ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

บทคัดย่อ เศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหา เป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหา

เป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา

และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้รายงาน นางอุไรพร บุญไชยตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี เทศบาลนครอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

ปีที่วิจัย 2560

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1)เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) เพื่อสร้างรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 4)เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 4.1) เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิชาเศรษฐศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทาง

การเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 4.2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาก่อนและหลังการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 4.3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ที่จัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้จัดการเรียนรู้สาระเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนเทศบาล ๒ มุขมนตรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี จำนวน 39 คนใช้ระยะเวลาในการดำเนินการทดลอง 7 สัปดาห์ จำนวน 14 คาบเรียน ๆ ละ 60 นาที โดยทำการสอนสัปดาห์ละ 2 คาบเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 เครื่องมือการวิจัย ประกอบด้วยเครื่องมือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ รูปแบบการจัดกิจกรรม

การเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เครื่องมือการประเมิน ได้แก่1) แบบประเมินความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) แบบประเมินนักเรียน ได้แก่ แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหา แบบอัตนัย โดยกำหนดสถานการณ์ จำนวน 2 ข้อ ข้อละ 20 คะแนนรวม 40 คะแนน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบทดสอบแบบปรนัย มีคำตอบให้เลือก 4 ตัวเลือก มีข้อสอบทั้งหมด จำนวน 40 ข้อ 40 คะแนน และแบบประเมินความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จำนวน 10 ข้อการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) และข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานได้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประกอบ 6 ขั้นตอน ดังนี้

1.1 ขั้นนำ หมายถึง ขั้นที่จัดกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน

โดยใช้การตั้งคำถามแล้วให้นักเรียนทุกคนนำเสนอแนวคิดของตนและบันทึกทุกแนวคิดที่มีผู้นำเสนอ

1.2 ขั้นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หมายถึง ขั้นที่จัดกิจกรรมโดยให้

นักเรียนเล่าประสบการณ์ ใช้รูปภาพ ข่าว สื่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนกันโดยครูผู้สอนทำหน้าที่เชื่อมโยงเนื้อหาเศรษฐศาสตร์ และการบริหารจัดการทรัพยากร โดยให้นักเรียนวิเคราะห์

1.3 ขั้นสร้างองค์ความรู้ร่วมกันหมายถึง ขั้นที่จัดกิจกรรมโดยผู้สอน

กำหนดปัญหา ให้แล้วผู้เรียนทำงานร่วมกันทั้งกลุ่มโดยนักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมมือกันศึกษาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นจากหนังสือเรียน หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ในหัวข้อที่ครูกำหนดจนงานสำเร็จ

1.4 ขั้นนำเสนอความรู้ หมายถึง ขั้นที่จัดกิจกรรมโดยผู้สอนกำหนดโจทย์

ให้ผู้เรียน เรื่อง เศรษฐศาสตร์ และการบริหารจัดการทรัพยากรโดยผู้เรียนและสมาชิกในกลุ่มได้ร่วมกันคิดและอภิปรายพร้อมกัน

1.5 ขั้นลงมือปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ หมายถึง ขั้นที่จัดกิจกรรมโดยให้

ผู้เรียนร่วมกันคิดและสร้างผังความคิด (Concept map) เพื่อนำมาเสนอหน้าชั้นเรียนและให้สมาชิกแต่ละคนสรุปแผนผังความคิดของตนเองจากหัวข้อที่กำหนดให้แล้วนำเสนอความคิดของตนเองต่อผู้สอน

1.6 ขั้นประเมินผล หมายถึง ขั้นที่จัดกิจกรรมโดยการประเมินผลการ

เรียนรู้จากการสรุปเนื้อหาจดบันทึกเนื้อหาการเรียนรู้ที่ได้เรียน และการตรวจสอบคะแนนการทำแบบฝึกทักษะหรือแบบทดสอบต่างๆ

2. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด (มีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.00- 4.80) และความคิดเห็นของครูผู้สอนกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลประเมินโดยรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( = 2.70, S.D. = 0.47)

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความสามารถในการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ทำให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความสามารถในการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น

4. ผลการประเมินประสิทธิผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โดยมีวัตถุประสงค์ย่อยดังนี้

4.1นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความสามารถในการแก้ปัญหาหลังใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.2นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.3 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความคิดเห็นต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาเศรษฐศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในภาพรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยมาก

โพสต์โดย ดอกไม้หอม : [29 ก.ค. 2562 เวลา 11:58 น.]
อ่าน [103379] ไอพี : 125.24.103.199
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 33,434 ครั้ง
รู้แล้ว สโตนเฮนจ์ มีไว้ทำไม
รู้แล้ว สโตนเฮนจ์ มีไว้ทำไม

เปิดอ่าน 24,853 ครั้ง
เทรนด์ใหม่ แต่บ้านสวยด้วย wall stickers
เทรนด์ใหม่ แต่บ้านสวยด้วย wall stickers

เปิดอ่าน 17,049 ครั้ง
ปลุกสมองตื่นตัวด้วย
ปลุกสมองตื่นตัวด้วย 'มื้อเช้า'

เปิดอ่าน 30,166 ครั้ง
สูตรการคำนวณระดับความสำเร็จ กรณีข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี
สูตรการคำนวณระดับความสำเร็จ กรณีข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี

เปิดอ่าน 13,203 ครั้ง
7 วิธี ช่วยคุณจัดสรรเวลา
7 วิธี ช่วยคุณจัดสรรเวลา

เปิดอ่าน 13,236 ครั้ง
ระวังนะ "ความร้อน" สามารถทำลายข้อมูลใน SSD ได้
ระวังนะ "ความร้อน" สามารถทำลายข้อมูลใน SSD ได้

เปิดอ่าน 30,659 ครั้ง
ดนตรีบำบัด
ดนตรีบำบัด

เปิดอ่าน 13,325 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาหลังยุค รธน.มีชัย โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
ปฏิรูปการศึกษาหลังยุค รธน.มีชัย โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

เปิดอ่าน 18,497 ครั้ง
5 สมุนไพรเพื่อวัยสูงอายุ
5 สมุนไพรเพื่อวัยสูงอายุ

เปิดอ่าน 16,414 ครั้ง
ทำไมสุนัขถึงเดินเป็นวงกลมก่อนจะนอนลง
ทำไมสุนัขถึงเดินเป็นวงกลมก่อนจะนอนลง

เปิดอ่าน 18,735 ครั้ง
ใช้ข้อสอบเดียวกันตัดสินเด็กทั้งประเทศ ยุติธรรมแล้วหรือ!
ใช้ข้อสอบเดียวกันตัดสินเด็กทั้งประเทศ ยุติธรรมแล้วหรือ!

เปิดอ่าน 26,654 ครั้ง
กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๕๕๐
กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๕๕๐

เปิดอ่าน 18,704 ครั้ง
คลิปข่าว สพฐ. พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนดํารงตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา 2564
คลิปข่าว สพฐ. พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนดํารงตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา 2564

เปิดอ่าน 11,373 ครั้ง
แก๊สโซฮอล์ปล่อยสารก่อมะเร็ง
แก๊สโซฮอล์ปล่อยสารก่อมะเร็ง

เปิดอ่าน 12,696 ครั้ง
8 เรื่องควรใส่ใจดูแล รถใช้ก๊าซ
8 เรื่องควรใส่ใจดูแล รถใช้ก๊าซ

เปิดอ่าน 18,204 ครั้ง
Download "ส.ค.ส."พระราชทาน ให้กำลังใจพสกนิกร "ตั้งอยู่ในความเพียร"
Download "ส.ค.ส."พระราชทาน ให้กำลังใจพสกนิกร "ตั้งอยู่ในความเพียร"
เปิดอ่าน 39,476 ครั้ง
เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ นวัตกรรมไอเดียเด็ดเด็กใต้
เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ นวัตกรรมไอเดียเด็ดเด็กใต้
เปิดอ่าน 8,593 ครั้ง
เช็คด่วน! 13 แอปฯ อันตราย "ดูดเงิน-สอดแนม" มีอะไรบ้าง ลบทิ้งทันที
เช็คด่วน! 13 แอปฯ อันตราย "ดูดเงิน-สอดแนม" มีอะไรบ้าง ลบทิ้งทันที
เปิดอ่าน 10,869 ครั้ง
อันตรายจากการกินของดอง
อันตรายจากการกินของดอง
เปิดอ่าน 13,129 ครั้ง
คลิปบรรยากาศพบกันระหว่าง สพฐ.และสภาการศึกษาทางเลือกไทยกรณียุบ ร.ร.ขนาดเล็ก
คลิปบรรยากาศพบกันระหว่าง สพฐ.และสภาการศึกษาทางเลือกไทยกรณียุบ ร.ร.ขนาดเล็ก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ