ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมความรู้ทั่วไป  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ประเทศไทยเคยเกิด "ฮีทเวฟ" หรือไม่ ?


ความรู้ทั่วไป เปิดอ่าน : 14,591 ครั้ง
ประเทศไทยเคยเกิด "ฮีทเวฟ" หรือไม่ ?

Advertisement

แดดที่แผดเผากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2553 ทำให้พลิกคำพยากรณ์ที่ระบุว่า วันที่ 27 เมษายน จะเป็นวันที่ร้อนที่สุดของกรุงเทพฯ เพราะมีอุณหภูมิที่วัดได้จากสถานีบางนาเพียง 36 องศาเซลเซียส

จันทร์ที่ 10 พฤษภาคม ที่ร้อนระอุนั้นมีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39.7 องศา จึงเป็นวันที่ร้อนที่สุดในปีนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ "ฮีทเวฟ" หรือ "คลื่นความร้อน" และล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 20 ราย

“ประวิทย์ แจ่มปัญญา” ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายถึงความร้อนที่ระอุแผ่คลุมทั่วไทยมาอย่างต่อเนื่องหลายวันว่า ปกติช่วงเดือนเมษายน จะมีฝนตกเป็นระยะๆ อากาศจะร้อนอยู่ประมาณ 4-5 วัน จากนั้นฝนจะตกสลับกันให้คลายร้อน แต่หน้าร้อนปีนี้ ฝนตกน้อยมากทำให้เกิดความร้อนสะสม โดยเฉพาะช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาฝนขาดหายไป หรือมีฝนเป็นหย่อมๆ ในพื้นที่ไม่กว้างนัก ทำให้ชั้นอากาศมีความชื้นสูง จึงรู้สึกร้อนอบอ้าวผิดปกติกว่าทุกปี ยิ่งความชื้นในอากาศสูงมากเท่าไร มนุษย์จะยิ่งร้อนอึด อัดมากขึ้นเท่านั้น ช่วงนี้ความชื้นในอากาศรอบกรุงเทพฯ ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าหน้าหนาวที่มีความชื้นเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

"ปีนี้จังหวัดร้อนที่สุดคือแพร่และลำปาง ประมาณ 43 องศา ส่วนกรุงเทพฯ วันที่ร้อนสุด คือ 10 พฤษภาคม อุณหภูมิ 39.7 องศา ตามสถิติที่ผ่านมา จ.ตากเคยมีอุณหภูมิสูงสุดคือ 43.5 องศา เชื่อว่าปัจจัยสำคัญคือความชื้นในอากาศสูง ความร้อนสะสมหลายวัน ประกอบกับฝนไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้อากาศร้อนมาก แต่นับจากวันนี้ไปความร้อนจะลดลง เพราะวันอังคารที่ผ่านมาภาคอีสานเริ่มมีฝนรวมถึงภาคเหนือเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนตามปกติ" ผอ.ส่วนพยากรณ์อากาศกลางอธิบาย

นอกจากคำพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาแล้ว นักวิชาการบางรายเชื่อว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์คลื่นความร้อน หรือ "ฮีทเวฟ" ทำให้คนทั่วโลกล้มตายปีละหลายร้อยคน โดยเฉพาะในอินเดียมีรายงานว่าช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา อุณหภูมิความร้อนพุ่งถึง 44 องศา สูงสุดในรอบ 52 ปี ชาวอินเดียอย่างน้อย 80 คน เสียชีวิตจากคลื่นความร้อน

คลื่นความร้อน หรือ "ฮีทเวฟ" (Heat wave) หมายถึงอากาศร้อนจัดที่สะสมอยู่พื้นที่บริเวณหนึ่ง แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ "แบบสะสมความร้อน" เกิดในพื้นที่ซึ่งสะสมความร้อนเป็นเวลานาน อากาศแห้ง ลมนิ่ง ทำให้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ไม่เคลื่อนที่ เมื่ออุณหภูมิร้อนสะสมหลายวันจะเกิดคลื่นความร้อนมากขึ้นเช่น หากพื้นที่ไหนมีอุณหภูมิ 38-41 องศา แล้วไม่มีลมพัดต่อเนื่อง 3-6 วัน ไอร้อนจะสะสมจนกลายเป็นคลื่นความร้อน มักเกิดในประเทศอินเดีย แอฟริกา ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ ฯลฯ

ชนิดที่ 2 คือ “แบบพัดพาความร้อน” มักเกิดขึ้นแถวทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คลื่นความร้อนชนิดนี้เกิดจากลมแรงหอบความร้อนจากทะเลทรายขึ้นไปในเขตหนาว มักเกิดในยุโรป แคนาดาตอนใต้ ฯลฯ

 




คำถามคือประเทศไทยเคยเกิด "ฮีทเวฟ" หรือไม่ ?

นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีโอกาสเกิดคลื่นความร้อนหรือฮีทเวฟ เนื่องจากไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่มีมวลอากาศร้อนจัด ประกอบกับไม่มีทะเลทรายเหมือนอินเดียหรือออสเตรเลีย นอกจากนี้ฮีทเวฟจะเกิดได้ก็ต่อเมื่ออุณหภูมิร้อนเกิน 40 องศาต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ แต่สภาพอากาศของไทยมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาทุก 7-10 วัน ทำให้เกิดฝนตก ช่วยลดอุณหภูมิไม่ให้ไต่ระดับสูงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ปีนี้อากาศร้อนขึ้น เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ที่ทำให้เกิดความแห้งแล้ง จากสถิติอุณหภูมิสูงสุดในรอบ 57 ปี ของไทย พบว่า หน้าร้อนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 42-43 องศา ยังไม่เคยมีอุณหภูมิสูงถึงระดับ 46-47 องศา

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโลกร้อน ยืนยันว่าฤดูร้อนปีนี้ของไทยไม่ธรรมดา อาจเรียกว่าเป็น "ปรากฏการณ์ฮีทเวฟ"

ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ วิเคราะห์ว่า สภาพอากาศของไทยช่วงนี้มีความแปรปรวนสูง โดยเฉพาะอากาศร้อนจัด ที่มีแนวโน้มจะร้อนขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง เพราะอุณหภูมิสูงติดต่อกันเกิน 3 วันขึ้นไป ตามหลักวิชาการจะทำให้เกิดคลื่นความร้อน คนที่ได้รับคลื่นความร้อนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ที่ผ่านมามีรายงานผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนบ้างแล้ว และหากสภาพอากาศยังเป็นไปในลักษณะนี้ยาวไปถึงปีหน้า ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนไทยมากขึ้น

ดร.สมิทธวิเคราะห์ว่า ตามรายงานมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนแล้ว 15 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงในประวัติการณ์ หน่วยงานราชการยังไม่เคยเจอกับภาวะฉุกเฉินเช่นนี้มาก่อน จึงขอฝากบอกไปยังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้รีบออกประกาศเตือนภัย เพราะหากปรับสภาพร่างกายไม่ทันอาจทำให้หัวใจวายและเสียชีวิตในที่สุด

นักวิชาการจากกรมอุตุนิยมวิทยารายหนึ่งสรุปว่า ความคิดเห็นเรื่อง "ฮีทเวฟ" ที่แตกเป็น 2 ฝ่ายนั้น สืบเนื่องจากประเทศไทยไม่เคยมีนิยามคำว่า “คลื่นความร้อน” หรือ "ฮีทเวฟ" มาก่อน ในต่างประเทศจะมีการจำกัดความตามสภาพอากาศท้องถิ่น เช่น อังกฤษ จะระบุว่าหากอากาศร้อนถึง 32 องศาติดต่อกัน 5 วัน และความชื้นในอากาศสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ให้ถือว่าพื้นที่นั้นเป็นฮีทเวฟ ส่วนออสเตรเลียเป็นพื้นที่ทะเลทรายอาจกำหนดให้มีอุณหภูมิ 40 องศาขึ้นไป

“หากดูตามนิยามของอังกฤษ ประเมินได้ว่าหน้าร้อนของ ไทยปีนี้บางพื้นที่มีปรากฏการณ์ ฮีทเวฟ เช่น ในกรุงเทพฯ เพราะอุณหภูมิสูงเกิน 32 องศาต่อเนื่องหลายวันและความชื้นก็สูงเกิน 60 เปอร์เซ็นต์ อยากเสนอว่าประเทศไทยอาจต้องให้นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญมาช่วยกันนิยามคำ ว่า คลื่นความร้อน เพื่อที่อนาคตจะได้เตือนภัยได้อย่างถูกต้อง”


ที่มา คมชัดลึก


ประเทศไทยเคยเกิด "ฮีทเวฟ" หรือไม่ ?ประเทศไทยเคยเกิดฮีทเวฟหรือไม่?

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ของพรีเมี่ยมคืออะไร ?

ของพรีเมี่ยมคืออะไร ?


เปิดอ่าน 40,193 ครั้ง
วิธีซ่อมก๊อกน้ำรั่ว

วิธีซ่อมก๊อกน้ำรั่ว


เปิดอ่าน 21,273 ครั้ง
ของพรีเมี่ยมคืออะไร ?

ของพรีเมี่ยมคืออะไร ?


เปิดอ่าน 19,684 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

กว่าจะเป็นลี กวน ยิว และกว่าจะเป็นสิงคโปร์ในปัจจุบัน

กว่าจะเป็นลี กวน ยิว และกว่าจะเป็นสิงคโปร์ในปัจจุบัน

เปิดอ่าน 9,164 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2552
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2552
เปิดอ่าน 14,861 ☕ คลิกอ่านเลย

วลีเด็ดแห่งปี 2555
วลีเด็ดแห่งปี 2555
เปิดอ่าน 15,870 ☕ คลิกอ่านเลย

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2552
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2552
เปิดอ่าน 13,394 ☕ คลิกอ่านเลย

หน้าใสด้วยสมุนไพร - สูตรผสมจากว่านหางจระเข้
หน้าใสด้วยสมุนไพร - สูตรผสมจากว่านหางจระเข้
เปิดอ่าน 11,298 ☕ คลิกอ่านเลย

เปิด 10 เมนูสุขภาพ รับปี 2556 สไตล์อายุรวัฒน์
เปิด 10 เมนูสุขภาพ รับปี 2556 สไตล์อายุรวัฒน์
เปิดอ่าน 12,502 ☕ คลิกอ่านเลย

แนะ
แนะ 'เคล็ดลับ 3 อ.' เพื่อสุขภาพดียามสูงวัย
เปิดอ่าน 34,040 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ประกาศ
ประกาศ
เปิดอ่าน 27,096 ครั้ง

กินไข่ต้ม ช่วยให้หลับง่าย จริงหรือ?
กินไข่ต้ม ช่วยให้หลับง่าย จริงหรือ?
เปิดอ่าน 16,973 ครั้ง

4 ปัญหายอดฮิต เมื่อสอบติดมหา’ลัย
4 ปัญหายอดฮิต เมื่อสอบติดมหา’ลัย
เปิดอ่าน 14,580 ครั้ง

กริยา กับ กิริยา
กริยา กับ กิริยา
เปิดอ่าน 75,698 ครั้ง

การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ตอน1
การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ตอน1
เปิดอ่าน 17,254 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ