ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาความพร้อมทางด้านสังคม ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 โรงเรียนเทศบาลตำบลเวียงเทิง ที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาความพร้อมทางด้านสังคม ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3/3

โรงเรียนเทศบาลตำบลเวียงเทิง ที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย

ชื่อผู้ศึกษา : สรรชัย หลองทุ่ง

ปีที่ศึกษา : 2561

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลอง (Experimental Design) มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการพัฒนาความพร้อมทางด้านสังคมของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนเทศบาลตำบลเวียงเทิง สังกัดกองการศึกษาเทศบาลตำบลเวียงเทิง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย จำแนกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.การปฏิบัติตามข้อตกลง 2.การรอคอยตามลำดับก่อน-หลัง 3.การเป็นผู้นำ ผู้ตาม และ4.การเล่นร่วมกับผู้อื่น ระหว่างการจัดกิจกรรม เกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย ทุกช่วงสัปดาห์ และเพื่อเปรียบเทียบผลของการพัฒนาความพร้อมทางด้านสังคม ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 โรงเรียนเทศบาลตำบลเวียงเทิง จำแนกเป็น 4 ด้าน ก่อนและหลังที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1. คู่มือการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย จำนวน 30 กิจกรรม 2. แผนการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย จำนวน 30 แผน ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น และ 3. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมความพร้อมทางด้านสังคมของเด็กปฐมวัย จำแนกเป็น 4 ด้าน การศึกษาครั้งนี้เริ่มด้วยผู้ศึกษาทำการประเมินก่อนการจัดกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยใช้แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมความพร้อมทางด้านสังคม จำแนกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ การปฏิบัติตามข้อตกลง การรอคอยตามลำดับก่อน-หลัง การเป็นผู้นำ ผู้ตาม และการเล่นร่วมกับผู้อื่นโดยผู้ศึกษา เป็นผู้ดำเนินการทดลองด้วยตนเองใช้เวลาในการทดลอง 10 สัปดาห์ ๆ ละ 3 วัน คือ วันจันทร์ วันอังคาร และวันพุธ วันละ 40 นาที รวม 30 ครั้ง และประเมินหลังจากสิ้นสุดสัปดาห์อีก 10 ครั้ง ด้วยแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเพื่อนำคะแนนมาเปรียบเทียบดูความก้าวหน้าของแต่ละช่วงสัปดาห์และเมื่อสิ้นสุดการทดลองผู้ศึกษาทำการประเมินเด็กเป็นรายบุคคลอีกครั้งหนึ่งโดยใช้ แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมความพร้อมทางด้านสังคมชุดเดียวกับที่ได้ทำการประเมินก่อน การทดลอง จากนั้นนำคะแนนที่ได้จากการสังเกตพฤติกรรมไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าสถิติพื้นฐานได้แก่ คะแนนเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าร้อยละ แล้วนำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของพฤติกรรมความพร้อมทางด้านสังคมแยกเป็นรายด้าน รายบุคคล และภาพรวม

สรุปผลการศึกษา

1. คะแนนพฤติกรรมความพร้อมทางด้านสังคม ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนเทศบาลตำบลเวียงเทิง ระหว่างที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย เมื่อประเมินความพร้อมทางด้านสังคมของเด็กปฐมวัยจากการสังเกตพฤติกรรมตามเกณฑ์การประเมิน สรุปผลการพัฒนาความพร้อมทางด้านสังคมจากช่วง 10 สัปดาห์ โดยการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย จำแนกรายพฤติกรรม ได้แก่ 1.การปฏิบัติตามข้อตกลง 2. การรอคอยตามลำดับก่อน-หลัง 3.การเป็นผู้นำ ผู้ตาม และ4. การเล่นร่วมกับผู้อื่น พบว่า ทุกพฤติกรรมและภาพรวม เริ่มสัปดาห์แรก มีพัฒนาการดีขึ้นทุกช่วงสัปดาห์ จนถึงสัปดาห์ที่ 10 ส่วนในภาพรวมความพร้อมทางด้านสังคมทั้ง 4 ด้าน พบว่า ในสัปดาห์แรกเด็กมีระดับพฤติกรรม 1.28 อยู่ในระดับปรับปรุง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.36 และมีการพัฒนาขึ้นทุกช่วงสัปดาห์ จนถึงสัปดาห์ ที่ 10 เด็กมีระดับพฤติกรรม 2.95 อยู่ในระดับดี และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.11 แสดงว่า เด็กมีพฤติกรรมพัฒนาเพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์แรกซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่วางไว้

2. พบว่าคะแนนพฤติกรรมความพร้อมทางด้านสังคม ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนเทศบาลตำบลเวียงเทิง จากการประเมินด้านการปฏิบัติตามข้อตกลงก่อนการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทยมีคะแนนเฉลี่ย 1.47 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.51 หลังที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย มีคะแนนเฉลี่ย 3.00 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.00 มีความก้าวหน้า 1.53 คิดเป็นร้อยละ 51.00 ด้านการรอคอยตามลำดับก่อน-หลัง ก่อนการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย มีค่าเฉลี่ย 1.21 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.42 หลังการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย 3.00 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.00 มีความก้าวหน้า 1.79 คิดเป็นร้อยละ 59.66 ด้านการเป็นผู้นำ ผู้ตาม ก่อนการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทยมีคะแนนเฉลี่ย 1.47 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.51 หลังที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย มีคะแนนเฉลี่ย 2.79 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.42 มีความก้าวหน้า 1.32คิดเป็นร้อยละ 44.00 และด้านการเล่นร่วมกับผู้อื่นก่อนการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทยมีคะแนนเฉลี่ย 1.00 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.00 หลังที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย มีคะแนนเฉลี่ย 3.00 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.00 มีความก้าวหน้า 2.00 คิดเป็นร้อยละ 66.66 คะแนนรวมเฉลี่ย ทั้ง 4 ด้าน หลังการจัดกิจกรรม เท่ากับ 11.79 คิดเป็นร้อยละ 98.25 สูงกว่าก่อนการดำเนินการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย มีคะแนนเฉลี่ย 5.15 คิดเป็นร้อยละ 42.08 มีค่าเฉลี่ยความก้าวหน้า 6.64 คิดเป็นร้อยละ 55.33

โพสต์โดย ครูสรรชัย : [20 มิ.ย. 2562 เวลา 13:04 น.]
อ่าน [102259] ไอพี : 118.172.119.49
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,981 ครั้ง
เคล็ดลับ 13 ประการ เพื่อการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
เคล็ดลับ 13 ประการ เพื่อการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 13,527 ครั้ง
"มัสมั่น"ของไทยคว้าแชมป์จานอร่อยจาก 50 อันดับเมนูเด็ดทั่วโลก
"มัสมั่น"ของไทยคว้าแชมป์จานอร่อยจาก 50 อันดับเมนูเด็ดทั่วโลก

เปิดอ่าน 325,048 ครั้ง
5 วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร รู้ไว้ป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง
5 วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร รู้ไว้ป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง

เปิดอ่าน 35,348 ครั้ง
ประโยชน์ของมัลติมีเดีย
ประโยชน์ของมัลติมีเดีย

เปิดอ่าน 24,524 ครั้ง
หมอเตือนอย่ากิน"แมลงทอด"กับ"เหล้า-เบียร์"
หมอเตือนอย่ากิน"แมลงทอด"กับ"เหล้า-เบียร์"

เปิดอ่าน 2,055 ครั้ง
วิธีบรรเทาอาการไข้หวัดและเจ็บคอ ด้วยวิธีธรรมชาติ
วิธีบรรเทาอาการไข้หวัดและเจ็บคอ ด้วยวิธีธรรมชาติ

เปิดอ่าน 7,608 ครั้ง
อาหารและโภชนาการที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ
อาหารและโภชนาการที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

เปิดอ่าน 3,508 ครั้ง
Intrend ให้แบบไม่ OUT กับ 5 รูปแบบการสอน Active Learning ที่ครูต้องใช้ในยุคนี้
Intrend ให้แบบไม่ OUT กับ 5 รูปแบบการสอน Active Learning ที่ครูต้องใช้ในยุคนี้

เปิดอ่าน 22,874 ครั้ง
โรคเหน็บชา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
โรคเหน็บชา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9

เปิดอ่าน 4,795 ครั้ง
คนกินเค็มต้องระวัง "โซเดียมในเลือดสูง"
คนกินเค็มต้องระวัง "โซเดียมในเลือดสูง"

เปิดอ่าน 10,057 ครั้ง
โอเน็ต!ยัง โอเค?
โอเน็ต!ยัง โอเค?

เปิดอ่าน 34,761 ครั้ง
ปลาหมอไทยในบ่อเลี้ยงไม่ยาก ราคาดี
ปลาหมอไทยในบ่อเลี้ยงไม่ยาก ราคาดี

เปิดอ่าน 11,554 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 55 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หยุดใช้ผลการสอบ O-NET ผิดทาง
จดหมายฉบับที่ 55 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หยุดใช้ผลการสอบ O-NET ผิดทาง

เปิดอ่าน 92,712 ครั้ง
เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
เทคนิคการสอบสัมภาษณ์

เปิดอ่าน 21,418 ครั้ง
ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ไขอย่างไรดี
ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ไขอย่างไรดี

เปิดอ่าน 41,633 ครั้ง
การทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์
การทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์
เปิดอ่าน 53,444 ครั้ง
เคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเอง
เคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 60,701 ครั้ง
Revo Uninstall สุดยอดโปรแกรมถอนการติดตั้ง
Revo Uninstall สุดยอดโปรแกรมถอนการติดตั้ง
เปิดอ่าน 10,980 ครั้ง
หญิงไทยยังเมินเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำไอคิวเด็กไทยต่ำ
หญิงไทยยังเมินเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำไอคิวเด็กไทยต่ำ
เปิดอ่าน 26,427 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ