ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาการเรียนคำศัพท์กีฬาภาษาจีนด้วยแบบเรียนรูปภาพโดยใช้แบบเรียนสำเร็จรูป รายวิชา ภาษาจีน 3 จ 13201 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.2.1 . เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำศัพท์กีฬาภาษาจีนโดยใช้แบบเรียนสำเร็จรูป ก่อนและหลัง โดยใช้แบบเรียนรูปภาพและแบบทดสอบความเข้าใจในคำศัพท์เรื่องกีฬา

1.2.2 เพื่อเปรียบเทียบเจตคติต่อการเรียนคำศัพท์ภาษาจีนด้วยรูปภาพ ก่อนและหลัง สอนโดยการใช้แบบเรียนและแบบทดสอบความเข้าใจในการเรียนคำศัพท์ภาษาจีนกีฬา

1.2.3 เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการเรียนคำศัพท์ภาษาจีนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

3.2.1 เครื่องมือรวบรวมข้อมูล

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน จำนวน15ข้อ คะแนน15คะแนน โดยแบ่งเป็น 3 ตอน ซึ่งมีเนื้อหาและรูปแบบดังนี้

ตอนที่ 1 ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน15 ข้อ 15คะแนน และเรียนคำศัพท์กีฬาเป็นภาษาจีนด้วยแบบเรียนรูปภาพ โดยใช้สื่อการเรียนการ เช่น แผนจัดการเรียนรู้ ตำราเรียน สื่อคอมพิวเตอร์ แบบทดสอบ ร่วมกับการเรียนแบบมีส่วนร่วม ให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ให้จดจำ และเข้าใจมากขึ้น

ตอนที่ 2 ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน15 ข้อ 15คะแนน และวิเคราะห์ปัญหา ข้อดี ข้อเสีย จากเรียนร่วมกัน

ตอนที่ 3 เปรียบเทียบผลคะแนนจากแบบทดสอบก่อน และหลังเรียนเรื่อง คำศัพท์กีฬาภาษาจีนโดยใช้แบบเรียนสำเร็จรูป ของโรงเรียนวัดเวฬุวัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 โดยหาค่าคะแนนทีเฉลี่ย (Average T score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน และหลังเรียน ค่าความแตกต่างคะแนนทีเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน ร้อยละของคะแนนทีเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น

สรุปผลการวิจัย

1. จากการใช้แบบเรียนรูปภาพ เรื่องคำศัพท์กีฬาภาษาจีนโดยใช้แบบเรียนสำเร็จรูป โดยใช้สื่อการเรียน กิจกรรมการมีส่วนร่วม จากการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน คะแนนเต็ม 15 คะแนน คะแนนการทดสอบหลังเรียนมากกว่าคะแนนการทกสอบก่อนเรียน ค่าคะแนนทีเฉลี่ย (Average T score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เท่ากับ41.81 และค่าคะแนนทีเฉลี่ย (Average T score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เท่ากับ58.19 ค่าความแตกต่างคะแนนทีเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน เท่ากับ 16.38 ร้อยละของคะแนนทีเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 39.19

2. การประเมินการอ่านออกเสียงคำศัพท์กีฬาเป็นภาษาจีน ผลการประเมินการอ่าน หลังเรียนดีกว่าการอ่านก่อนเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20

3. การประเมินเจตคติการเรียนวิชาภาษาจีน เรื่องคำศัพท์กีฬาภาษาจีนโดยใช้แบบเรียนสำเร็จรูป ผลการประเมินเจตคติหลังเรียนมากกว่าผลการประเมินเจตคติก่อนเรียน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.50 คิดเป็นร้อยละ 17.30

โพสต์โดย จีน : [10 ก.พ. 2563 เวลา 09:22 น.]
อ่าน [102910] ไอพี : 124.120.67.129
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 2,259 ครั้ง
BLOCKCHAIN คืออะไร ?
BLOCKCHAIN คืออะไร ?

เปิดอ่าน 19,771 ครั้ง
นักฟิสิกส์อินเดีย ชี้มีวิธีค้นหา ‘รูหนอน’
นักฟิสิกส์อินเดีย ชี้มีวิธีค้นหา ‘รูหนอน’

เปิดอ่าน 57,671 ครั้ง
เผยแพร่ตัวอย่าง SAR สถานศึกษา โรงเรียนหนองอ้อวิทยาคม
เผยแพร่ตัวอย่าง SAR สถานศึกษา โรงเรียนหนองอ้อวิทยาคม

เปิดอ่าน 11,104 ครั้ง
หลากหลายวิธี ช่วยให้อารมณ์ดี ทันตาเห็น
หลากหลายวิธี ช่วยให้อารมณ์ดี ทันตาเห็น

เปิดอ่าน 12,064 ครั้ง
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน

เปิดอ่าน 23,320 ครั้ง
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ พ.ศ.2561
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ พ.ศ.2561

เปิดอ่าน 57,236 ครั้ง
คลิปเด็กฝรั่งท่อง ก.ไก่จนจบ น่ารักมากครับ
คลิปเด็กฝรั่งท่อง ก.ไก่จนจบ น่ารักมากครับ

เปิดอ่าน 14,118 ครั้ง
5 ปัญหาการเงิน เลี่ยงซะก่อนชีวิตคู่จะพัง
5 ปัญหาการเงิน เลี่ยงซะก่อนชีวิตคู่จะพัง

เปิดอ่าน 99,795 ครั้ง
เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่
เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่

เปิดอ่าน 10,105 ครั้ง
เตือนสถานที่วัยรุ่นเสี่ยงติดหวัด 2009 จะมีที่ไหนบ้าง เตรียมระวัง!
เตือนสถานที่วัยรุ่นเสี่ยงติดหวัด 2009 จะมีที่ไหนบ้าง เตรียมระวัง!

เปิดอ่าน 10,947 ครั้ง
เคล็บลับอร่อยได้ดังใจ แต่..ไม่อ้วน
เคล็บลับอร่อยได้ดังใจ แต่..ไม่อ้วน

เปิดอ่าน 1,157 ครั้ง
Radiesse คืออะไร? รู้จักนวัตกรรมฉีดผิวช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
Radiesse คืออะไร? รู้จักนวัตกรรมฉีดผิวช่วยกระตุ้นคอลลาเจน

เปิดอ่าน 117,580 ครั้ง
ทฤษฎีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม
ทฤษฎีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม

เปิดอ่าน 42,038 ครั้ง
ภาษาจีนน่ารู้
ภาษาจีนน่ารู้

เปิดอ่าน 24,113 ครั้ง
แนวทางในการพัฒนาระบบ
แนวทางในการพัฒนาระบบ

เปิดอ่าน 15,042 ครั้ง
อย่าละเลยอาการไหล่ติด
อย่าละเลยอาการไหล่ติด
เปิดอ่าน 23,780 ครั้ง
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
เปิดอ่าน 20,835 ครั้ง
ปรบมือให้เลย แชร์ไอเดียเด็ดๆ ของเด็กไทย! เลคเชอร์วิชาประวัติศาสตร์ขั้นเทพของเด็กม.3
ปรบมือให้เลย แชร์ไอเดียเด็ดๆ ของเด็กไทย! เลคเชอร์วิชาประวัติศาสตร์ขั้นเทพของเด็กม.3
เปิดอ่าน 6,018 ครั้ง
วัยทำงาน มีภาวะอ้วน แนะหลัก "3อ 2ส 1ฟ 1น" ลดเสี่ยง
วัยทำงาน มีภาวะอ้วน แนะหลัก "3อ 2ส 1ฟ 1น" ลดเสี่ยง
เปิดอ่าน 19,660 ครั้ง
ชมคลิป เด็ก ป.5 ท่องบทอาขยานไพเราะสุด ๆ ฟังแล้วทึ่ง
ชมคลิป เด็ก ป.5 ท่องบทอาขยานไพเราะสุด ๆ ฟังแล้วทึ่ง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ