ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้

ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อการจัดสภาพแวดล้อม

ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โรงเรียนบ้านบาโงย อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

ชื่อผู้วิจัย นางรัตนา ดำทองเสน

ปีที่รายงาน 2562

การพัฒนารูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้โรงเรียนบ้านบาโงย อำเภอรามัน จังหวัดยะลา มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาความต้องการในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้

2. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

ผลการศึกษาพบว่า

1. สภาพปัจจุบันและปัญหาความต้องการในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โรงเรียนบ้านบาโงย อำเภอรามัน จังหวัดยะลา พบว่า มีปัญหาทางด้านสภาพแวดล้อมทั้งปัญหาสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน สภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนและสภาพแวดล้อมทางวิชาการ

2. การพัฒนารูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โรงเรียนบ้านบาโงย พบว่า ได้กระบวนการการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน พบหลักการสำคัญคือ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stake holder) ได้แก่ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจและร่วมดำเนินการ ทำให้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของโรงเรียน มี 5 ขั้นตอนสำคัญ คือ 1) การสร้างความตระหนักให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้สภาพปัญหาและความจำเป็น ร่วมกันวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมกันดำเนินการ ตามรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 2) การระดมทรัพยากรเพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 3)การดำเนินการตามแผน / โครงการ/ กิจกรรม 4) การกำกับ ติดตาม และ 5) การสรุปรายงานผล ผลที่ได้รับจากการใช้รูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ พบว่า ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

3. การศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.84 ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.86 ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.87 และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.80 และความพึงพอใจโดยภาพรวมของทั้งนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.84 เมื่อพิจารณาระดับความพึงพอใจเป็นรายด้าน ทุกด้านมีระดับความพึงพอใจมากที่สุดเช่นกัน เรียงลำดับตาม ค่าเฉลี่ยได้ดังนี้ การจัดสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียน คะแนนเฉลี่ย 4.86 การจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน คะแนนเฉลี่ย 4.83) และการจัดสภาพแวดล้อมทางวิชาการ คะแนนเฉลี่ย 4.83

โพสต์โดย rattana : [14 เม.ย. 2563 เวลา 19:27 น.]
อ่าน [102845] ไอพี : 124.122.39.76
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,156 ครั้ง
คลิปแชร์ต่อเมื่อพ่อต้องโกหกลูก (ชมคลิป)
คลิปแชร์ต่อเมื่อพ่อต้องโกหกลูก (ชมคลิป)

เปิดอ่าน 13,763 ครั้ง
ผักบร็อคโคลี่...รักษาโรคอัลไซเมอร์
ผักบร็อคโคลี่...รักษาโรคอัลไซเมอร์

เปิดอ่าน 85,200 ครั้ง
การตรวจสอบวุฒิการศึกษา
การตรวจสอบวุฒิการศึกษา

เปิดอ่าน 20,823 ครั้ง
อยากประสบความสำเร็จต้องอ่าน ความจริง 3 ข้อที่คนทำงานไม่อาจมองข้าม
อยากประสบความสำเร็จต้องอ่าน ความจริง 3 ข้อที่คนทำงานไม่อาจมองข้าม

เปิดอ่าน 49,488 ครั้ง
ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วย มาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2556
ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วย มาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2556

เปิดอ่าน 42,636 ครั้ง
เข้าใจการวางแผนสื่อโฆษณา covid-19 ช่วยธุรกิจปรับตัวได้ดีขึ้น
เข้าใจการวางแผนสื่อโฆษณา covid-19 ช่วยธุรกิจปรับตัวได้ดีขึ้น

เปิดอ่าน 19,768 ครั้ง
ไม่ยากเกินความพยายาม 10 วิธีง่ายๆ ช่วยให้ลูกเก่งภาษา
ไม่ยากเกินความพยายาม 10 วิธีง่ายๆ ช่วยให้ลูกเก่งภาษา

เปิดอ่าน 2,128 ครั้ง
ประโยชน์ของการเดิน
ประโยชน์ของการเดิน

เปิดอ่าน 10,624 ครั้ง
ระวังคาเฟอีนในขนมเด็ก
ระวังคาเฟอีนในขนมเด็ก

เปิดอ่าน 21,829 ครั้ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย

เปิดอ่าน 61,881 ครั้ง
ประวัติ....ซานตาคลอส
ประวัติ....ซานตาคลอส

เปิดอ่าน 59,216 ครั้ง
10 ดวงดาวที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลเท่าที่เคยค้นพบ
10 ดวงดาวที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลเท่าที่เคยค้นพบ

เปิดอ่าน 9,014 ครั้ง
ปัญหาอมตะครูไทย เร่งแก้ก่อนการศึกษาดำดิ่ง
ปัญหาอมตะครูไทย เร่งแก้ก่อนการศึกษาดำดิ่ง

เปิดอ่าน 68,054 ครั้ง
ค่าการศึกษาของบุตร ของข้าราชการครูฯ
ค่าการศึกษาของบุตร ของข้าราชการครูฯ

เปิดอ่าน 4,133 ครั้ง
"หมอเฉลิมชัย" พบสูตรวัคซีนรับมือโอมิครอน เพิ่มภูมิได้เพิ่มขึ้น 29-33 เท่า
"หมอเฉลิมชัย" พบสูตรวัคซีนรับมือโอมิครอน เพิ่มภูมิได้เพิ่มขึ้น 29-33 เท่า

เปิดอ่าน 14,788 ครั้ง
5 เคล็ดลับทำตอนเช้า ลด "ไขมันพอกตับ" ได้จริง แถมสุขภาพดีขึ้น
5 เคล็ดลับทำตอนเช้า ลด "ไขมันพอกตับ" ได้จริง แถมสุขภาพดีขึ้น
เปิดอ่าน 10,120 ครั้ง
พระบรมธาตุเจดีย์ เมืองคอน จ่อคิวสู่มรดกโลก
พระบรมธาตุเจดีย์ เมืองคอน จ่อคิวสู่มรดกโลก
เปิดอ่าน 17,458 ครั้ง
ระเบียบรักษาความปลอดภัย
ระเบียบรักษาความปลอดภัย
เปิดอ่าน 22,770 ครั้ง
"ข่าลิง" คืออะไร?
"ข่าลิง" คืออะไร?
เปิดอ่าน 5,801 ครั้ง
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ