ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมความรู้ทั่วไป  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

เปิดทริกเพิ่ม "ไอคิว" ลูก เริ่มได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์-กินนมแม่-เล่นอิสระ


ความรู้ทั่วไป 16 พ.ค. 2565 เวลา 04:36 น. เปิดอ่าน : 2,551 ครั้ง
เปิดทริกเพิ่ม "ไอคิว" ลูก เริ่มได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์-กินนมแม่-เล่นอิสระ

Advertisement

เปิดทริกเพิ่ม "ไอคิว" ลูก เริ่มได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์-กินนมแม่-เล่นอิสระ ย้ำโภชนาการไม่พอทำเด็กโง่ไอคิวลด

กรมอนามัยเผยวิธีเพิ่ม "ไอคิว" เด็ก เริ่มได้ตั้งแต่ในท้องแม่ ได้ "เหล็ก โฟลิก ไอโอดีน" เพียงพอ ช่วง 6 เดือนแรกเกิดกินนมแม่ จากนั้นรับอาหารเสริมตามวัย พ่อแม่สังเกตพัฒนาการผิดปกติ ส่งเสริมเล่นแบบอิสระแบบ "Family-Free-Fun" ย้ำโภชนาการไม่เพียงพอ ทำไอคิวลดลงได้

จากกรณีผลสำรวจระดับสติปัญญาเด็กไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ประจำปี 2564 พบว่า ไอคิวเฉลี่ยเด็กไทยเกินค่ามาตรฐาน 100 เป็นครั้งแรก อยู่ที่ 102.8 เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ไอคิวเฉลี่ยอยู่ที่ 98.2 โดยสัดส่วนกลุ่มฉลาดมากหรือไอคิวเกิน 130 พบ 10.4% กลุ่มต่ำกว่าปกติหรือไอคิวต่ำกว่า 90 พบ 21.7% ลดลงจากปี 2559 ที่พบ 31.8% ส่วนกลุ่มบกพร่องหรือไอคิวต่ำกว่า 70 พบ 4.2% ยังสูงกว่ามาตรฐานที่ไม่ควรเกิน 2%

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาระดับสติปัญญาหรือไอคิว ว่า การพัฒนาไอคิวเด็กสามารถทำได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ โดยแม่ต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน โดยเฉพาะธาตุเหล็ก โฟลิก และไอโอดีน ก็จะส่งผลถึงลูกในครรภ์ ส่วนช่วงแรกเกิดมีหลายปัจจัยที่ส่งผลถึงไอคิว ทั้ง

1.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งช่วง 6 เดือนแรกควรได้รับนมแม่อย่างเดียวจะดีที่สุด

2.การสัมผัสสายใยระหว่างแม่และลูก

3.เรื่องโภชนาการ ซึ่งหลัง 6 เดือนขึ้นไปยังสามารถกินนมแม่ได้ ควบคู่กับอาหารเสริมตามวัยที่ต้องได้รับอย่างถูกต้อง

4.การเลี้ยงดูของพ่อแม่ในการเฝ้าสังเกตพัฒนาการของลูกมีปัญหาหรือไม่ และ

5.เรื่องการเล่นของลูก ซึ่งมีความสำคัญมากช่วยกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการและไอคิวที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

"การเล่นของลูกให้ยึดหลัก 3F คือ

Family พ่อแม่ผู้ปกครองหรือครอบครัวควรมีส่วนร่วมในการเล่นกับลูก

Free เล่นอย่างอิสระที่เด็กชื่นชอบ และ

Fun คือ สนุกสนาน การเล่นต้องไม่ได้เป็นการยัดเยียดให้เด็ก

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่บล็อกเรื่องพัฒนาการเด็ก ทั้งเรื่องของความรุนแรงในครอบครัว ความเครียด การเนือยนิ่ง โดยให้เด็กหมกมุ่นอยู่กับโทรทัศน์ สมาร์ทโฟนหรือไอแพดมากเกินไป ซึ่งไม่ได้ส่งเสริมปัญญาทางสมอง" นพ.เอกชัยกล่าว

เมื่อถามว่าการสำรวจบางปีพบไอคิวเฉลี่ยเด็กอนุบาล 3-5 ขวบสูงเกิน 100 แต่พอขึ้นระดับประถมศึกษาอายุ 6-11 ปี กลับมีไอคิวเฉลี่ยลดลงเหลือต่ำกว่า 100 มีปัจจัยอะไรที่ทำให้ไอคิวเด็กลดลง นพ.เอกชัยกล่าวว่า ช่วงที่เด็กเรียนรู้ได้เร็วที่สุด คือ ช่วงปฐมวัยหรือ 3 ขวบแรก ถ้าอยากให้เด็กมีต้นทุนที่ดีก็ต้องส่งเสริมอย่างเต็มที่ในช่วง 3 ขวบแรก ทั้งเรื่องพัฒนาการ โภชนาการ การเจริญเติบโต ความอบอุ่นในครอบครัว และสิ่งแวดล้อมที่ดี ส่วนกรณีไอคิวลดลงคงเป็นปัจจัยที่มากระทบภายหลัง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ไอคิวลด ก็เป็นเรื่องของโภชนาการที่รับสารอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีนที่ดีจากเนื้อ นม ไข่ การขาดไอโอดีน ธาตุเหล็ก วิตามินต่างๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง ถ้าเด็กขาดสิ่งเหล่านี้ก็ส่งผลต่อไอคิวเด็กในช่วงหลังๆ และทำให้เด็กไทยเตี้ยและโง่ ดังนั้น ช่วงนาทีทองจึงไม่ใช่แค่ 6 เดือนแรกที่ต้องให้เด็กกินนมแม่อย่างเดียว หลังจากนี้จนถึง 6 ปีแรกก็ต้องได้รับโภชนาการตามวัยที่เหมาะสม จึงเป็นที่มาของการวัดผลลัพธ์กันในช่วง ป.1

ด้าน พญ.สายพิณ โชติวิเชียร ผอ.สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวถึงโภชนาการกับการพัฒนาไอคิว ว่า เรื่องนี้ต้องส่งเสริมตั้งแต่ก่อนแม่ตั้งครรภ์ โดยการให้เหล็กและโฟลิกก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือน และเน้นการฝากครรภ์เร็ว ก็จะได้สารอาหารที่จำเป็นเร็ว โดยให้เหล็ก โฟลิก และไอโอดีน ซึ่งทำให้แม่มีความพร้อมและเด็กในครรภ์ก็ได้รับการเตรียมความพร้อมด้วย และเด็กคลอดออกมาช่วง 6 เดือนแรกกินนมแม่ อย่างเดียว ก็ทำให้ได้รับสารอาหารเต็มที่ ส่วนหลัง 6 เดือนยังกินนมแม่จนถึง 2 ปี และมีอาหารตามวัยมาเสริม เพื่อให้เด็กได้รับพลังงานเพียงพอ และเป็นช่วงที่ต้องฝึกให้เด็กคุ้นชินกับรสชาติ ไม่ให้เด็กติดรสชาติของหวาน มัน เค็ม ก็จะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี และเมื่อได้เรียนรู้ต่างๆ ก็จะเป็นเด็กที่มีไอคิวดีตามมา

เมื่อถามถึงกรณีพ่อแม่มักซื้อขนมที่มีโซเดียมให้แก่ลูกกินตั้งแต่เล็ก พญ.สายพิณกล่าวว่า คนส่วนใหญ่ไม่รู้ เอาง่ายเอาสะดวก ต้องปลูกฝังนิสัยคนไทยเรื่องการอ่านฉลากโภชนาการ ซึ่งเมื่อก่อนต้องอ่านตัวเล็กๆ ข้างหลัง แต่ปัจจุบันอ่านง่าย มีสัดส่วนบอกชัดเจน เช่น วันหนึ่งกินได้ 100% ขนมห่อนี้กินแล้วเท่ากับกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ทำให้ประมาณได้ว่า ถ้าแบ่งเป็นมื้อๆ หากเกิน 100% แสดงว่ากินเยอะเกินไป และทำให้เด็กติดรส ส่วนกรณีการรับประทานอาหารที่ไม่มีฉลาก เน้นว่าไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม วันหนึ่งไม่ให้กินน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา ไขมันไม่เกิน 6 ช้อนชา และเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา หากปรุงเองก็จะพอรู้รสชาติประมาณนี้ ส่วนการกินนอกบ้านต้องอาศัยสัมผัสความคุ้นลิ้น หากที่บ้านคุ้นชิ้นการกินจืด พอกินข้างนอกก็จะรู้ว่ากินหวานหรือเค็มเกินไป ซึ่งรัฐบาลส่งเสริมเรื่องหวานน้อยสั่งได้ อย่างสั่งเครื่องดื่มหากคนกินไม่ค่อยหวาน เวลาเจอหวานเต็มๆ ก็จะรู้ แต่หากกินหวานจนเป็นปกติก็จะคุ้นชิน เมื่อกินไม่หวานก็จะบอกว่าไม่อร่อย แต่จริงๆ อร่อยหรือไม่อร่อย ขึ้นกับความถูกลิ้นถูกปากและความคุ้นชิน


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก MGR Online วันที่ 15 พ.ค. 2565


เปิดทริกเพิ่ม "ไอคิว" ลูก เริ่มได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์-กินนมแม่-เล่นอิสระIQเพิ่มไอคิวเพิ่มไอคิวลูกเพิ่มIQเด็กเพิ่ม IQ ลูก

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

อาหารบำรุงผม

อาหารบำรุงผม


เปิดอ่าน 17,970 ครั้ง
งานประเพณีรับบัว 2552

งานประเพณีรับบัว 2552


เปิดอ่าน 16,964 ครั้ง
บัตรเลือกตั้ง 2566

บัตรเลือกตั้ง 2566


เปิดอ่าน 1,828 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ทายนิสัยจากการเล่นเกมส์

ทายนิสัยจากการเล่นเกมส์

เปิดอ่าน 10,944 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จุฬาฯ ฉลอง อันดับ 138 มหาวิทยาลัย ชั้นนำของโลก
จุฬาฯ ฉลอง อันดับ 138 มหาวิทยาลัย ชั้นนำของโลก
เปิดอ่าน 9,851 ☕ คลิกอ่านเลย

6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม
เปิดอ่าน 29,794 ☕ คลิกอ่านเลย

5 สมุนไพรเพื่อวัยสูงอายุ
5 สมุนไพรเพื่อวัยสูงอายุ
เปิดอ่าน 15,917 ☕ คลิกอ่านเลย

ภัยร้ายหน้าร้อน-สาวๆ ไม่อยากหมดสวยต้องอ่าน 6 กลเม็ดสู้ "ผิวไหม้แดด"
ภัยร้ายหน้าร้อน-สาวๆ ไม่อยากหมดสวยต้องอ่าน 6 กลเม็ดสู้ "ผิวไหม้แดด"
เปิดอ่าน 11,960 ☕ คลิกอ่านเลย

คำขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง 2566
คำขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง 2566
เปิดอ่าน 1,844 ☕ คลิกอ่านเลย

คนแห่ขอยา "เบญจอำมฤตย์" รักษามะเร็งฟรี ยอดพุ่ง 30 เท่าต่อวัน
คนแห่ขอยา "เบญจอำมฤตย์" รักษามะเร็งฟรี ยอดพุ่ง 30 เท่าต่อวัน
เปิดอ่าน 13,246 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คู่มือพัฒนาตนเองผ่านระบบออนไลน์และการประชุมปฏิบัติการเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วย สู่การเป็นครูมืออาชีพ
คู่มือพัฒนาตนเองผ่านระบบออนไลน์และการประชุมปฏิบัติการเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วย สู่การเป็นครูมืออาชีพ
เปิดอ่าน 11,038 ครั้ง

อยากรู้มั้ยว่าทำไม ? คนไทยถึงรักพระเจ้าแผ่นดิน
อยากรู้มั้ยว่าทำไม ? คนไทยถึงรักพระเจ้าแผ่นดิน
เปิดอ่าน 11,258 ครั้ง

เห็ดหลินจือ มีดีเช่นไร?
เห็ดหลินจือ มีดีเช่นไร?
เปิดอ่าน 11,868 ครั้ง

เด็กชายใช้เงินหมดทุกสัปดาห์ พ่อสงสัยแอบตามสืบ แต่กลับพบสิ่งไม่คาดคิด
เด็กชายใช้เงินหมดทุกสัปดาห์ พ่อสงสัยแอบตามสืบ แต่กลับพบสิ่งไม่คาดคิด
เปิดอ่าน 10,120 ครั้ง

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายที่อย่ามองข้าม
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายที่อย่ามองข้าม
เปิดอ่าน 14,452 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 096-7158383

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ