หากแอร์ของคุณมีกลิ่นอับ กลิ่นเหม็นชื้น หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อราและความชื้นที่สะสมอยู่ภายในเครื่อง วิธีแก้ไขเบื้องต้นสามารถทำได้ด้วย 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ให้เริ่มจากการปิดเบรกเกอร์แอร์ก่อนอย่างแรก และทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ เช็ดช่องลม เปิดโหมดพัดลมเพื่อไล่ความชื้น และหากกลิ่นยังไม่หายแสดงว่าถึงเวลาที่ต้องเรียกช่างล้างแอร์มืออาชีพมาจัดการให้แล้ว
มาดูขั้นตอนที่เราสามารถกำจัดกลิ่นอับจากแอร์ได้ด้วยตัวเองกันก่อน และเรามีคำแนะนำให้ด้วยว่าเมื่อไหร่ที่ควรเรียกช่างแอร์เข้ามาดูแล
สรุปให้เลยสำหรับคนรีบ
- กลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็นชื้นจากแอร์ มักเกิดจากเชื้อราที่สะสมอยู่บนแผ่นกรองอากาศ แผงคอยล์เย็น และถาดรองน้ำทิ้งภายในเครื่อง
- หากแอร์มีกลิ่นไหม้หรือกลิ่นสารเคมี ควรปิดเครื่องทันทีและเรียกช่างตรวจสอบ ไม่ควรพยายามทำความสะอาดด้วยตัวเอง
- การล้างแผ่นกรองอากาศและเปิดโหมดพัดลม (Fan Mode) เพื่อไล่ความชื้น สามารถช่วยลดกลิ่นอับ และชะลอการกลับมาของกลิ่นได้
- งานวิจัยในปี 2025 พบว่าเชื้อราบนแผ่นกรองอากาศของแอร์ภายในบ้านเกือบ 2 ใน 3 เป็นชนิดที่อาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้และปัญหาระบบทางเดินหายใจ
- หากทำความสะอาดแล้วกลิ่นอับกลับมาอีก มักเป็นสัญญาณว่าต้นเหตุอยู่ลึกภายในเครื่อง และควรล้างแอร์ใหญ่โดยช่างแอร์เท่านั้น
Table of contents
- ทำไมแอร์ถึงมีกลิ่นอับ
- ก่อนล้างแอร์ ให้สังเกตก่อนว่าแอร์มีกลิ่นแบบไหน
- 5 ขั้นตอนกำจัดกลิ่นอับจากแอร์
- แอร์มีกลิ่นแบบไหนที่ไม่ควรปล่อยไว้?
ทำไมแอร์ถึงมีกลิ่นอับ
สาเหตุหลักของกลิ่นอับจากแอร์คือ เชื้อรา ที่สะสมอยู่ภายในเครื่อง เนื่องจากภายในแอร์เป็นพื้นที่ที่มืดและมีความชื้นระหว่างการใช้งาน ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา
งานวิจัยในปี 2025 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Building and Environment ได้ศึกษาชนิดของเชื้อราบนแผ่นกรองอากาศของแอร์ภายในบ้าน พบว่าเกือบ 2 ใน 3 เป็นเชื้อราที่อาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้และปัญหาระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งยังพบว่าแอร์ในบ้านมีการสะสมของเชื้อราในระดับที่สูงกว่าแอร์ตามสำนักงานอีกด้วย
และเมื่อแอร์ทำงาน อากาศจะไหลผ่านบริเวณที่มีเชื้อราเหล่านี้ ก่อนถูกเป่าออกมาในห้อง ทำให้ทั้งกลิ่นอับและสปอร์ของเชื้อรากระจายอยู่ในอากาศที่เราหายใจเข้าไป
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกลิ่นอับจากแอร์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความรำคาญเท่านั้น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แนะนำให้ล้างแอร์ทุก 6 เดือนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาระบบทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้และหอบหืดได้อีกด้วย
ก่อนล้างแอร์ ให้สังเกตก่อนว่าแอร์มีกลิ่นแบบไหน
ไม่ใช่ทุกกลิ่นที่สามารถแก้ได้ด้วยการล้างแอร์ ดังนั้นให้เราลองสังเกตลักษณะของกลิ่นตามตารางด้านล่างนี้ได้เลย

และเราขอย้ำอีกครั้งว่าถ้าได้กลิ่นไหม้หรือกลิ่นสารเคมีจากแอร์ ควรหยุดใช้งานทันที และให้ช่างแอร์เข้าตรวจสอบเท่านั้น
5 ขั้นตอนกำจัดกลิ่นอับจากแอร์
หากแอร์ของคุณมีกลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็นชื้น ลองทำตาม 5 ขั้นตอนต่อไปนี้

1. ปิดเบรกเกอร์แอร์ก่อนทุกครั้ง การปิดแอร์ด้วยรีโมทเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะภายในเครื่องยังคงมีกระแสไฟฟ้าอยู่ ควรปิดเบรกเกอร์ก่อนเปิดฝาครอบหรือทำความสะอาดทุกครั้ง
2. ถอดและล้างแผ่นกรองอากาศ เปิดฝาครอบหน้าแอร์ ถอดแผ่นกรองอากาศออกมา แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดจนฝุ่นที่สะสมอยู่หลุดออกหมด เนื่องจากแผ่นกรองเป็นจุดแรกที่ฝุ่นและความชื้นมักสะสม จึงเป็นสาเหตุของกลิ่นอับได้บ่อยที่สุด
3. เช็ดทำความสะอาดช่องลมและฝาครอบหน้าแอร์ ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดบริเวณช่องลมและพื้นผิวที่สามารถเข้าถึงได้ หลีกเลี่ยงการสอดผ้าเข้าไปลึกภายในเครื่องหรือสัมผัสแผงคอยล์เย็นโดยตรง
4. เปิดโหมดพัดลม (Fan Mode) ประมาณ 30 นาที หลังจากประกอบแผ่นกรองกลับเข้าที่แล้ว ให้เปิดโหมดพัดลมแทนโหมดทำความเย็น เพื่อไล่ความชื้นที่สะสมอยู่ภายในเครื่อง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดเชื้อรา ทำแบบนี้เป็นประจำยังช่วยลดโอกาสที่กลิ่นอับจะกลับมาอีกด้วย
5. หากกลิ่นยังไม่หาย ควรล้างแอร์โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ หากทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วกลิ่นยังคงอยู่ แสดงว่าต้นเหตุอาจอยู่ลึกภายในเครื่อง เช่น แผงคอยล์เย็นหรือถาดรองน้ำทิ้ง ซึ่งเป็นจุดที่เข้าถึงและทำความสะอาดได้ยาก การล้างแอร์แบบเต็มรูปแบบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า
แอร์มีกลิ่นแบบไหนที่ไม่ควรปล่อยไว้?
ควรเรียกช่างล้างแอร์ทันทีใน 3 กรณีนี้ได้แก่
- เมื่อแอร์มีกลิ่นไหม้หรือกลิ่นสารเคมีแทนที่จะเป็นกลิ่นอับ
- เมื่อกลิ่นอับกลับมาอีกภายใน 1 สัปดาห์หลังจากล้างแผ่นกรองอากาศ
- เมื่อไม่ได้ล้างแอร์ใหญ่มานานกว่า 6 เดือน
หากกลิ่นอับกลับมาอีก นั่นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนเลยว่าเชื้อราได้สะสมอยู่บนแผงคอยล์เย็น และถาดรองน้ำทิ้งภายในเครื่อง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องล้างแอร์แบบเต็มรูปแบบถึงจะทำความสะอาดได้แบบหมดจด การล้างแผ่นกรองอากาศเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
หากต้นตอของกลิ่นอยู่ลึกภายในเครื่อง สามารถจ้างช่างล้างแอร์ผ่าน gigit ได้ง่าย ๆ เพียงโพสต์งาน และเปรียบเทียบข้อเสนอจากผู้ให้บริการในพื้นที่ และเลือกช่างที่เหมาะกับคุณที่สุดได้เลย!