ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาดูแลครูอย่างไร
ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาดูแลครูอย่างไร
✎ โพสต์เมื่อวันที่ : 11 พ.ค. 2559 เปิดอ่าน : 59,636 ครั้ง
Advertisement

☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน

ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาดูแลครูอย่างไร

Advertisement

ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาดูแลครูอย่างไร

  • คุณภาพของการศึกษาไม่อาจสูงกว่าคุณภาพของครู
  • ระบบโรงเรียนไทยขาดแคลนทั้งครูคุณภาพสูงและครูทั่วไป
  • นักเรียนและโรงเรียนที่ด้อยเปรียบทางสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมมีการขาดแคลนสูงมาก

................ 

การปฏิรูป การลงทุน คุ้มหรือไม่กับคุณภาพการศึกษาที่ปรากฏ

ระบบการศึกษาของไทยกำลังอยู่ในช่วงการปฏิรูปซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ด้วยวัตถุประสงค์มุ่งมั่นจะปรับปรุงคุณภาพการศึกษาและขับเคลื่อนประเทศให้สามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในภูมิภาค (Bhaopichitr et al., 2012) โดยมีตัวชี้วัดเป็นผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่ปรากฏในการประเมินต่าง ๆ แต่หลังจากผ่านไปนับทศวรรษทั้ง ๆ ที่รัฐได้ลงทุนทุ่มงบประมาณไปมหาศาล แต่ผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง นับตั้งแต่การประเมินของ PISA ในปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมาจนถึง ค.ศ. 2012 นักเรียนไทยวัยจบการศึกษาภาคบังคับยังไม่สามารถทำผลการประเมินให้เป็นที่น่าพอใจ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความผิดหวังที่เยาวชนอายุ 15 ปี ยังมีสมรรถนะล้าหลังประเทศอื่น ๆ อยู่มาก ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการเรียนที่ต่างกันหลายปีหรือไม่สามารถเทียบได้กับความคุ้มค่าของงบประมาณที่รัฐได้ลงทุนไปทางการศึกษา ทำให้นักวิเคราะห์เรียกสถานการณ์ทางการศึกษาของไทยว่า Thailand Educational Paradox หรือ Thai Paradox (Fry et al., 2013; Patrinos, 2015)


เงินใช่ตัวทำนายผลการศึกษาเสมอไปหรือไม่

ทรัพยากรการเงินและค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่รัฐได้ทุ่มงบประมาณลงไป อาจไม่ใช่ตัวแปรที่ส่งผลกระทบสูงสุด ข้อสังเกตที่ได้จากผลการประเมิน PISA คือ โดยทั่วไปจะคาดหวังว่าประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีรายได้สูง (หมายถึง ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีค่า GDP สูงกว่า 20,000 USD) และมีค่าใช้จ่ายทางการศึกษาสูง นักเรียนมักมีผลการประเมินสูง เพราะสามารถจัดหาทรัพยากรได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม หลายกรณีชี้ว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป (OECD, 2013a) ข้อมูลยืนยันว่า เงินไม่ใช่ตัวทำนายผลการศึกษาเสมอไป แต่มีตัวแปรอื่น ๆ ที่มีบทบาทสูงกว่า ซึ่งได้แก่ ครูคุณภาพสูง ทรัพยากรการเรียน การกระจายทรัพยากร การใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทางการเรียน

ไม่มีครูคุณภาพสูง-คุณภาพการศึกษาจะสูงได้อย่างไร

ระบบการศึกษาจะมีคุณภาพสูงเพียงใดย่อมขึ้นกับคุณภาพของครู เพราะคุณภาพของครูคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน (OECD, 2013a) ระบบการศึกษาของประเทศกลุ่มคะแนนสูงมักให้ความสำคัญอันดับแรกแก่ครู โดยเลือกใช้ครูคุณภาพเหมาะสมหรือครูคุณภาพสูง (Qualified teachers) ซึ่งระบบโรงเรียนไทยยังคงขาดแคลน ยิ่งไปกว่านั้นครูทั่วไปก็ยังไม่เพียงพอ จึงเป็นความจำเป็นเฉพาะหน้า ที่ต้องดำเนินการทั้งเรื่องการจัดหาและการพัฒนาครูให้มีคุณภาพสูง

ในสถานภาพปัจจุบัน ดัชนีการขาดแคลนครูของไทย (0.94) สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD มาก (ดัชนีเฉลี่ย OECD ตั้งค่าที่ 0.0) สำหรับค่าเฉลี่ย OECD ดัชนีการขาดแคลนครูมีความสัมพันธ์กับคะแนนคณิตศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ เมื่อค่าดัชนีเปลี่ยนไปหนึ่งหน่วย คะแนนคณิตศาสตร์จะเปลี่ยนไป -10.2 คะแนน เมื่อพิจารณาระบบโรงเรียนไทยมีเฉพาะโรงเรียนสาธิตเท่านั้นที่ไม่ขาดแคลนครู กลุ่มโรงเรียนที่ขาดแคลนครูสูงที่สุด คือ กลุ่ม สพป. (ค่าดัชนีเท่ากับ 1.53) รองลงมาคือกลุ่มโรงเรียนเทศบาล และกลุ่มโรงเรียน สพม. (ค่าดัชนีเท่ากับ 1.04 และ 1.02 ตามลำดับ) ค่าดัชนีการขาดแคลนครูของไทยยังเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ผ่านมาอีกด้วย (จากค่าดัชนีเฉลี่ย 0.79 ใน PISA 2009 เพิ่มเป็น 0.94 ใน PISA 2012) (ดังรูป 1)

ระบบโรงเรียนไทยไม่เพียงแต่ขาดแคลนครูวิชาเฉพาะเท่านั้น หากยังขาดแคลนครูที่สอนวิชาทั่ว ๆ ไปอีกด้วย ทั้งนี้จากการวิจัยพบว่าโรงเรียนที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำและโรงเรียนในชนบท ซึ่งได้แก่ โรงเรียนสังกัด สพฐ. (กลุ่ม สพป.) มีการขาดแคลนครูสูงที่สุด นอกจากนั้นผลการศึกษายังพบความสัมพันธ์ระหว่างการขาดครูและปัญหาทางระเบียบวินัยอีกด้วย

รูป 1 การขาดแคลนครูของโรงเรียนต่างกลุ่ม-การเปลี่ยนแปลงจาก PISA 2009 ถึง PISA 2012
หมายเหตุ สพป. (สพฐ. กลุ่มประถม) สพม. (สพฐ. กลุ่มมัธยม) กทม. (สังกัดกรุงเทพมหานคร) อศ.1 (อาชีวศึกษาเอกชน) อศ.2 (อาชีวศึกษาของรัฐ) สช. (การศึกษาเอกชนสายสามัญ) กศท. (การปกครองส่วนท้องถิ่น/เทศบาล)
 

ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาจัดการเกี่ยวกับครูอย่างไร 

ระบบโรงเรียนของประเทศที่ประสบความสำเร็จ (ประเทศคะแนนสูง) เน้นการยึดหลักปฏิบัติสามประการเกี่ยวกับครู ได้แก่ (1) เอาคนที่ดีที่สุดมาเป็นครู (2) เก็บครูที่ดีไว้และเอาสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากครู (3) ทำให้ครูก้าวเข้าไปทันทีที่เห็นว่านักเรียนกำลังมีปัญหาหรือจะล้าหลังเพื่อน (McKinsey Report, 2007) จึงเห็นได้ว่าในระบบเหล่านี้ เริ่มคัดคุณภาพของครูตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้ามาสู่อาชีพครู สิ่งที่ระบบโรงเรียนของไทยควรต้องทำควบคู่กันไปคือ การปรับปรุงยกระดับคุณภาพครูประจำการที่มีอยู่แล้วในระบบ ทั้งการฝึกอบรมตามภารกิจเฉพาะหน้า การพัฒนาวิชาชีพควบคู่กับผลิตครูใหม่ที่มีคุณภาพสูง ตารางข้อมูลข้างล่างนี้อาจช่วยสะท้อนถึงครูในระบบการศึกษาของไทย

 

ปัญหาและอุปสรรคที่เผชิญหน้า คือ คนรุ่นใหม่เกือบไม่มีใครอยากเป็นครู จากการสำรวจของ PISA 2006 ค่าเฉลี่ย OECD มีนักเรียนเพียง 5% (ชาย 3% หญิง 6%) เท่านั้นที่อยากเป็นครู และนักเรียนไทยก็อยู่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยนี้ (ชาย 2% หญิง 5%) ยิ่งไปกว่านั้น นักเรียนรวมทั้งนักเรียนไทยที่ตอบว่า อยากเข้ามาสู่อาชีพครูเป็นนักเรียนที่มีผลการประเมินต่ำกว่าค่าเฉลี่ย มีผลการประเมินทั้งวิชาคณิตศาสตร์และการอ่านต่ำกว่านักเรียนที่ต้องการไปสู่อาชีพอื่น ยกเว้นในฟินแลนด์ เกาหลี ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก ที่นักเรียนเก่งอยากเป็นครู (OECD, 2013a) เรื่องนี้อาจท้าทายให้ระดับนโยบายต้องทำงานหนักขึ้นในการสร้างกลยุทธ์ที่จะดึงดูดคนเก่งและนักเรียนชายเข้ามาสู่อาชีพครูให้มากขึ้น

กลุ่มประเทศคะแนนสูงเขาดูแลครูอย่างไร

กลุ่มประเทศคะแนนสูง ถือว่าครูเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งยวดในการเรียนรู้ของนักเรียน ครูคือผู้ที่ได้สัมผัสกับนักเรียนทุกวันและเป็นผู้ที่ทำให้นักเรียนได้รับความรู้ตามที่คาดหวังว่าจะต้องรู้อะไรบ้างเมื่ออยู่ในโรงเรียน นอกจากข้อกำหนดกฎเกณฑ์ในการเข้ามาสู่อาชีพครูและคุณภาพของการฝึกอบรมที่ครูได้รับจะมีความสำคัญอย่างยิ่งแล้ว นโยบายของประเทศกลุ่มคะแนนสูง การดึงดูดครู การพัฒนา และการเก็บรักษาครูไว้ในระบบได้รับการจัดอันดับความสำคัญอันดับต้น ๆ ของนโยบายสาธารณะ (OECD, 2005; McKinsey Report, 2007)

ในหลายประเทศที่มีคะแนนสูง ครูมีสถานะทางสังคมสูงมากและสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ เช่น ครูในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฟินแลนด์ จีนไทเป เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ (McKinsey; TEDS-M) สำหรับสังคมตะวันออกเป็นสังคมที่มีอิทธิพลของขงจื๊อ ศาสนาพุทธ ซึ่งครูคือปูชนียบุคคลที่เคยได้รับการยกย่องจากสังคมอยู่แล้ว แต่ครูไทยปัจจุบันมีสถานะทางสังคมเกือบจะอยู่ต่ำที่สุดบนสเกลวิชาชีพ

ผลการศึกษาวิจัยที่ PISA พบ ที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง คือ ประเทศที่มีผลการประเมินสูงมีแนวโน้มที่จะให้ลำดับความสำคัญกับการให้ค่าตอบแทนสูงแก่ครูมากกว่าเรื่องอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีรายได้สูง ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีค่า GDP สูงกว่า 20,000 USD (PPP) ซึ่งรวมถึงกลุ่มประเทศสมาชิก OECD เกือบทั้งหมด

ประเทศที่จ่ายค่าตอบแทนครูมีสัดส่วนสูง เมื่อเทียบกับค่ารายได้ประชาชาติ (%GDP) ประเทศเหล่านั้นมักมีผลการประเมินคณิตศาสตร์สูง ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทั้งสองที่พบในประเทศที่มีรายได้สูงมีค่า 0.40 มีนัยสำคัญทางสถิติ (OECD, 2013a) ในทางกลับกัน ประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่ำกว่า 20,000 USD (PPP) ซึ่งรวมทั้งประเทศไทย พบว่า ผลการเรียนรู้ไม่มีความสัมพันธ์กับค่าตอบแทนครูที่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ประชาชาติ (%GDP) ทั้งนี้เพราะข้อมูลชี้บอกปริมาณของทรัพยากรการเรียนอื่น ๆ ยังมีไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการเรียนการสอนของครู การเพิ่มเงินเดือนครูจึงไม่อาจช่วยสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ จึงต้องปรับปรุงให้มีทรัพยากรอย่างน้อยให้ถึงขั้นต้นของประเทศที่มีทรัพยากรสูงก่อน


ตาราง 1 เงินเดือนครู (ประถมศึกษา) ต่อปีในระบบราชการ (คำนวณเป็น USD/PPP)
 
แม้ว่าค่าตอบแทนอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดและสถานะทางสังคมอาจมีค่าสูงกว่าก็ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดครูควรมีรายได้ที่สะท้อนความเป็นจริงของค่าครองชีพ เพื่อไม่ต้องดิ้นรนสอนพิเศษที่รับเงินจากนักเรียน เพราะพฤติกรรมการสอนพิเศษนี้ทำให้ความน่ายกย่องของครูและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับนักเรียนหมดไป

จุดยุติ (End Point) 
ครูคือตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา โรงเรียนไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้างครูคุณภาพสูงและมีการกระจายทรัพยากรครูอย่างเป็นธรรมให้กับโรงเรียนที่ด้อยเปรียบ การกระจายทรัพยากรอย่างเป็นธรรมนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา (OECD, 2005)
ปลาขึ้นมาอยู่เหนือน้ำไม่ได้ฉันใด คุณภาพของการศึกษาก็ไม่สามารถสูงไปกว่าคุณภาพของครูได้ฉันนั้น
 
อ่านเพิ่มเติม 

Bhaopichitr, K., Mala, A., and Triratanasirikul , N. (2012), Thailand Economic Monitor, December 2012, Bangkok, World Bank.

Fry, Gerald W.; Bi, Hui (2013), The evolution of educational reform in Thailand: the Thai educational paradox, Journal of Educational Administration, Vol. 51 No.3, pp.290 – 319.

McKinsey & Company (2007), How The World’s Best Performing School Systems Come on Top, (Online), Available: http://mckinseyonsociety.com/downloads/reports/Education/Worlds_School_Systems_Final.pdf, Retrieved March 11, 2016.

Patrinos, H.A., Arcia, G. & Macdonald, K. (2015), School autonomy and accountability in Thailand: Does the gap between policy intent and implementation matter?, PROSPECTS, December 2015, Volume 45, Issue 4, pp.429-445.

OECD (2005), Teachers Matter: Attracting, Developing and Retaining Effective Teachers, OECD publications, Paris.

OECD (2013a), PISA 2012 Results: What Makes Schools Successful? Resources, Policies and Practices (Volume IV), PISA, OECD Publishing.

OECD (2013b), PISA 2012 Results: Excellence through Equity: Giving Every Student the Chance to Succeed (Volume II), PISA, OECD Publishing.


 โฟกัส หรือ จุดโฟกัส (Focal Point)

§  ภาษาทางฟิสิกส์ หมายถึง จุดบนแกนของเลนส์หรือกระจกที่เป็นจุดรวมของรังสีขนานของแสงที่เกิดการหักเหเมื่อผ่านเลนส์ หรือเกิดการสะท้อนของรังสีขนานของแสงเมื่อตกกระทบทำให้จุดนั้นมีความชัดที่สุด   ในทางสังคม หมายถึง ประเด็นที่เป็นที่สนใจ

จุดยุติ (End Point) 

§  ภาษาทางเคมี หมายถึง จุดที่การทำปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นสมบูรณ์และมีสารใหม่เกิดขึ้นซึ่งอาจสังเกตได้จากการเปลี่ยนสีของสาร


 

 

ขอบคุณที่มาจาก โครงการ PISA ประเทศไทย
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 2 พฤษภาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาดูแลครูอย่างไร << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

4 สาเหตุที่เด็กๆ เบื่อโรงเรียน

4 สาเหตุที่เด็กๆ เบื่อโรงเรียน
เปิดอ่าน 6,742 ครั้ง
ลดการสอบเพื่ออะไร ?

ลดการสอบเพื่ออะไร ?
เปิดอ่าน 8,349 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร

ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร
เปิดอ่าน 10,542 ครั้ง
คนคือความท้าทาย

คนคือความท้าทาย
เปิดอ่าน 6,058 ครั้ง
อนาคตของนักเรียน: ทักษะแรงงาน รายได้จากการทำงาน และโอกาสจากหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์

อนาคตของนักเรียน: ทักษะแรงงาน รายได้จากการทำงาน และโอกาสจากหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
เปิดอ่าน 36,670 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค 6 เดือน กศจ.ไปต่ออย่างไร? โดย อดิศร เนาวนนท์

ปฏิรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค 6 เดือน กศจ.ไปต่ออย่างไร? โดย อดิศร เนาวนนท์
เปิดอ่าน 20,562 ครั้ง
นโยบายการศึกษามาจากไหน-ทำไมถึงไม่สำเร็จ

นโยบายการศึกษามาจากไหน-ทำไมถึงไม่สำเร็จ
เปิดอ่าน 8,484 ครั้ง
เด็กไทยเรียนฟรี เมื่อไหร่?เป็นจริง

เด็กไทยเรียนฟรี เมื่อไหร่?เป็นจริง
เปิดอ่าน 5,584 ครั้ง
ซุปเปอร์บอร์ดจะเป็นอัศวินม้าขาว ทางการศึกษาไทยได้หรือ

ซุปเปอร์บอร์ดจะเป็นอัศวินม้าขาว ทางการศึกษาไทยได้หรือ
เปิดอ่าน 8,829 ครั้ง
ข้อคิดเห็นต่อการปรับโครงสร้าง กระทรวงศึกษาธิการ

ข้อคิดเห็นต่อการปรับโครงสร้าง กระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 10,279 ครั้ง
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร

การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร
เปิดอ่าน 6,422 ครั้ง
ว่าด้วยกรณีมหาวิทยาลัยปิดเปิดเทอมตามอาเซียน??? โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร

ว่าด้วยกรณีมหาวิทยาลัยปิดเปิดเทอมตามอาเซียน??? โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร
เปิดอ่าน 12,127 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เปิดอ่าน 5,914 ☕ คลิกอ่านเลย
จุดยืนของ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
จุดยืนของ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เปิดอ่าน 20,562 ☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค 6 เดือน กศจ.ไปต่ออย่างไร? โดย อดิศร เนาวนนท์
ปฏิรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค 6 เดือน กศจ.ไปต่ออย่างไร? โดย อดิศร เนาวนนท์

เปิดอ่าน 7,036 ☕ คลิกอ่านเลย
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 7,209 ☕ คลิกอ่านเลย
ผู้นำซูเปอร์บอร์ดการศึกษา?
ผู้นำซูเปอร์บอร์ดการศึกษา?

เปิดอ่าน 6,179 ☕ คลิกอ่านเลย
อย่ากวดวิชาอย่างเดียว
อย่ากวดวิชาอย่างเดียว

เปิดอ่าน 4,951 ☕ คลิกอ่านเลย
ผลการสอบไม่สามารถบอกได้ทุกอย่าง
ผลการสอบไม่สามารถบอกได้ทุกอย่าง

เปิดอ่าน 29,329 ☕ คลิกอ่านเลย
การถ่ายโอนสถานศึกษาและเปลี่ยนสถานะครู เป็นพนักงานของรัฐ : ปัญหาที่เกาไม่ถูกที่คัน
การถ่ายโอนสถานศึกษาและเปลี่ยนสถานะครู เป็นพนักงานของรัฐ : ปัญหาที่เกาไม่ถูกที่คัน

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 9,303 ครั้ง
วิธีห่อของขวัญอย่างง่าย ต้อนรับ วันปีใหม่ 2558 ที่กำลังจะมาถึงนี้
วิธีห่อของขวัญอย่างง่าย ต้อนรับ วันปีใหม่ 2558 ที่กำลังจะมาถึงนี้

เปิดอ่าน 12,870 ครั้ง
รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้
รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้

เปิดอ่าน 10,355 ครั้ง
"แอพฟรี"สูบแบตเตอรี่กว่าแอพเสียเงินจริงหรือ?
"แอพฟรี"สูบแบตเตอรี่กว่าแอพเสียเงินจริงหรือ?

เปิดอ่าน 26,621 ครั้ง
พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2)
พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2)

เปิดอ่าน 247,831 ครั้ง
การกำหนดภาระการสอนขั้นต่ำของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน
การกำหนดภาระการสอนขั้นต่ำของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ