ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้านกา

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education)

บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิต

ในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิต

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

ผู้วิจัย นางอุรักษ์ สุระชาติ

หน่วยงาน โรงเรียนนาแก้ววิทยา อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ องค์การบริหาร

ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

ปีที่พิมพ์ 2559

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1 เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะชีวิต วิชาเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ก่อนเรียนกับหลังเรียน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการสอนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนนาแก้ววิทยา อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 40 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นกลุ่ม (Cluster) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย รูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินความสอดคล้องของรูปแบบการสอน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ แบบวัดทักษะชีวิต และแบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทีแบบไม่อิสระ การวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1. รูปแบบการเรียนการสอนนี้มีชื่อเรียกว่า “พีเอสเอสซีอีอี” (PSSCEE Model) มี 7 องค์ประกอบหลัก 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 4) สาระหลัก 5) สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ 6) ระบบสังคม และ 7) ระบบสนับสนุน รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีกระบวนการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนคือ 1) ขั้นที่ 1 ระบุปัญหา (Problem Identification) 2) ขั้นที่ 2 ขั้นการค้นหาแนวคิดที่เกี่ยวข้อง (Explore ideas) 3) ขั้นที่ 3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (Solution Design) 4) ขั้นที่4 วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา (Planning and Development) 5) ขั้นที่ 5 ขั้นการทดสอบและประเมินผล (Test and evaluate) และ 6) ขั้นที่ 6 ขั้นการนำเสนอผลลัพธ์ (Present the solution) ตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบ การเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า รูปแบบการเรียนการสอนมีความสอดคล้องกัน (IOC=0.89) และเมื่อนำไปหาประสิทธิภาพ (E1/E2) แบบกลุ่มใหญ่ (Filed Tryout) กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนนาแก้ววิทยา ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ที่เป็นเด็กเก่ง ปานกลาง และอ่อน จำนวน 30 คน โดยได้ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอน เท่ากับ 93.57/91.00 เมื่อเทียบกับเกณฑ์ 80/80 ปรากฏว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

2. ความสามารถด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิต ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 ที่สอนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยา ก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยความสามารถด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะชีวิตหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหารายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยา วิชาเคมีพบว่า พึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการสอนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหารายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี โดยภาพรวม มีความ พึงพอใจ อยู่ในข้อมูลระดับมาก ( = 4.35) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ (S.D. = 0.53) จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการสอนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหารายวิชาเคมี เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี แยกเป็นรายข้อ ได้ดังนี้ มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ข้าพเจ้าชอบวิธีการวัดผลในรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา ( = 4.65) รองลงมาคือข้าพเจ้าชอบเรียนและทำรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหาข้าพเจ้าชอบวิธีสอนที่ให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นและสนใจ และ รูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหาสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของข้าพเจ้าได้เท่ากัน ( = 4.64) ข้าพเจ้าชอบชุดฝึกที่ได้ปฏิบัติจริง ข้าพเจ้าชอบรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนๆ และคุณครู ข้าพเจ้าชอบที่เพื่อนแสดงความคิดเห็นกับงานของข้าพเจ้าเท่ากันคือ ( = 4.59) รูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหาทำให้ข้าพเจ้าได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ข้าพเจ้าชอบที่ได้มีส่วนร่วมในการทำรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหา ข้าพเจ้าชอบเมื่อได้ช่วยเหลือเพื่อนในการทำงานเท่ากัน คือ ( = 4.55) ข้าพเจ้าชอบที่มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนเท่ากับ ( = 4.00) ใบความรู้ ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหาทำให้ข้าพเจ้าปฏิบัติชุดฝึกได้ดีและเข้าใจ ( =3.91) ข้าพเจ้าชอบการวัดผลประเมินผลทุกรูปแบบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) บูรณาการร่วมกับกระบวนการแก้ปัญหาที่เรียน ข้าพเจ้าชอบการประเมินผลเพราะมีความถูกต้องและชัดเจน เท่ากันคือ ( = 3.82) และ ข้าพเจ้าชอบที่ครูให้ความสนใจและให้คำแนะนำอย่างทั่วถึง ( = 3.77) ตามลำดับ

โพสต์โดย HeXeN : [30 ส.ค. 2561 เวลา 19:08 น.]
อ่าน [104136] ไอพี : 1.4.216.89
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 37,964 ครั้ง
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ

เปิดอ่าน 13,295 ครั้ง
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน

เปิดอ่าน 14,017 ครั้ง
"ราชบัณฑิตยสภา"
"ราชบัณฑิตยสภา"

เปิดอ่าน 72,065 ครั้ง
วิธีตอนกิ่งมะละกอ ให้ผลผลิตเร็ว ต้นเตี้ยไม่กลัวลม
วิธีตอนกิ่งมะละกอ ให้ผลผลิตเร็ว ต้นเตี้ยไม่กลัวลม

เปิดอ่าน 13,584 ครั้ง
ไปรษณีย์ไทย ยัน แสตมป์เซเว่น ใช้ส่งจดหมายไม่ได้
ไปรษณีย์ไทย ยัน แสตมป์เซเว่น ใช้ส่งจดหมายไม่ได้

เปิดอ่าน 13,571 ครั้ง
รู้ไว้ไม่เสียหาย! ตัวเลข "เฮง-ชง" ประจำปีวอก
รู้ไว้ไม่เสียหาย! ตัวเลข "เฮง-ชง" ประจำปีวอก

เปิดอ่าน 53,598 ครั้ง
เคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเอง
เคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเอง

เปิดอ่าน 13,359 ครั้ง
ภัยร้ายหน้าร้อน-สาวๆ ไม่อยากหมดสวยต้องอ่าน 6 กลเม็ดสู้ "ผิวไหม้แดด"
ภัยร้ายหน้าร้อน-สาวๆ ไม่อยากหมดสวยต้องอ่าน 6 กลเม็ดสู้ "ผิวไหม้แดด"

เปิดอ่าน 10,952 ครั้ง
คลิป สวัสดีปีใหม่ จากใจ บุคลากร รพ.ตำรวจ
คลิป สวัสดีปีใหม่ จากใจ บุคลากร รพ.ตำรวจ

เปิดอ่าน 13,082 ครั้ง
ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เป็นเบาหวาน กินอย่างไรดี
ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เป็นเบาหวาน กินอย่างไรดี

เปิดอ่าน 10,606 ครั้ง
พบกล้องโทรทรรศน์
พบกล้องโทรทรรศน์'ไอสไตน์'ที่หายสาบสูญไปนาน

เปิดอ่าน 17,508 ครั้ง
เครื่องเรือน อาวุธ และเครื่องนุ่งห่มกับตัวไม้ประกอบเรือนของชาวสยาม
เครื่องเรือน อาวุธ และเครื่องนุ่งห่มกับตัวไม้ประกอบเรือนของชาวสยาม

เปิดอ่าน 22,983 ครั้ง
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271-1368)
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271-1368)

เปิดอ่าน 14,037 ครั้ง
คุณภาพการศึกษาดูจากหลักฐานขยะเท่านั้นหรือ!
คุณภาพการศึกษาดูจากหลักฐานขยะเท่านั้นหรือ!

เปิดอ่าน 35,185 ครั้ง
ศธ.สั่งลดเวลาเรียนในห้องเรียน เหลือเพียง 14.00 น. เด็กจะได้..
ศธ.สั่งลดเวลาเรียนในห้องเรียน เหลือเพียง 14.00 น. เด็กจะได้..

เปิดอ่าน 11,405 ครั้ง
การดูแลสุขภาพหน้าฝน ทำได้ง่ายๆ
การดูแลสุขภาพหน้าฝน ทำได้ง่ายๆ
เปิดอ่าน 30,150 ครั้ง
ซักซ้อมแนวปฏิบัติการขออนุญาตไปต่างประเทศ (เพิ่มเติม)
ซักซ้อมแนวปฏิบัติการขออนุญาตไปต่างประเทศ (เพิ่มเติม)
เปิดอ่าน 12,720 ครั้ง
อันตราย! ดื่มน้ำเกินพิกัด
อันตราย! ดื่มน้ำเกินพิกัด
เปิดอ่าน 11,643 ครั้ง
ออกกำลังกาย สู้หวัด 2009
ออกกำลังกาย สู้หวัด 2009
เปิดอ่าน 24,859 ครั้ง
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ