ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานผลการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้

ชื่อเรื่อง รายงานผลการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย เยาวเรศ ผิวเหมาะ โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

ปีที่วิจัย 2559

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพปัจุบันและปัญหาด้านทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 (2) สร้างและพัฒนาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ตามเกณฑ์ 80/80 (3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการอ่านและการเขียน ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ (4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 5 ห้องเรียน มีนักเรียนทั้งหมด 268 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/3 โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 35 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยการจับฉลาก โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 3 เล่ม ได้แก่ เล่มที่ 1 เรื่องนิทานเบิกบานใจ เล่มที่ 2 เรื่องท่องเที่ยวไปถิ่นไทยงาม และ เล่มที่ 3 เรื่องสืบสานงานพ่อหลวง (2) แผนการจัดการเรียนรู้ (คู่มือครู) ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 11 แผน เวลา 11 ชั่วโมง (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 30 ข้อ แบบปรนัย มี 3 ตัวเลือก และ (4) แบบประเมินความพึงพอใจ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ และผ่านการทดสอบจนมีประสิทธิภาพก่อนนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การหาประสิทธิภาพ 80/80 (E1/E2) และการทดสอบทีกรณีกลุ่มตัวอย่างมีกลุ่มเดียว (T-Test Dependent)

ผลการวิจัยปรากฏดังนี้

1. ผลจากการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาด้านการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า 1) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 2) นักเรียนมีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนภาษาไทย ไม่สนใจเรียน สาเหตุหนึ่งมาจากการอ่านหนังสือไม่ออก/ อ่านไม่คล่องและเขียนไม่ถูกต้อง 3) ครูสอนบรรยายมากเกินไป นักเรียนไม่ได้ฝึกทักษะการปฏิบัติ จากการทำงานกลุ่มร่วมกัน ทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 4) ครูไม่ใช้สื่อการเรียนการสอน แต่ใช้หนังสือเสริมของสำนักพิมพ์ต่าง ๆ เป็นกรอบในการจัดการเรียนการสอน 5) ครูใช้วิธีการวัดผลด้วยแบบทดสอบเพียงอย่างเดียวเพื่อนำมาตัดสินการเรียนไม่เน้นทักษะกระบวนการหรือชิ้นงานของนักเรียน 6) ความสามารถด้านทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จากผลการทดสอบวัดความรู้ ปีการศึกษา 2558 พบว่า การอ่านออกเขียนได้อยู่ในระดับดี ร้อยละ 50.12 ระดับปานกลาง 40.50 และอ่านไม่ออก/ ไม่คล่องเขียนไม่ถูกต้องร้อยละ 9.38 เพราะนโยบายของทางเทศบาลซึ่งเน้นความเป็นเลิศด้านวิชาการ ทำให้ครูทุกคนมุ่งสอนใหจบเพื่อการแข่งขันอย่างเดียว

2. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อฝึกทักษะการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/3 เรื่องนิทานเบิกบานใจ มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 84.00/86.29 เรื่องท่องเที่ยวไปถิ่นไทยงาม มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 83.71/85.00 และเรื่องสืบสานงานพ่อหลวง มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 84.43/85.86 โดยรวมมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 84.20/85.64 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80

3. ผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการอ่านและการเขียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อฝึกทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยรวมมีความพึงพอใจระดับมากที่สุด ( = 4.51, S.D. = 0.87) เมื่อพิจารณาแต่ละด้าน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจระดับมากที่สุด 4 ข้อ และมีความพึงพอใจในระดับมาก 1 ข้อ และนักเรียนมีความพึงพอใจด้านการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นในระดับมากที่สุด ( = 4.56, S.D. = 0.87)

ดังนั้นชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฝึกทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จึงทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นสื่อที่สามารถนำไปจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการอ่านและการเขียน ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โพสต์โดย somjit : [19 ส.ค. 2560 เวลา 01:59 น.]
อ่าน [454] ไอพี : 1.47.67.189
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
อาหารเด็ก
รับสร้างบ้าน
มอเตอร์เกียร์
รับจัดเลี้ยง
ที่นอน
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม