ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำ

บทคัดย่อ

คำสำคัญ : การพัฒนารูปแบบการสอน/แบบผสมผสาน/ความสามารถในการคิดแก้ปัญหา

วรัญญา มีรอด : การพัฒนารูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. 327 หน้า.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพรูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ แบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) ประเมินประสิทธิผลรูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ คือ เปรียบเทียบความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนที่เรียนตามรูปแบบ การสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสานก่อนและหลังเรียน และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน 4) นำรูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไปขยายผล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ แบบผสมผสาน คู่มือการใช้รูปแบบ หน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้ แบบสัมภาษณ์ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ แบบสังเกตพฤติกรรมการสอนของครูผู้สอน แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน ประเด็นสนทนากลุ่มความคิดเห็นของนักเรียน แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและแบบวัดความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที แบบไม่อิสระ และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลในการพัฒนารูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน มีองค์ประกอบที่สำคัญ 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการของรูปแบบการสอน 2) จุดประสงค์ของรูปแบบการสอน 3) เนื้อหาและสาระ 4) กิจกรรม และขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และ 5) การวัดและประเมินผล ส่วน Joyce & Weil กล่าวว่าขั้นตอนของรูปแบบ (Syntax หรือ Phases) รูปแบบปฏิสัมพันธ์ (Social System) หลักการแสดงการโต้ตอบ (Principles of Reaction) สิ่งสนับสนุนการสอน (Support System) เพื่อให้ได้รูปแบบ การสอนที่มีประสิทธิภาพ

2. รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีชื่อว่า “T-STEM Model” มีองค์ประกอบของรูปแบบ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ เน้นที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ขึ้นเองอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยการแสวงหาความรู้ด้วยการเรียนรู้แบบผสมผสานเป็นการเรียนตามแนวทางการสอน Thinking School ผสมผสานเข้ากับการสอนแบบสะเต็มศึกษา ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เชิงผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยผู้เรียนมีบทบาทสำคัญ ในการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมที่เน้นการร่วมมือกันเรียนรู้ (Collaborative Learning) และการเรียนรู้ แบบกลุ่ม (Cooperative Learning) 2) วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา 3) องค์ประกอบของกระบวนการ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 Thinking of challenge ขั้นที่ 2 Search for solution ขั้นที่ 3 Team building activities ขั้นที่ 4 Evaluate and Test และขั้นที่ 5 Modify and Develop 4) การวัดและประเมินผล 5 ด้าน คือ ด้านความสามารถในการระบุปัญหา ด้านความสามารถในการเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ ด้านความสามารถในการเสนอวิธีการแสวงหาความรู้ ด้านความสามารถในการบอกประโยชน์ที่ได้รับจากการแก้ปัญหา และด้านความสามารถในการนำเสนอผลงาน และ 5) เงื่อนไขสำคัญในการนำรูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสานไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จ ประกอบด้วย ผู้เรียนต้องมีความรับผิดชอบ มีวินัยและมุ่งมั่นในการทำงาน ใช้สื่อการเรียนการสอนจากผลการวิจัยและกระบวนการวิจัยเป็นหลัก และสถานการณ์ปัญหาที่นำมาใช้กับนักเรียน เป็นปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยพบว่า รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน (T-STEM Model) มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.77/85.86

3. ประสิทธิผลของรูปแบบพบว่า 3.1) หลังเรียนตามรูปแบบนักเรียนมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3.2) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ แบบผสมผสานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

4. ผลการขยายผลรูปแบบพบว่า หลังเรียนตามรูปแบบนักเรียนมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่องสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ แบบผสมผสานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

Abstract

Keywords: development of teaching model/Blended Science Instructional/ Problem Solving

Warunya Meerod : The development of Blended Science Instructional Model for the development of Problem Solving in Daily Substance of Sixth Grade Students. 327 pp.

The purposes of this research were to: 1) study the blended Science Instructional Model for the development of Problem Solving in Daily Substance of Sixth Grade Students. 2) develop and determine the efficiency of the blended science instructional model for the development of problem solving 3) study the effectiveness of the blended science instructional model for the development of problem solving by comparing pre-test score after using this model, and studying the satisfaction of the students toward learning by using the blended science instructional model. 4) dissemination the blended science instructional model for the development of problem solving. The samples comprised three groups including 5 experts, 5 science teachers, and 35 students from sixth grade students in the first semester of the 2015 academic year from Tasaban Wattaitalad School, Uttaradit. The research instruments were questionnaires, interview forms, lesson plans, problem-solving skills tests, Behavior forms and satisfaction forms. Data were analyzed using statistics, percentages, mean, standard deviation, t-test independent and content analysis

The result found that:

1) Blended Science Instructional Model was consisted of five elements; These are

(1) principles (2) purposes (3) contents and teaching model (4) activities and learning process (5) the assessments. The effectiveness of the Blended Science Instructional Model was at a moderate level.

2) The efficiency of the Blended Science Instructional Model for the development of Problem Solving in Daily Substance of Sixth Grade Students through T-STEM technique achieved the criteria of 85.77/85.86

3. The effectiveness of the blended science instructional model indicated that 3.1) after using the model, the student’ problem solving skills were higher than before receiving the instruction at a 0.5 significance level, and 3.2) after using the model, the students had satisfaction towards learning of the model at the highest level

4. The results of the dissemination indicated that the problem solving of students after using the blended science instructional model were significantly higher than before the instructional at a 0.5 level and students’ satisfaction towards learning of the model was at the highest level.

โพสต์โดย ครูพันธุ์ใหม่ : [29 ม.ค. 2561 เวลา 21:37 น.]
อ่าน [553] ไอพี : 171.5.250.5
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ