ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ

ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3

ผู้รายงาน นางพุมรินทร์ ไฝชู

สังกัด โรงเรียนเทศบาลวัดนาควารี เทศบาลเมืองปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ปีการศึกษา 2560

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่องการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุข และเหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเด็กดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทยโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก ผู้รายงานคำนึงถึงความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่งจึงได้จัดทำชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 โดยมีจุดมุ่งหมาย 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปี่ที่ 3 2) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) ศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 ดังนี้

3.1) เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 3.2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการดำเนินการ คือ นักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3โรงเรียนเทศบาลวัดนาควารี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา ได้แก่ 1)แบบประเมินพฤติกรรมพัฒนาการด้านร่างกาย 2)แบบประเมินพฤติกรรมพัฒนาการด้านอารมณ์ 3) แบบประเมินพฤติกรรมพัฒนาการด้านสังคมที่มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป และค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้าน เพื่อส่งเสรมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล พบว่านักเรียนระดับชั้นอนุบาลของโรงเรียนเทศบาลวัดนาควารี มีปัญหาพัฒนาการด้านร่างกายมากที่สุดจำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 55.65 รองลงมาคือ ปัญหาพัฒนาการด้านอามรณ์และจิตใจ จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 29.95 ปัญหาด้านสังคมจำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 5.94 และปัญหานักเรียนไม่สนใจการเรียนรู้ จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 8.46

2. ผลการพัฒนาชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อามรณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3.ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 พบว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 พบว่ามีประสิทธิภาพ(E1/E2)= 84.09/92.54เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

3. ผลการใช้ชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 ดังนี้

3.1 ผลการเปรียบเทียบพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 พบว่าผลการประเมินทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 โดยสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80

3.2 ผลการวิเคราะห์ค่าดัชนีประสิทธิผลของการใช้ชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.85 แสดงว่าผู้เรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 85 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ของผูเรียนที่เกิดการเรียนรู้ได้จริง

3.3 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมกลางแจ้งแบบเชิงรุกบูรณาการการละเล่นพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมของนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 ความพึงพอใจของนักเรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย = 4.40 และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ จะอยู่ในระดับมากที่สุด และมากสลับกันไป โดยมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย = 5.00 ได้แกนักเรียนมีความสุขและพึงพอใจมากที่สุดมีค่าเฉลี่ย = 4.78 แสดงว่าชุดกิจกรรมชุดนี้ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้จริงและสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง

โพสต์โดย vim : [21 ส.ค. 2562 เวลา 10:20 น.]
อ่าน [104833] ไอพี : 180.183.223.38
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ vim

  ความคิดเห็นที่ 1

ดีมากคะสามารถนำกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมในห้องเรียน

สามารถพัฒนาเด็กนักเรียนได้ผลดีและเหมาะสมต่อเด็กนักเรียน

วันที่โพสต์ [21 ส.ค. 2562 เวลา 10:37 น.] ไอพี : [180.183.223.38] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,532 ครั้ง
วลีเด็ดแห่งปี 2555
วลีเด็ดแห่งปี 2555

เปิดอ่าน 20,658 ครั้ง
กินหวานอย่างไรไม่อันตราย
กินหวานอย่างไรไม่อันตราย

เปิดอ่าน 18,638 ครั้ง
การลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์
การลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 19,720 ครั้ง
แฉกลโกง40ขายตรงตุ๋นผู้บริโภคหมื่นล.
แฉกลโกง40ขายตรงตุ๋นผู้บริโภคหมื่นล.

เปิดอ่าน 39,215 ครั้ง
Plasma TV คืออะไร
Plasma TV คืออะไร

เปิดอ่าน 34,193 ครั้ง
เส้นเลือดขอด และเส้นเลือดฝอยที่ขาแตก มีอันตรายมากน้อยแค่ไหน
เส้นเลือดขอด และเส้นเลือดฝอยที่ขาแตก มีอันตรายมากน้อยแค่ไหน

เปิดอ่าน 94,050 ครั้ง
หลักการใช้ Verb to have
หลักการใช้ Verb to have

เปิดอ่าน 52,553 ครั้ง
ฝึกลูกจำศัพท์อังกฤษ50คำได้ไม่ต้องท่อง หมวดสิ่งของทั่วไป
ฝึกลูกจำศัพท์อังกฤษ50คำได้ไม่ต้องท่อง หมวดสิ่งของทั่วไป

เปิดอ่าน 28,189 ครั้ง
ความสำคัญของการศึกษาปฐมวัย
ความสำคัญของการศึกษาปฐมวัย

เปิดอ่าน 20,519 ครั้ง
"กังนัม สไตล์" ความหมายอะไรซ่อนอยู่ (ดูให้เป็นสาระ)
"กังนัม สไตล์" ความหมายอะไรซ่อนอยู่ (ดูให้เป็นสาระ)

เปิดอ่าน 11,517 ครั้ง
ฤดูฝน กับยางของท่าน
ฤดูฝน กับยางของท่าน

เปิดอ่าน 12,020 ครั้ง
วิธีรักษามะเร็ง แบบธรรมชาติ
วิธีรักษามะเร็ง แบบธรรมชาติ

เปิดอ่าน 18,753 ครั้ง
10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก
10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก

เปิดอ่าน 34,142 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): การเตะจากจุดโทษ
ฟุตซอล(Futsal): การเตะจากจุดโทษ

เปิดอ่าน 26,184 ครั้ง
รูปร่างลักษณะของดวงจันทร์บนฟ้า
รูปร่างลักษณะของดวงจันทร์บนฟ้า

เปิดอ่าน 25,996 ครั้ง
อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น
อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น
เปิดอ่าน 20,400 ครั้ง
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบ
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบ
เปิดอ่าน 25,934 ครั้ง
เคล็ดไม่ลับ!!!วิธีตอน"มะนาว"ด้วย"กะปิ" ได้กิ่งพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการ
เคล็ดไม่ลับ!!!วิธีตอน"มะนาว"ด้วย"กะปิ" ได้กิ่งพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการ
เปิดอ่าน 12,052 ครั้ง
วิวาห์ใต้สมุทรตรัง 2010
วิวาห์ใต้สมุทรตรัง 2010
เปิดอ่าน 16,355 ครั้ง
12 วิธีอยู่อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็ง
12 วิธีอยู่อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็ง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ