้ามนวดเด็ดขาดคือ ตามแนวกระดูกและหลอดเลือดคือ แนวกระดูกต้นคอ สันหลัง ซี่โครง บริเวณข้างคอ ใต้หู หลังหู และต่อมน้ำเหลืองใต้คาง ส่วนที่มีการนวดหลังนั้นจะเป็นการนวดตามแนวสันกล้ามเนื้อไม่ใช่กระดูก ส่วนจุดที่ต้องระวังคือการกดจุดเปิดประตูลม ควรทำแค่ครั้งเดียว และจุดที่เป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทต่างๆ เช่น ข้อพับแขน ข้อมือ และข้อพับขา ส่วนข้อควรระวังอื่นคือกลุ่มเด็ก หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ โรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน กระดูกพรุน เคยผ่าตัด ใส่เหล็ก ข้อเทียม หรือจุดที่เคยทำศัลยกรรมตกแต่ง" พทป.สมชาย กล่าว

 

 

ที่มาจาก คมชัดลึก 14 พฤษภาคม 2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด , , กรมแพทย์แผนไทยเผย , 6โรคห้ามนวด << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
หนอนไหม

หนอนไหม
เปิดอ่าน 7,437 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ทำไมหนังสือที่เก็บไว้นาน ๆ กระดาษมักกลายเป็นสีเหลือง☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมหนังสือที่เก็บไว้นาน ๆ กระดาษมักกลายเป็นสีเหลือง
เปิดอ่าน 10,877 ครั้ง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง☕ คลิกอ่านเลย
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
เปิดอ่าน 11,952 ครั้ง
เส้นทางชีวิตนักร้องลูกทุ่ง"ยอดรัก สลักใจ"☕ คลิกอ่านเลย
เส้นทางชีวิตนักร้องลูกทุ่ง"ยอดรัก สลักใจ"
เปิดอ่าน 19,589 ครั้ง
ตะลึง! พบตำราพิชัยสงคราม จ.เพชรบูรณ์ อายุ 200 ปี ☕ คลิกอ่านเลย
ตะลึง! พบตำราพิชัยสงคราม จ.เพชรบูรณ์ อายุ 200 ปี
เปิดอ่าน 11,415 ครั้ง
ทำยาเม็ดกินก่อความรัก ไปสร้างปฏิกิริยาเคมีขึ้นภายในสมอง ☕ คลิกอ่านเลย
ทำยาเม็ดกินก่อความรัก ไปสร้างปฏิกิริยาเคมีขึ้นภายในสมอง
เปิดอ่าน 7,417 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อริยสัจ 4 อริยสัจ 4
เปิดอ่าน 13,628 ครั้ง
10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด
เปิดอ่าน 11,132 ครั้ง
สาวเกาหลีเต้น กังนัมสไตล์สาวเกาหลีเต้น กังนัมสไตล์
เปิดอ่าน 8,311 ครั้ง
ฮีโร่&วายร้าย คนเด่นโลกปี 2554ฮีโร่&วายร้าย คนเด่นโลกปี 2554
เปิดอ่าน 8,850 ครั้ง
แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา โดย คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พฤษภาคม 2562แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา โดย คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พฤษภาคม 2562
เปิดอ่าน 9,934 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ