ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบ RTI ร่วมกับจิตศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน นักเรียนที่มี ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเกิ้งว

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบ RTI ร่วมกับจิตศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน นักเรียนที่มี

ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเกิ้งวิทยานุกูล

ชื่อผู้ศึกษา วัชโรบล สัจจภิรมย์

สถานที่ โรงเรียนเกิ้งวิทยานุกูล ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

ปีที่ศึกษา 2561

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบ RTI ร่วมกับจิตศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเกิ้งวิทยานุกูล วัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและคัดกรองนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) เพื่อสร้างแบบฝึกทักษะเพื่อแก้ปัญหานักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 3) เพื่อศึกษาผลการช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจการใช้รูปแบบ RTI ร่วมกับจิตศึกษา กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนเกิ้งวิทยานุกูล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 16 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แบบคัดกรองนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 1.1) แบบคัดกรองเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ของ ศ.ดร.ผดุง อารยะวิญญู 1.2) แบบคัดกรองนักเรียนที่มีสภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้และออทิซึม (KUS-Si Rating Scales) ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2) แบบประเมินการอ่าน การเขียนสื่อความ 3) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการอ่าน จำนวน 8 แผน 4) แบบตรวจสอบรายการพฤติกรรมของนักเรียน จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ แบบตรวจสอบรายการพฤติกรรมของนักเรียนจากครูประจำชั้น แบบตรวจสอบรายการพฤติกรรมของนักเรียนจากครูประจำวิชา และแบบตรวจสอบรายการพฤติกรรมของนักเรียนจากผู้ปกครอง 5) แผนการจัดการศึกษาบุคคล (Individual Education Program : IEP) และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) 6) แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่าน โดยใช้ทฤษฎีเสาหลัก 5 ต้น จำนวน 1 ฉบับ 7) แบบประเมินความพึงพอใจเกี่ยวกับการใช้รูปแบบ RTI ร่วมกับจิตศึกษา สถิติที่ใช้ ได้แก่สถิติพื้นฐาน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาประสิทธิภาพของแบบฝึก E1/E2

ผลการศึกษา

1. ผลการศึกษาปัญหาและความต้องการความช่วยเหลือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้ศึกษาได้ทดลองกับนักเรียน จำนวน 16 คน แบ่งได้เป็น 3 วิธี ดังนี้

1.1 ศึกษาโดยใช้ แบบคัดกรองเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ของ ผดุง อารยะวิญญูพบว่า นักเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ย ( ) ต่ำกว่า 2.51 ซึ่งมีปัญหาด้านการเรียนระดับมาก มีจำนวน 7 คน

1.2 ศึกษาโดยใช้ แบบคัดกรองนักเรียนที่มีสภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้ และออทิซึม (KUS-Si Rating Scales) ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า นักเรียนที่ข้อความบ่งบอกพฤติกรรม อยู่ในกลุ่ม 3 ขึ้นไป ในแบบคัดกรอง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการช่วยเหลือด้านการศึกษา มีจำนวน 7 คน

1.3 ศึกษาโดยใช้แบบประเมินการอ่าน การเขียนสื่อความ พบว่า นักเรียนที่มีค่าคะแนนต่ำกว่า 20 จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน มีจำนวน 8 คน

2. ผลจากการสอนซ่อมเสิรมและสร้างแบบฝึกทักษะเพื่อแก้ปัญหานักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผู้ศึกษาได้ทดลองกับนักเรียน 7 คน แบ่งเป็น พบว่า นักเรียนที่มีการตอบสนองต่อนวัตกรรมและวิธีการสอน จำนวน 4 คน นักเรียนที่ไม่มีการตอบสนองหรือมีการตอบสนองไม่สม่ำเสมอ จำนวน 3 คน

3. ผลการช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล ผู้ศึกษาได้ทดลองกับนักเรียน 3 คน โดยผู้ศึกษาเป็นผู้สอน 1 แบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้

3.1 ศึกษาโดยใช้แบบตรวจสอบรายการพฤติกรรมนักเรียน จากครูประจำชั้น 3 คน ครูประจำวิชา 8 คน และผู้ปกครอง 3 คน พบว่า นักเรียนทั้งหมดมีคะแนนพฤติกรรมใกล้เคียงกัน อยู่ในช่วงมีปัญหาด้านการเรียน ในระดับปานกลางถึงระดับมาก

3.2 ข้อสังเกตเพิ่มเติมจาก แบบตรวจสอบรายการพฤติกรรมของนักเรียน มีดังนี้

ส่วนมากนักเรียนไม่สนใจการเรียนมาตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ค่อยทำการบ้านสภาพครอบครัวยากจนมาก และมีสภาพแตกแยกของพ่อ-แม่ นักเรียนจะเงียบไม่ค่อยพูดหรือแสดงเหตุผลใด ๆ เมื่อครูให้ทำอะไรจะทำได้ทุกอย่าง สภาพครอบครัวที่นักเรียนประสบมาตั้งแต่เล็ก ๆ สภาพบ้านที่ขาดสุขลักษณะสภาพสังคมใกล้ตัว ส่งผลต่อความกระตือรือร้นของนักเรียน ความมุ่งมั่นในการเรียน

3.3 ศึกษาโดยการช่วยเหลือเป็นรายบุคคล ด้วยแผน IEP และ IIP พร้อมกับแบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่าน ตามทฤษฎีเสาหลัก 5 ต้น พบว่า หลังจากการให้ความช่วยเหลือเป็นรายบุคคล โดยผู้ศึกษาทำการสอนเอง จำนวน 3 คน เป็นการสอนที่ครูให้ความช่วยเหลือเป็นรายบุคคล การพูดคุยกันระหว่างครูและนักเรียน ใช้คำพูดเชิงสร้างสรรค์ เชิญชวนให้ปฏิบัติโดยไม่มีถูกมีผิด ทำให้นักเรียนรู้สึกสบายใจ มีความกล้าและมั่นใจที่จะปฏิบัติตามแบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านมีการตอบสนองที่ดี

4. ผลการศึกษาความพึงพอใจการใช้รูปแบบ RTI ร่วมกับจิตศึกษา จำนวน 20 ข้อ จากผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน พบว่า ภาพรวมความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ครู ผู้ปกครองและนักเรียน มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 3.89 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.74 ซึ่งอยู่ในระดับความพอใจ ในรายข้อ พบว่า ข้อ 12. ท่านคิดว่าการที่โรงเรียนใช้รูปแบบการสอนแบบอาร์ทีไอส่วนสำคัญมากที่สุดคือคุณครูที่สอนนักเรียน มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.41 ข้อ. 20. ท่านมีความพึงพอใจที่โรงเรียนใช้รูปแบบการสอนแบบอาร์ทีไอ มากน้อยเพียงใด มีค่าเฉลี่ย ( )เท่ากับ 4.16 และข้อ. 18 ท่านคิดว่าการที่โรงเรียนใช้รูปแบบการสอนแบบอาร์ทีไอทำให้นักเรียนที่เรียนดีและนักเรียนที่เรียนช้าได้ประโยชน์เท่ากัน มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.08 ตามลำดับ

โพสต์โดย ครูต๊ะ : [29 มี.ค. 2563 เวลา 12:28 น.]
อ่าน [1679] ไอพี : 223.206.234.222
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น
แนวข้อสอบ กพ


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ