ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประ

ชื่อเรื่อง รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน

ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี

ผู้วิจัย นายก่อพงศ์ พรหมทา

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี ตำบลตระกาจ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ปีที่วิจัย 2561

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียน

ตระกาศประชาสามัคคี 2) เพื่อสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี 3) เพื่อทดลองใช้และศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี 4) เพื่อประเมินรูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี การเก็บรวบรวมข้อมูล 1) การใช้รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี

ที่รับผิดชอบในรายละเอียดของการดำเนินงานตามรูปแบบโดยใช้คู่มือที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น

2) โรงเรียนดำเนินการจัดกิจกรรมตามกลยุทธ์ในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี การพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ของ

นักเรียนทั้ง 4 กลยุทธ์ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 3) ผู้วิจัยเชิญครู ที่รับผิดชอบมาประชุมเพื่อสรุปผลการใช้รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน

ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี จากนั้น เปิดอภิปรายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อค้นพบที่ได้จากการใช้รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ของนักเรียนและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำรูปแบบไปใช้ 4) ข้อมูลเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเก็บรวบรวมข้อมูลจากงานทะเบียนและวัดผลของโรงเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมผู้เกี่ยวข้องกับการใช้รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี วิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์ข้อความและสรุปเป็นประเด็น ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิเคราะห์ด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การดำเนินการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) รูปแบบการพัฒนาศักยภาพ ทางวิชาการด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียนของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคีมี 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอน 1.การสำรวจสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี ขั้นตอน 2 ผลการสร้างรูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ ชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี ขั้นตอน 3 ผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี ขั้นตอน 4 ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียน ของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี

ผลการวิจัยพบว่า

1. การศึกษาเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และยอมรับกัน

ทั่วไปว่าครู เป็นปัจจัยหลักในกระบวนการจัดการศึกษา บทบาทของครูอยู่ในฐานะผู้จัดการ คือ ต้องทำหน้าที่กระตุ้น ส่งเสริมและจัดการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถพัฒนาได้อย่างเต็มตามศักยภาพของตนเอง ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนาศักยภาพครู เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญถือเป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษาเป็นที่ยอมรับกันว่า นักเรียนมีความแตกต่างกัน และทุกคนสามารถเรียนรู้ได้

ดังนั้น ในการจัดการเรียนการสอน ต้องจัดให้สอดคล้องตามความสนใจและความถนัดของ

ผู้เรียน รวมทั้ง จัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย และส่งเสริมให้ใช้กระบวนการวิจัยในการแก้ปัญหาและพัฒนากระบวนการเรียนรู้

3. การสนับสนุนสื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างรอบรู้ การพัฒนาห้องปฏิบัติการต่างๆ ให้มีความพร้อมในการเรียนรู้

การพัฒนาห้องสมุดมีชีวิต ซึ่งมีทรัพยากรสารสนเทศที่หลากหลายทั้งด้านเอกสาร สิ่งพิมพ์ สามารถให้บริการการศึกษาค้นคว้าของนักเรียน ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนได้เรียนรู้เต็มตามศักยภาพ

4. ในส่วนของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โรงเรียนได้กำหนดนโยบายด้านการสร้างสัมพันธ์กับชุมชน เป็นศูนย์ประสานงาน ให้บริการด้านต่าง ๆ ร่วมมือกับชุมชนในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ และนำทรัพยากรในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษา ในโรงเรียน โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน

5. ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี พบว่า ร้อยละของผลการเรียนเฉลี่ยทุกรายวิชาผ่านเกณฑ์ที่ทางโรงเรียนกำหนด แสดงว่ายุทธศาสตร์การพัฒนาตาม 4 กลยุทธ์ คือ การพัฒนาศักยภาพครู การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้ และการส่งเสริมความร่วมมือกับชุมชนในการจัดการศึกษาของโรงเรียน สามารถทำให้นักเรียนมีการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ผ่านเกณฑ์ที่ทางโรงเรียนกำหนด

6. ความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้องต่อรูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นเรียนของนักเรียนโรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ผู้ที่มีความพึงพอใจสูงสุด อยู่ในระดับมาก คือ ผู้ปกครอง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่ารูปแบบการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการสามารถทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้นและผู้ปกครองได้มี ส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรียน โดยทางโรงเรียน จัดให้มีการประชุม พบปะระหว่างผู้ปกครองกับครู มีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลให้ได้รับทราบ เพื่อการพัฒนานักเรียนอย่างสม่ำเสมอ

โพสต์โดย ก่อพงศ์ พรหมทา : [29 ส.ค. 2562 เวลา 11:58 น.]
อ่าน [104777] ไอพี : 27.55.69.89
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 23,600 ครั้ง
ภาษาและอักษรไทย
ภาษาและอักษรไทย

เปิดอ่าน 2,753 ครั้ง
เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศ ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ เลือกยังไง?
เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศ ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ เลือกยังไง?

เปิดอ่าน 12,548 ครั้ง
"ครูยงยุทธ"พูดชัดๆ การศึกษาไทย แพ้เขมร แพ้ลาว ผมไม่เชื่อ (ไปฟังและดูคลิป)
"ครูยงยุทธ"พูดชัดๆ การศึกษาไทย แพ้เขมร แพ้ลาว ผมไม่เชื่อ (ไปฟังและดูคลิป)

เปิดอ่าน 15,803 ครั้ง
เนียนจริง มุขเด็ดสำหรับการหาที่จอดรถ ดูซิ เจ๊แกใช้มุขไหน?
เนียนจริง มุขเด็ดสำหรับการหาที่จอดรถ ดูซิ เจ๊แกใช้มุขไหน?

เปิดอ่าน 501 ครั้ง
IV CLUB รวมสูตรวิตามิน บำรุงสุขภาพ พร้อมอัปผิวให้ดูเปล่งปลั่ง
IV CLUB รวมสูตรวิตามิน บำรุงสุขภาพ พร้อมอัปผิวให้ดูเปล่งปลั่ง

เปิดอ่าน 333 ครั้ง
เช่ารถกระบี่เจ้าไหนดี? 8 บริษัทแนะนำ รถใหม่ บริการประทับใจ
เช่ารถกระบี่เจ้าไหนดี? 8 บริษัทแนะนำ รถใหม่ บริการประทับใจ

เปิดอ่าน 33,457 ครั้ง
ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า
ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า

เปิดอ่าน 12,537 ครั้ง
เมื่อไหร่ควรพูด และเมื่อไหร่ควรเงียบ
เมื่อไหร่ควรพูด และเมื่อไหร่ควรเงียบ

เปิดอ่าน 9,481 ครั้ง
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์

เปิดอ่าน 7,297 ครั้ง
วิธีเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิว
วิธีเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิว

เปิดอ่าน 2,610 ครั้ง
"สมาคมธนาคารไทย" แนะ 6 วิธีป้องกันแอปดูดเงิน
"สมาคมธนาคารไทย" แนะ 6 วิธีป้องกันแอปดูดเงิน

เปิดอ่าน 33,889 ครั้ง
ยาสระผมเข้าตาบ่อย ๆ เป็นอันตรายต่อดวงตามั้ย
ยาสระผมเข้าตาบ่อย ๆ เป็นอันตรายต่อดวงตามั้ย

เปิดอ่าน 14,298 ครั้ง
เทคโนโลยีคัดกรองตัวอ่อน ความหวังใหม่ของคนอยากมีลูก (ปลอดโรคทางพันธุกรรม)
เทคโนโลยีคัดกรองตัวอ่อน ความหวังใหม่ของคนอยากมีลูก (ปลอดโรคทางพันธุกรรม)

เปิดอ่าน 9,152 ครั้ง
เคยได้ยินหรือยัง! "หลักสูตรฐานสมรรถนะ" กุญแจยกระดับการศึกษาที่คนไทยต้องรู้จัก ให้ผู้เรียนเท่าทันความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
เคยได้ยินหรือยัง! "หลักสูตรฐานสมรรถนะ" กุญแจยกระดับการศึกษาที่คนไทยต้องรู้จัก ให้ผู้เรียนเท่าทันความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

เปิดอ่าน 466,678 ครั้ง
วิธีนำข่าวการศึกษาจากครูบ้านนอก ไปแปะในเว็บท่าน
วิธีนำข่าวการศึกษาจากครูบ้านนอก ไปแปะในเว็บท่าน

เปิดอ่าน 20,614 ครั้ง
แชร์ว่อนเน็ต "บ้านหนูบ่ได้บ้านนอกเด้อ" โดยสาวสวย รักและภาคภูมิใจบ้านเกิด
แชร์ว่อนเน็ต "บ้านหนูบ่ได้บ้านนอกเด้อ" โดยสาวสวย รักและภาคภูมิใจบ้านเกิด
เปิดอ่าน 6,068 ครั้ง
"ยาเสียสาว" คืออะไร? ต้องป้องกันตัวอย่างไร?
"ยาเสียสาว" คืออะไร? ต้องป้องกันตัวอย่างไร?
เปิดอ่าน 18,401 ครั้ง
ฟื้นฟูอารมณ์ดีๆ ด้วยของกินสีส้ม
ฟื้นฟูอารมณ์ดีๆ ด้วยของกินสีส้ม
เปิดอ่าน 11,646 ครั้ง
ใช้ฟุตบอลเป็นยา กระตุ้นฟื้นความทรงจำคนไข้สมองเสื่อม
ใช้ฟุตบอลเป็นยา กระตุ้นฟื้นความทรงจำคนไข้สมองเสื่อม
เปิดอ่าน 21,451 ครั้ง
10 อันดับเมืองที่มลพิษมากที่สุดในโลก
10 อันดับเมืองที่มลพิษมากที่สุดในโลก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ