ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์ > เกิดทันไหม ประกาศผลเอ็นทรานส์ ยุคเริ่มแรกและ ยุคปี 2530

เกิดทันไหม ประกาศผลเอ็นทรานส์ ยุคเริ่มแรกและ ยุคปี 2530

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 10 ม.ค. 2559 เปิดอ่าน : 7,471 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เกิดทันไหม ประกาศผลเอ็นทรานส์ ยุคเริ่มแรกและ ยุคปี 2530

Advertisement

ย้อนไปดูกันตั้งแต่ยุคเริ่มแรกที่มีการสอบเข้ามหา'ลัย ที่เรียกว่าการสอบ 'เอนทรานซ์' จนมาถึงยุคปัจจุบัน 'แอดมินชั่น' 58

ส่วนหนึ่งจากประสบการณ์หมอเอง

ปี 2504 จุดเริ่มต้นการสอบเอนทรานซ์ ยุคนั้นการเรียนมัธยมเขาใช้ชื่อเรียกว่า มศ. ซึ่งก่อนจะสอบเข้ามหาลัยได้ต้องจบ มศ.5 กันก่อน (ก็เทียบกับจบ ม.6 ในสมัยนี้นั่นเอง) ซึ่งในตอนนั้นโรงเรียนที่ต่างจังหวัดส่วนมากจะมีให้เรียนถึงแค่ช่วง ม.ต้น หากจะเข้ามหาลัยก็ต้องมาเรียนต่อ ม.ปลายในกรุงเทพ

ปี 2504 นั้น ถือเป็นการเริ่มต้นการสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย จึงมีเพียงแค่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (อ้างอิงจากวิกิพีเดีย) ที่เปิดสนามให้สอบ โดยกติกาการสอบเอนทรานซ์นั้น เลือกได้ 6 คณะ ต่อมาเหลือเพียง 4 คณะ

ดูผลสอบที่สนามจุ๊บ
ถ้าไม่อยากนอนดึกแล้วรู้ผลเลยก็ค่อยไปดูประกาศที่มหาลัยดีกว่า ยุคแรกๆ จริงๆ จะมีประกาศรายชื่อติดไว้ที่สนามส่วนกลาง ซึ่งยุคแรกเลยคือ สนามจุ๊บ หรือ สนามกีฬาจารุเสถียร ซึ่งปัจจุบันเป็นสนามกีฬาของสโมสรฟุตบอลจามจุรี ยูไนเต็ด คนอยู่ต่างจังหวัดก็เดินทางมาดูกันด้วย และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ
“คืนส่องเทียนอันแสนขมขื่น”

ระบบเอาเทียนไปส่องน่าจะเกิดก่อนระบบประกาศผลโทรทัศน์ ที่ต้องเอาเทียนไปส่อง เพราะเจ้าหน้าที่จะติดผลสอบ 1 คืนก่อนวันประกาศจริงแถวๆ สนามจุ๊บ คนที่อยากรู้ล่วงหน้า ก็ต้องเอาเทียนไปส่อง (ทำไมไม่ใช้ไฟฉาย ก็ไม่รู้) เพราะเค้าไม่เปิดไฟ มันมืดมาก เขาจะติดบอร์ดตอนกลางคืน 4-5ทุ่มจะมีคนเอาไฟฉายไปส่องดู จนเป็นตำนาน "คืนส่องเทียน"

แต่คืนส่องเทียน จะมีบรรยากาศที่เศร้ามาก ใครเคยไปจะรู้ เพราะจะได้ยินคนร้องไห้ตลอดคืนจากคนที่ผิดหวัง (สอบไม่ติด) ซึ่งเป็นส่วนมาก มากกว่าคนสอบติดประมาณ 10 ต่อ 1 และในสมัยก่อนก็ไม่มีมหาลัยเอกชนมารองรับเยอะแยะเหมือนปัจจุบัน คนเอ็นไม่ติดจะค่อนข้างเขว้งขว้าง ปัจจุบันไม่มีแล้วครับ

ความรู้สึกมันบีบหัวใจมาก ๆ ยังไม่พอ ต้องถือเทียนไปส่องตามบอร์ดด้วย นั้นล่ะ มันถึงจะเข้าถึงอารมณ์ เด็กๆ สมัยนี้สบายกว่าเยอะมาก

การจุดเทียนไปดูผลสอบ สาเหตุที่ต้องจุดเทียนไปดูก็เพราะว่าเขาจะติดป้ายประกาศกันตอนช่วงค่ำ ซึ่งแน่นอนว่าใครก็อยากจะรู้ผลเร็วๆ กันทั้งนั้น เลยรอไปดูตอนเช้ากันไม่ไหว เด็กนักเรียนสมัยนั้นจึงต้องพกเทียน พกไฟฉายไปนั่งรอ เพื่อจะได้ส่องดูผลสอบเมื่อเขามาติดกระดาษประกาศผลบนบอร์ด

นอกจากนี้ก็ยังมีพวกรุ่นพี่มาช่วยเชียร์รุ่นน้องด้วย ใครติดก็เฮลั่นดีใจ ใครไม่ติดบางคนก็ร้องไห้กันตรงนั้นเลย แต่ยุคต่อมาย้ายไปประกาศที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน (ซึ่งปัจจุบันนี้นี้ไม่มีแล้ว)

ดูผลสอบทางจดหมาย,หนังสือพิมพ์

เป็นการแจ้งชื่อที่อยู่ไว้ พอสอบเสร็จเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการส่งผลสอบไปให้ทางไปรษณีย์ นักเรียนก็รอจดหมายประกาศผลสอบอยู่กับบ้าน ฟีลลิ่งแบบไปรษณีย์มาส่งของทีไรต้องวิ่งออกไปพร้อมกับอาการใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ว่าใบผลสอบมาหรือยัง เปิดดูแล้วจะร้องดีใจ หรือร้องไห้หนักมากเพราะไม่ติด นอกจากนี้ก็ยังมีประกาศลงบนหนังสือพิมพ์ อาทิเช่น หนังสือพิมพ์วัฎจักร ไม่แน่ใจว่าประกาศลงบนหนังสือพิมพ์หัวอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า

ดูผลสอบทางทีวี
เริ่มตั้งแต่ช่วงประมาณ พ.ศ.2530 สมัยก่อนการประกาศผลเอ็นทรานซ์ (สอบเข้ามหา'ลัย) จะประกาศทางโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. โดยจะเริ่มประกาศตอนเที่ยงคืนเป็นต้นไป เรียงตามรหัสตั้งแต่คนแรกไปถึงคนสุดท้าย น้องๆและกองเชียร์ เด็กม.6 รวมทั้ง เด็กสอบเทียบ เด็กซิ้ว จะต้องนั่งลุ้นแบบ วิต่อวินาทีเพราะ รายชื่อ ประกาศผลเอ็นทรานส์ จะไหลไปแบบเขื่อนแตก คือ เร็วมากๆ ดูแล้วตื่นเต้นจริงๆ ไม่เหมือนสมัยนี้ มีอินเตอร์เน็ต มือถือ เช็คผลการสอบ ต่างๆได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

โดยเฉพาะถ้าบ้านไหนมีลูกมีหลานอยู่ ม 6 ที่ต้องลุ้นผลโต้รุ่งกันเลยทีเดียว พอรู้ผลก็ตะโกนดังไม่ได้ เพราะอาจถูกข้างบ้านด่า และรายชื่อจะไหลเร็วมาก เผลอลุกไปห้องน้ำไม่ได้เลย ดูแล้วตื่นเต้นแทน

ผู้ประกาศข่าวในยุคนั้นคือ คุณวิทวัส สุนทรวิเนตร์ พิธีกรรายการตีสิบ และคุณอรุณโรจน์ เลี่ยมทอง (ยังละอ่อนอยู่เลยนะ )

บทส่งท้าย
1 สมัยอดีตวันวาน ต้องลุ้นมากๆ นอนไม่หลับไปหลายคืนก่อนวันรู้ผล บางทีก็คิดว่า น่าจะกลับไปเหมือนวันวาน ที่เป็นตำนาน เป็นความภาคภูมิใจ เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ อดีตที่หวนคิดถึงครั้งใด ก็จะเป็นความทรงจำที่ดี ครั้งหนึ่งในชีวิตของนักเรียน ม ปลาย หลายๆคน

2 สมัยหมอสอบ ไม่ทันยุคดูผลสอบทางทีวี แต่ทันดูผลสอบทางจดหมาย,หนังสือพิมพ์ และ ตำนาน "คืนส่องเทียน" แต่ที่รู้เรื่องราวเพราะสมัยช่วง ม ต้น ได้ติดตามพี่ๆ ญาติๆไปซึมซับบรรยากาศเหล่านั้น
เคยนั่งดูเป็นเพื่อนพี่ๆญาติๆลุ้นผลไปด้วยกัน classic มากๆๆ น่าจดจำ เป็นเรื่องราวที่ดีๆ บรรยากาศเพื่อนฝูงที่คอยให้กำลังใจกัน ไปดูผลสอบกัน อยู่ด้วยกันดึกๆดื่นๆ กอดคอกันร้องไห้ดีใจ ปลอบใจ มันเป็นบรรยากาศที่อธิบายด้วยตัวหนังสือได้ไม่หมดจริงๆ ไม่เหมือนยุคสมัยนี้เลย

3 สมัยหมอ สอบเทียบ ม 2 ขึ้น ม3 ได้ สอบเทียบ ม 4 และ ม5 ขึ้น ม 6 ได้ เรียนหลักสูตร ม ปลาย 2 ปีได้ ไม่แปลกใจเลยที่ หนุ่มสาวสมัยก่อนจะเรียนมหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุยังน้อย 15 ปีก็มีให้เห็น ยิ่งเป็นคณะแพทย์ด้วยแล้ว คำนำหน้า ยังเป็น ดช หรือ ดญ ตบเท้าเรียงแถวกันมาเรียนหมอก็มีให้เห็นเรื่อยๆนะครับ

4 รูปภาพบรรยาเก่าๆ เอามาให้ดูกัน ภาพขาวดำที่เห็น ถ่ายเมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีมาแล้ว เป็นภาพบรรยากาศที่นักเรียนมาดูบอร์ดประกาศผลซึ่งตั้งเรียงรายอยู่รอบนอกของสนามจุ๊บ คลาคล่ำไปด้วยนักเรียนที่พกความตื่นเต้นมาดูผลสอบ

 

  

Good night krub
หมอ เอง ^^

 

ขอบคุณที่มาภาพและเนื้อหาจาก เฟซบุ๊ค เรื่องเล่าหมอ x exclusive

  

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เกิดทันไหม ประกาศผลเอ็นทรานส์ ยุคเริ่มแรกและ ยุคปี 2530 , , เกิดทันไหม , ประกาศผลเอ็นทรานส์ , ยุคเริ่มแรกและ , ยุคปี , 2530 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เตือนข้าราชการ นอกใจ มีชู้ มีกิ๊ก โดนโทษวินัย โทษมีตั้งแต่ตัดเงินเดือนจนถึงไล่ออก☕ คลิกอ่านเลย
เตือนข้าราชการ นอกใจ มีชู้ มีกิ๊ก โดนโทษวินัย โทษมีตั้งแต่ตัดเงินเดือนจนถึงไล่ออก
เปิดอ่าน 114,814 ครั้ง
หมอขายครีม ผิดจรรยาบรรณ?☕ คลิกอ่านเลย
หมอขายครีม ผิดจรรยาบรรณ?
เปิดอ่าน 13,359 ครั้ง
ปรบมือให้เลย แชร์ไอเดียเด็ดๆ ของเด็กไทย! เลคเชอร์วิชาประวัติศาสตร์ขั้นเทพของเด็กม.3☕ คลิกอ่านเลย
ปรบมือให้เลย แชร์ไอเดียเด็ดๆ ของเด็กไทย! เลคเชอร์วิชาประวัติศาสตร์ขั้นเทพของเด็กม.3
เปิดอ่าน 13,469 ครั้ง
ชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆ☕ คลิกอ่านเลย
ชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆ
เปิดอ่าน 25,085 ครั้ง
เปิดผลวิจัยคนไทยติดแชต กระทบงาน-การเรียนหนัก☕ คลิกอ่านเลย
เปิดผลวิจัยคนไทยติดแชต กระทบงาน-การเรียนหนัก
เปิดอ่าน 8,068 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สมดุลของ 2 ส้อม และ 1 ไม้จิ้มฟันสมดุลของ 2 ส้อม และ 1 ไม้จิ้มฟัน
เปิดอ่าน 10,939 ครั้ง
คนคือความท้าทายคนคือความท้าทาย
เปิดอ่าน 5,661 ครั้ง
แนะนำหนังสือน่าอ่านแนะนำหนังสือน่าอ่าน
เปิดอ่าน 7,630 ครั้ง
ความในใจครูไร้สัญชาติถึงนายกฯ หวังได้สัญชาติไทยเพื่อรับราชการครูความในใจครูไร้สัญชาติถึงนายกฯ หวังได้สัญชาติไทยเพื่อรับราชการครู
เปิดอ่าน 5,210 ครั้ง
4 วิธีบังคับให้ตัวเองออมเงินได้จริง4 วิธีบังคับให้ตัวเองออมเงินได้จริง
เปิดอ่าน 23,863 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ