ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > "ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น
"ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น
✎ โพสต์เมื่อวันที่ : 17 พ.ย. 2557 เปิดอ่าน : 6,086 ครั้ง
Advertisement

☰แชร์เรื่องนี้ >  
เพิ่มเพื่อน
"ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น

Advertisement

การเรียนรู้ไม่ใช่แค่เรียนให้รู้และไม่ใช่แค่รู้ที่เรียน แต่ต้องเป็นการตกผลึกจากความเข้าใจภายใน

ยุคนี้หากต้องการหาข้อมูลอะไรสักอย่างหนึ่ง เราเริ่มจากตรงไหน? ถามพ่อแม่ ถามครู ถามเพื่อน ถามคนที่นั่งข้างๆ หรือถามผู้รู้? แล้วถ้าไม่มีใครให้ถาม...เราจะทำอย่างไร?

แหล่งข้อมูลอีกแหล่งหนึ่งสำหรับใครหลายๆ คนในยุคที่การค้นคว้าเกิดขึ้นได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส คงหนีไม่พ้น “Google” ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลมาให้เลือกภายในเสี้ยววินาที ว่าไปแล้วสำหรับผู้ที่เข้าถึงเทคโนโลยีการเรียนรู้ในห้องเรียนอาจกลายเป็นโลกแคบไปถนัดตา เมื่อเป็นเช่นนี้บทบาทของ “ครู” ที่เคยเป็นผู้ป้อนความรู้แค่ในตำราให้นักเรียนคงไม่เพียงพออีกต่อไป

รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ ผู้เชียวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพครู แบ่งปันมุมคิด “การเรียนรู้” ว่า การเรียนรู้ไม่ใช่แค่เรียนให้รู้และไม่ใช่แค่รู้ที่เรียน แต่ต้องเป็นการตกผลึกจากความเข้าใจภายในตัวของผู้เรียน ซึ่งการเรียนรู้ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยตนเองจนเกิดปัญญา

“การเรียนไม่ใช่การท่องจำแบบอาขยานอีกต่อไป ครูเป็นผู้รู้ปลายทางของคำตอบอย่างกระจ่าง แต่ต้องไม่เป็นผู้บอกคำตอบ บทบาทของครูคือการเป็นผู้ตั้งคำถามให้เด็กคิดแล้วตอบคำถามไปเรื่อยๆ แล้วประเมินอย่างฉับพลันว่าเด็กรู้อะไรไม่รู้อะไรหรือเข้าใจอะไรผิด เปลี่ยนคำถามใหม่เพื่อพาเด็กไปสู่ปลายทาง โดยมีเป้าหมายให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองจากการคิด เรียกว่า การถามต้อนความคิด ซึ่งความคิดเชิงเหตุและผลสำคัญมาก หากแก้ความเชื่อเรื่องเหตุและผลแบบผิดๆ ไม่ได้ ครูจะไม่สามารถสร้างสรรค์กระบวนที่มีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนานักเรียนได้”
เช่นเดียวกับ “ค่ายครูพันธุ์วิจัย ประกวดโครงงานวิจัยด้านพลังงาน” ที่จัดขึ้นโดย กลุ่ม ปตท. เมื่อวันที่ 22-25 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาอยากให้ “เด็กไทยคิดได้ ทำเป็น” กลุ่ม ปตท. จึงจัดกิจกรรมอบรบเชิงปฏิบัติการเทคนิคการทำวิจัยให้คณะครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์จาก 14 โรงเรียนในจังหวัดระยอง เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและนักเรียนด้วยกระบวนการวิจัย

เดชา บุญวรรณ์ ผู้จัดการส่วนสื่อสารและกิจการเพื่อสังคมพื้นที่ระยอง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าเด็กจะมีความรู้ความเข้าใจและสามารถคิดอย่างเป็นระบบได้ต้องมี “ครู” คอยชี้แนะอย่างถูกวิธี

“โครงการครูพันธุ์วิจัยต้องการหนุนเสริมแนวทางการเรียนรู้ให้นักเรียน โดยพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อกระบวนการวิจัย แล้วพัฒนาองค์ความรู้ กระบวนการสอนและประยุกต์เทคนิคการสอน เพื่อนำไปใช้

ประโยชน์ต่อการสอนโครงงานวิจัยด้านพลังงานให้นักเรียนได้อย่างบูรณาการและก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง กระบวนการทั้งหมดนอกจากจะช่วยส่งเสริมให้เด็กพัฒนาความคิดได้ด้วยตนเองแล้ว ยังกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปได้ในอนาคต”

จุดเด่นของค่ายครูพันธุ์วิจัยฯ อยู่ที่การอบรมเพื่อเปลี่ยนทัศนคติครูจาก “ผู้บอก” หรือผู้ป้อนความรู้ให้เป็น “ผู้ถาม” เรียกว่า “ถามคือสอน” เพื่อชี้ชวนให้นักเรียนเกิดความสนใจ คิดตาม แล้วแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง จุดหมายปลายทางของโครงการต้องการให้ “ครู” ผู้เข้ารับการอบรมสวมบทบาทเป็น “โค้ช” (coach) ให้กับนักเรียน เพื่อรวมกลุ่มทำงานวิจัย แล้วเฟ้นหาสุดยอดโครงงานวิจัยด้านพลังงานที่เป็นไปได้และเป็นประโยชน์มากที่สุด

รศ.ดร.สุธีระ บอกหนึ่งในแนวทางพัฒนาเด็กให้เร็วขึ้นและไม่ต้องลงทุนอะไร ด้วยการให้เด็กรวมกลุ่มมีส่วนร่วมในการคิดและวิเคราะห์ร่วมกัน เช่นเดียวกับกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ครูได้ลงมือทำในค่ายครูพันธุ์ใหม่ เมื่อทำจึงเกิดการเรียนรู้ เข้าใจไปถึงต้นทางของเหตุและผลที่แท้จริง จนเกิดปัญญา เมื่อนั้น ครูจะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ได้เอง เด็กก็เช่นเดียวกัน

“การทำการศึกษาเพื่อเปลี่ยนเด็ก โครงงานเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยทำให้เด็กเปลี่ยนแปลง เป้าหมายที่เราจะวัดคือความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการคิดของเด็กแต่ละคน ไม่ใช่คะแนนสอบ ยิ่งเด็กที่มีพื้นฐานต่ำครูยิ่งสามารถช่วยหนุนเสริมขึ้นมาได้อย่างก้าวกระโดด แล้วคนแรกที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของเด็กคือผู้ปกครอง เมื่อผู้ปกครองเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางบวก ผู้ปกครองกับชุมชนจะเข้ามาให้ความร่วมมือกับโรงเรียนเอง”

รศ.ดร.สุธีระ ยังกล่าวอีกว่า ครูต้องทำความเข้าใจใหม่ว่าการศึกษาไม่ใช่การค้ามนุษย์ที่ครูคิดโครงงานทุกอย่างขึ้นมาเพื่อใช้แรงงานเด็กทำ ผลสุดท้ายผลงานไม่ได้ตกเป็นของเด็กเพราะเด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย

ด้านครูผู้เข้าอบรม เอกราช นวศรีพงศ์ โรงเรียนระยองวิทยาคมนิคมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ค่ายครูพันธุ์วิจัยเปลี่ยนทัศนคติที่ตนมีต่อการจัดการเรียนรู้ จากเดิมคิดว่ากระบวนการสอนของตนฝึกให้นักเรียนรู้จักคิดมากพอสมควร แต่เมื่อได้เรียนรู้จากการอบรมทำให้พบว่าการสอนของตนยังไม่สามารถกระตุ้นกระบวนการคิดอย่างมีเหตุและผลของเด็กได้

“ความรู้และเทคนิคที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้สามารถนำไปปรับให้นักเรียนฝึกทักษะจากกระบวนการคิดมากขึ้น สามารถพัฒนาความรู้ความจำมาเป็นความเข้าใจและนำไปสู่การเกิดทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ได้ ส่วนครูต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่าเดิม เพื่อจะได้เป็นโค้ชที่ดีให้นักเรียนได้อีกทางหนึ่ง”

ส่วน คาวี สุนทรโอวาท โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา เห็นด้วยว่า ที่ผ่านมากระบวนการศึกษาของไทยมีแค่ความรู้ แต่ยังขาดเครื่องมือที่จะสร้างให้เด็กมีกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนั้น การช่วยให้เด็กมีกระบวนการคิดเพื่อพัฒนาความรู้ได้ตัวเองจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเด็กโดยตรง

เช่นเดียวกับ สุปราณี กิตติวรเชษฏฐ์ โรงเรียนระยองวิทยาคมปากน้ำ สะท้อนว่า “ค่ายครูพันธุ์ใหม่” ทำให้เธอฉุกคิด “ครูควรจะเริ่มตั้งคำถามว่าสิ่งที่เด็กเรียนมาสามารถทำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง ซึ่งตรงนี้ถ้าครูไม่สามารถโค้ชเด็กได้ เด็กจะไม่สามารถนำความรู้ที่เรียนไปใช้ทำประโยชน์อะไรได้เลยแม้แต่การประกอบอาชีพ เพราะเด็กเรียนไปแล้วคิดไม่ได้ทำอะไรเป็น หากครูทุกคนช่วยกระตุ้นให้นักเรียนคิด สร้างสรรค์โครงงานด้านพลังงานที่เป็นไปได้ขึ้นมา ผลงานของนักเรียนเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ต่อการดูแลจัดการพลังงานในอนาคตได้”
การศึกษาแบบไร้รั้ว เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดและลงมือปฏิบัติเอง เป็นการสร้างการเรียนรู้ที่มีค่า เพราะผลลัพธ์ของการเรียนรู้นี้มีมากกว่าแค่การจดจำเพื่อนำไปตอบคำถามในห้องสอบ แต่เป็นการฝึกฝนทักษะชีวิตที่สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้แก่ตัวผู้เรียนเอง เพื่อให้นักเรียนสามารถออกไปเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกได้อย่างผู้มีปัญญาที่ “คิดได้ ทำเป็น”

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com  

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น ครูพันธุ์วิจัยสร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ คำตอบสุดท้ายจะออกมาอย่างไร

ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ คำตอบสุดท้ายจะออกมาอย่างไร
เปิดอ่าน 9,000 ครั้ง
ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?

ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?
เปิดอ่าน 10,513 ครั้ง
กุญแจไขโจทย์คุณภาพการศึกษาไทย

กุญแจไขโจทย์คุณภาพการศึกษาไทย
เปิดอ่าน 7,777 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล

ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
เปิดอ่าน 11,247 ครั้ง
ถ้าผมเป็น "รมต.ศึกษา"

ถ้าผมเป็น "รมต.ศึกษา"
เปิดอ่าน 12,886 ครั้ง
ราชภัฏมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21

ราชภัฏมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 8,419 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เปิดอ่าน 10,365 ☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาไทยหลายเรื่องคงต้องพึ่ง ม. 44 จริงๆ
การศึกษาไทยหลายเรื่องคงต้องพึ่ง ม. 44 จริงๆ

เปิดอ่าน 14,946 ☕ คลิกอ่านเลย
โปรดอ่านทำความเข้าใจ! กรณีการเรียน ป.บัณฑิต
โปรดอ่านทำความเข้าใจ! กรณีการเรียน ป.บัณฑิต

เปิดอ่าน 5,139 ☕ คลิกอ่านเลย
พระเจ้าแผ่นดิน
พระเจ้าแผ่นดิน

เปิดอ่าน 9,682 ☕ คลิกอ่านเลย
ทางรอดประเทศไทย : เปลี่ยนระบบการเรียนรู้
ทางรอดประเทศไทย : เปลี่ยนระบบการเรียนรู้

เปิดอ่าน 5,813 ☕ คลิกอ่านเลย
เข้าใจนวัตกรรม การศึกษาฟินแลนด์
เข้าใจนวัตกรรม การศึกษาฟินแลนด์

เปิดอ่าน 12,411 ☕ คลิกอ่านเลย
ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"
ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,624 ครั้ง
ตำนานคิวปิด
ตำนานคิวปิด

เปิดอ่าน 12,272 ครั้ง
แฉช่องโหว่ Windows 7
แฉช่องโหว่ Windows 7

เปิดอ่าน 10,293 ครั้ง
หนอนไหม
หนอนไหม

เปิดอ่าน 7,698 ครั้ง
คาดคนอ้วนมี"โดปามีน"น้อย ต้นเหตุไร้ความสุข
คาดคนอ้วนมี"โดปามีน"น้อย ต้นเหตุไร้ความสุข

เปิดอ่าน 26,693 ครั้ง
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น
แนวข้อสอบ กพ


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ