ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การประเมินโครงการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ในโรงเรียนราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศ

ชื่อเรื่อง : การประเมินโครงการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ตามค่านิยมหลัก

ของคนไทย 12 ประการในโรงเรียนราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1

ชื่อผู้ประเมิน : ยศพล ชาติโรจันทร์

ปีที่ประเมิน : ปีการศึกษา 2560

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินโครงการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ในโรงเรียนราษฎร์บำรุง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 ประเมินโดยใช้รูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ประเมินโครงการในด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินบริบท (Context Evaluation) เกี่ยวกับเกี่ยวกับความต้องการจำเป็นของการดำเนินโครงการ ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของวัตถุประสงค์ ความเหมาะสมของกิจกรรม และความสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด 2) ประเมินปัจจัยนำเข้า ( Input Evaluation) เกี่ยวกับความพร้อมของบุคลากร งบประมาณ สถานที่ และความเพียงพอของสื่อและวัสดุอุปกรณ์ 3) ประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) เกี่ยวกับการเตรียมการ/ การสร้างความตระหนักรับรู้ การวางแผนการดำเนินกิจกรรม การดำเนินกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้ การนิเทศกำกับติดตามการดำเนินงาน การประเมินผลการจัดกิจกรรม และการสรุปและรายงานผลโครงการ 4) ประเมินผลผลิต (Product Evaluation) ในด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนเกี่ยวกับค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ และด้านความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการประชากรที่ใช้ในการประเมินโครงการ ได้แก่ นักเรียน ครู ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนราษฎร์บำรุง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 ในปีการศึกษา 2560 รวมทั้งสิ้น จำนวน 151 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินโครงการได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 95 คน ประกอบด้วย 1) ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 1 คน 2) ครู จำนวน 6 คน 3) นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 - 6 จำนวน 45 คน 4) ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 36 คน 5) กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 5 ฉบับ ดังนี้ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามประเมินบริบทของโครงการ จำนวน 4 ตัวชี้วัด ข้อคำถามจำนวน 30 ข้อ ฉบับที่ 2 แบบสอบถามประเมินปัจจัยนำเข้า จำนวน 4 ตัวชี้วัด ข้อคำถามจำนวน 22 ข้อ ฉบับที่ 3 แบบสอบถามประเมินกระบวนการ จำนวน 6 ตัวชี้วัด ข้อคำถามจำนวน 42 ข้อ ฉบับที่ 4 แบบสอบถามประเมินผลผลิตเกี่ยวกับค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน จำนวน 12 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดละ 10 ข้อ รวมข้อคำถามจำนวน 120 ข้อ ฉบับที่ 5 แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจของ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการ ข้อคำถามจำนวน 20 ข้อ

การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยค่าสถิติ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS for Windows 16.0 ผลการประเมินและข้อเสนอแนะสรุปได้ดังนี้

ผลการประเมิน

โครงการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ในโรงเรียนราษฎร์บำรุง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 มีผลการประเมินสามารถสรุปได้ดังนี้

1. ผลการประเมินบริบทของโครงการ ในภาพรวมมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด โดยตัวชี้วัดทั้ง 4 ตัวชี้วัดพบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดและอยู่ในระดับมากที่สุดทุกตัวชี้วัด โดยความสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัดมีความเหมาะสมมากที่สุด รองลงมาคือ ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของวัตถุประสงค์ ความต้องการจำเป็นของโครงการ และความเหมาะสมของกิจกรรมในการดำเนินโครงการ ตามลำดับ

2. ผลการประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการ ในภาพรวมมีความพร้อมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยตัวชี้วัดทั้ง 4 ตัวชี้วัดพบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด และอยู่ในระดับมากที่สุดทุกตัวชี้วัด โดยด้านสถานที่มีความเหมาะสมมากที่สุด รองลงมาคือด้านสื่อและวัสดุอุปกรณ์ ด้านบุคลากร และด้านงบประมาณ ตามลำดับ

3. ผลการประเมินกระบวนการของโครงการ ในภาพรวมมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยตัวชี้วัดทั้ง 6 ตัวชี้วัด พบว่าผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดและอยู่ในระดับมากที่สุด ทุกตัวชี้วัด ด้านการเตรียมการ/ การสร้างความตระหนักรับรู้มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการวางแผนการดำเนินกิจกรรม ด้านการสรุปและรายงานผลโครงการ ด้านการประเมินผลการจัดกิจกรรมโครงการ ด้านการดำเนินกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้ และด้านการนิเทศกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการ ตามลำดับ

4. ผลการประเมินผลผลิตของโครงการพบว่า ในภาพรวมนักเรียนโรงเรียนราษฎร์บำรุง มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ผ่านเกณฑ์การประเมิน ที่กำหนด และอยู่ในระดับมากที่สุด โดยค่านิยมด้านการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีผล การประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือกตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ การรักษาวัฒนธรรม ประเพณีไทยอันดีงาม และคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง ตามลำดับ และความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อการดำเนินงานโครงการพบว่า โดยภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด และอยู่ในระดับมากที่สุด

ดังนั้น จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะให้มีการดำเนินงานตามโครงการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ในโรงเรียนราษฎร์บำรุง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 ต่อไป ทั้งนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องตระหนักและเห็นความสำคัญ ให้ความร่วมมือ สนับสนุนอย่างจริงจัง มีการกำกับติดตามผล การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ

โพสต์โดย โส : [29 ม.ค. 2562 เวลา 17:51 น.]
อ่าน [103568] ไอพี : 171.6.232.54
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:28 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 240,079 ครั้ง
คำเรียกตัวเลขทั้งสิบในภาษาไทย
คำเรียกตัวเลขทั้งสิบในภาษาไทย

เปิดอ่าน 16,733 ครั้ง
สวนในบ้านสไตล์รีสอร์ตธรรมชาติ
สวนในบ้านสไตล์รีสอร์ตธรรมชาติ

เปิดอ่าน 29,018 ครั้ง
"นพ.ยง" มีคำตอบ! เคยติด "โควิด-19" ติดซ้ำได้หรือไม่-ต้อง "ฉีดวัคซีน" อีกหรือไม่.?
"นพ.ยง" มีคำตอบ! เคยติด "โควิด-19" ติดซ้ำได้หรือไม่-ต้อง "ฉีดวัคซีน" อีกหรือไม่.?

เปิดอ่าน 273,307 ครั้ง
Adverbs การทำให้เป็นคำกริยาวิเศษณ์ (Formation )
Adverbs การทำให้เป็นคำกริยาวิเศษณ์ (Formation )

เปิดอ่าน 35,344 ครั้ง
ความสำคัญของวันวิสาขบูชา
ความสำคัญของวันวิสาขบูชา

เปิดอ่าน 33,002 ครั้ง
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558

เปิดอ่าน 4,864 ครั้ง
แนะนำสถานที่ทำบุญตามวันเกิด รับวันพระใหญ่ "วิสาขบูชา"
แนะนำสถานที่ทำบุญตามวันเกิด รับวันพระใหญ่ "วิสาขบูชา"

เปิดอ่าน 1,646 ครั้ง
4 วิธีใช้งานโคมไฟ Wall Lamp ให้มีประสิทธิภาพ
4 วิธีใช้งานโคมไฟ Wall Lamp ให้มีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 14,153 ครั้ง
เรื่องที่คุณครูต้องอ่าน
เรื่องที่คุณครูต้องอ่าน

เปิดอ่าน 14,012 ครั้ง
คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง
คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง

เปิดอ่าน 29,423 ครั้ง
เรียนคณิตศาสตร์ไปทำไม?  วิชาที่คนไม่เข้าใจ
เรียนคณิตศาสตร์ไปทำไม? วิชาที่คนไม่เข้าใจ

เปิดอ่าน 57,942 ครั้ง
ศรัทธา 4
ศรัทธา 4

เปิดอ่าน 10,477 ครั้ง
กังนัมสไตล์เริ่ด ฮิตยันไฮโซอังกฤษ เด็กอีตันยังเลียนแบบ
กังนัมสไตล์เริ่ด ฮิตยันไฮโซอังกฤษ เด็กอีตันยังเลียนแบบ

เปิดอ่าน 16,799 ครั้ง
10 วิธีดูแลมือ เท้า และเล็บ
10 วิธีดูแลมือ เท้า และเล็บ

เปิดอ่าน 23,155 ครั้ง
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271-1368)
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271-1368)

เปิดอ่าน 148,642 ครั้ง
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู
เปิดอ่าน 2,529 ครั้ง
โรคเก๊าต์ เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน รักษาอย่างไร อาหารอะไรกินได้และไม่ควรกิน
โรคเก๊าต์ เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน รักษาอย่างไร อาหารอะไรกินได้และไม่ควรกิน
เปิดอ่าน 15,240 ครั้ง
โฆษณาเด็กน่ารักที่สุด ประจำปี 2013
โฆษณาเด็กน่ารักที่สุด ประจำปี 2013
เปิดอ่าน 30,766 ครั้ง
"หินถ่วงบวบ"ไอเดียปลูกบวม ได้ผลใหญ่ สวย และยาวมาก
"หินถ่วงบวบ"ไอเดียปลูกบวม ได้ผลใหญ่ สวย และยาวมาก
เปิดอ่าน 20,540 ครั้ง
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ