ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

แก้ปัญหาการเรียนวิชาเคมี ชั้น ม.5/1-2 วิชา เคมี (ว32223)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาเรื่องกฎต่างๆของแก๊สได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างค่าความดัน อุณหภูมิ ปริมาตรของแก๊ส เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนวิชาเคมี และเพื่อให้ผลการเรียนวิชาเคมีของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1-2 สูงขึ้น

เค้าโครงงานวิจัยในชั้นเรียน

ชื่อผู้วิจัย ดาวใจ แก้วอัคฮาด

ชื่อเรื่อง แก้ปัญหาการเรียนวิชาเคมี ชั้น ม.5/1-2 วิชา เคมี (ว32223)

สภาพปัญหา

จากปัญหาพบว่านักเรียนชั้น ม. 5/1-3 เป็นส่วนใหญ่ เป็นเด็กอ่อนวิชาวิทย์ – คณิต เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เมื่อเรียนวิชาเคมีแล้ว ซึ่งเป็นวิชาที่มีเนื้อหาค่อนข้างยาก จึงทำให้เด็กไม่ค่อยตั้งใจเรียน จากการสังเกตจากการเรียนพบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถเรียนวิชานี้ให้เข้าใจได้เพราะยังขาดกระบวนคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในระดับสูงขึ้นไป

นิยามศัพท์เฉพาะ

ในการเรียนวิชาเคมี เรื่องกฎต่างๆของแก๊สถือว่าสำคัญต่อการเรียนเนื้อหาวิชาเคมีตลอดหลักสูตร แต่นักเรียนขาดทักษะในการคิด วิเคราะห์ เป็นเด็กอ่อนวิชาวิทย์ – คณิต เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เนื่องด้วยทางโรงเรียนได้มุงเน้นการเรียนการสอนในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ให้มีผลสัมฤทธิ์ดีขึ้น จึงเป็นเหตุสมควรที่จะทำการพัฒนากระตุ้นให้นักเรียนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างค่าความดัน อุณหภูมิ ปริมาตรของแก๊สได้

จุดประสงค์ของการวิจัย

เพื่อให้นักเรียนเข้าใจเรื่องกฎต่างๆของแก๊สได้

ระยะเวลาในการดำเนินงา

ตุลาคม 2561 –มีนาคม 2562

เป้าหมาย

เชิงปริมาณ นักเรียนระดับขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1-2 จำนวน 48 คน

เชิงคุณภาพ นักเรียนเข้าใจเรื่องกฎต่างๆของแก๊สได้

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. กำหนดปัญหา หาสาเหตุ และกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

2. จัดทำแผนการสอน แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบ

3. ดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน

4. รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล

5. สรุป ประมวลผล

เรื่อง แก้ปัญหาการเรียนวิชาเคมี ชั้น ม.5/1-2 วิชา เคมี (ว32223)

ความสำคัญและที่มา

จากปัญหาพบว่านักเรียนชั้น ม. 5/1-2 เป็นส่วนใหญ่ เป็นเด็กอ่อนวิชาวิทย์ – คณิต เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เมื่อเรียนวิชาเคมีแล้ว ซึ่งเป็นวิชาที่มีเนื้อหาค่อนข้างยาก จึงทำให้เด็กไม่ค่อยตั้งใจเรียน จากการสังเกตจากการเรียนพบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถเรียนวิชานี้ให้เข้าใจได้เพราะยังขาดกระบวนคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในระดับสูงขึ้นไป

จุดมุ่งหมาย

เพื่อให้นักเรียนเข้าใจเรื่องกฎต่างๆของแก๊สได้

ประโยชน์ที่ได้รับ

นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่องกฎต่างๆของแก๊สไปใช้ในการเรียนเนื้อหาวิชาเคมีต่อไป

ระยะเวลาดำเนินการ

ตุลาคม 2561 –มีนาคม 2562

วิธีดำเนินการวิจัย

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ใช้ในการปฏิบัติ

ระหว่างเดือนตุลาคม 2561 –มีนาคม 2562

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

1.กำหนดปัญหา สาเหตุ และ

กลุ่มเป้าหมาย

2.จัดทำแผนการสอน แบบ

ฝึกทักษะ แบบทดสอบ

3.ดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน

4.รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล

5.สรุปผล

ผลการดำเนินงาน

1. ศึกษาปัญหา หาสาเหตุ และกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

2. จัดทำแผนการสอน การฝึกทักษะ แบบทดสอบ และบันทึกผล

การทำกิจกรรม

3. ดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน

4. รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล

5. สรุปผล

กิจกรรม แบบวัด ความสามารถในการท่องตารางธาตุ

คำชี้แจง ข้อความแต่ละข้อความต่อไปนี้ ตรงกับความรู้สึก และความคิดเห็นของนักเรียนว่าเห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยเพียงใด ให้นักเรียนขีด ลงในช่องที่ตรงกับความรู้สึก และความคิดเห็นของนักเรียนมากที่สุด

ที่ ข้อความ ความรู้สึก

เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ไม่เห็นด้วย

1 การท่องและเข้าใจกฎต่างๆของแก๊สเป็นสิ่งที่ควรทำ

2 กิจกรรมในเวลาเรียนวิชาเคมีน่าเบื่อหน่าย

3 การทดลองในวิชาเคมีน่าสนใจ

4 การเรียนเรื่องกฎต่างๆของแก๊สทำให้เสียเวลา

5 วิชาเคมีเป็นวิชาที่น่าสนใจ

6 ฉันชอบวิชาเคมีมากกว่าวิชาอื่น

7 ฉันชอบกฎต่างๆของแก๊ส

8 ฉันรู้สึกพอใจเมื่อถึงชั่วโมงวิชาเคมี

9 ฉันรู้สึกเบื่อหน่ายเมื่อมีการบ้านวิชาเคมี

10 ฉันสนุกกับกฎต่างๆของแก๊ส

เกณฑ์การให้คะแนน

1. ถ้าข้อความนั้นแสดงความรู้หรือการกระทำในทางบวก เช่น1,2,5,6,7,8,10 จะให้คะแนนดังนี้

เห็นด้วย ให้ 2 คะแนน

ไม่แน่ใจ ให้ 1 คะแนน

ไม่เห็นด้วย ให้ 0 คะแนน

2. ถ้าข้อความนั้นแสดงความรู้สึกหรือการกระทำในทางลบ เช่นในข้อ 3, 4, 9 จะให้คะแนนกลับกันกับข้อความทางบวก

ผลการแก้ไข/ผลการพัฒนา

นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาเคมี ตั้งใจเรียนมากขึ้น มีแรงจูงใจในการเรียนมากขึ้น

ข้อเสนอแนะ

การที่นักเรียนไม่ตั้งในเรียนไม่ควรโทษผู้เรียนฝ่ายเดียว ผู้สอนควรจะศึกษาตนเองด้วยว่า จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเหมาะกับผู้เรียนหรือไม่ เมื่อพบข้อบกพร่องควรหาวิธี หนทางแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองเพื่อผู้เรียนสำคัญ

โพสต์โดย ครูเคมี : [25 ก.พ. 2562 เวลา 20:42 น.]
อ่าน [102315] ไอพี : 1.46.100.32
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 4,931 ครั้ง
น้ำมันปลาและน้ำมันตับปลาต่างกันอย่างไร
น้ำมันปลาและน้ำมันตับปลาต่างกันอย่างไร

เปิดอ่าน 30,259 ครั้ง
สั่งจองพื้นที่บนดวงจันทร์ได้แล้ว
สั่งจองพื้นที่บนดวงจันทร์ได้แล้ว

เปิดอ่าน 13,821 ครั้ง
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?

เปิดอ่าน 58,869 ครั้ง
จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา
จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา

เปิดอ่าน 43,843 ครั้ง
ทำให้ถั่วฝักยาวมีฝักมาก
ทำให้ถั่วฝักยาวมีฝักมาก

เปิดอ่าน 8,709 ครั้ง
ตอบโจทย์ "ปฏิรูปการศึกษา"?
ตอบโจทย์ "ปฏิรูปการศึกษา"?

เปิดอ่าน 15,942 ครั้ง
สมูทตี้สมุนไพร อร่อยได้ประโยชน์
สมูทตี้สมุนไพร อร่อยได้ประโยชน์

เปิดอ่าน 13,116 ครั้ง
"เสือจับค้างคาว" ของขวัญพระราชทานปี
"เสือจับค้างคาว" ของขวัญพระราชทานปี '53

เปิดอ่าน 12,580 ครั้ง
วิธีลด ความดันโลหิตสูง
วิธีลด ความดันโลหิตสูง

เปิดอ่าน 25,343 ครั้ง
อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น
อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น

เปิดอ่าน 1,275 ครั้ง
เทียนพรรษาทำมาจากอะไร? : สสวท. ชวนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านวัฒนธรรม
เทียนพรรษาทำมาจากอะไร? : สสวท. ชวนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านวัฒนธรรม

เปิดอ่าน 623 ครั้ง
เทคนิคยกกระชับผิวด้วยโปรแกรม J Plasma ฟื้นฟูผิวเฟิร์มจากภายใน
เทคนิคยกกระชับผิวด้วยโปรแกรม J Plasma ฟื้นฟูผิวเฟิร์มจากภายใน

เปิดอ่าน 46,919 ครั้ง
ทำได้จริง!!เทคนิคการปลูกกล้วยให้เครือหันออกไปทางทิศเดียวกัน
ทำได้จริง!!เทคนิคการปลูกกล้วยให้เครือหันออกไปทางทิศเดียวกัน

เปิดอ่าน 13,014 ครั้ง
โลกต้องให้ความสำคัญกับครู (1)
โลกต้องให้ความสำคัญกับครู (1)

เปิดอ่าน 20,714 ครั้ง
10 อันดับเมืองที่มลพิษมากที่สุดในโลก
10 อันดับเมืองที่มลพิษมากที่สุดในโลก

เปิดอ่าน 31,373 ครั้ง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
เปิดอ่าน 10,926 ครั้ง
ท่องเที่ยวอย่างไรให้สบายเท้า
ท่องเที่ยวอย่างไรให้สบายเท้า
เปิดอ่าน 13,050 ครั้ง
อยากอยู่ร้อยปี ต้องสร้าง 10 นิสัยสุขภาพดี
อยากอยู่ร้อยปี ต้องสร้าง 10 นิสัยสุขภาพดี
เปิดอ่าน 13,810 ครั้ง
ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...
ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...
เปิดอ่าน 20,054 ครั้ง
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (อินโดนีเซีย)
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (อินโดนีเซีย)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ