ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน

บทคัดย่อ

หัวข้องานวิจัย รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียน เพื่อพัฒนา

การเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์

สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ.

ผู้วิจัย นายธนาชัย ไชยสัตย์

หน่วยงานที่รับผิดชอบ โรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและสภาพความต้องการรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ศรีสะเกษ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ โดยประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) กลุ่มผู้ร่วมวิจัย จำนวน 18 คน ประกอบด้วย ครูผู้สอนโรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์ จำนวน 18 คน 2) กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ครูผู้สอนที่เป็นกลุ่มผู้ร่วมวิจัยโรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์ จำนวน 18 คน 3) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 18 คน ประกอบด้วย 1) ครูพี่เลี้ยงที่ ร่วมกำกับ ติดตาม ให้คำปรึกษา และนิเทศในการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ศรีสะเกษ จำนวน 2 คน 2) กลุ่มครูผู้ร่วมวิจัย จำนวน 16 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ แบบสอบถาม แบบสังเกต ประเด็นสนทนากลุ่ม และ แบบสรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( X ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D ) ค่า Wilcoxon Signed Ranks Test และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการตรวจสอบความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี ความเป็นไปได้ และความสอดคล้องของการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนหนองหว้า

ประชาสรรค์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ มีชื่อว่า ซีทีเออีอาร์ (CTAER Model) โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี มีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อระหว่าง 0.80 - 1.00 ความเป็นไปได้ของรูปแบบ มีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อระหว่าง 0.80 –1.00 และความสอดคล้องของรูปแบบมีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อระหว่าง 0.80 –1.00 ทั้งนี้เนื่องมาจากขั้นตอนการพัฒนารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน มีกระบวนการที่เป็นระบบมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันทุกองค์ประกอบซึ่งก็คือ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง

2. ผลการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ สรุปได้ดังนี้

2.1 สมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน ของผู้รับการอบรม หลังการใช้รูปแบบ โดยภาพรวม พบว่า การฝึกอบรมการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 1 ที่กำหนดไว้ และเมื่อพิจารณาการประเมินผลการฝึกอบรมการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน เป็นรายด้านโดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย พบว่า การประเมินด้านผลผลิต (Product) ด้านสภาวะแวดล้อม ( Context ) ด้านปัจจัยนำเข้าของการฝึกอบรม (Inputs) และด้านกระบวนการ (Process) อยู่ในระดับมากที่สุด ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้นิเทศ พบว่า ก่อนและหลังการใช้

2.2 รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ครูพี่เลี้ยงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน มีคะแนนสูงกว่า ก่อนการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน

2.3 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ครูผู้รับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 2 ที่กำหนดไว้ โดยหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน มีคะแนนสูงกว่า ก่อนการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน

2.4 สมรรถนะครูทางการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้รับอบรม พบว่า ครูผู้รับการอบรม มีสมรรถนะทางการทำวิจัยในชั้นเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 2 ที่กำหนด

ไว้ และเมื่อพิจารณาสมรรถนะครูทางการทำวิจัยในชั้นเรียน พบว่า ครูผู้รับการอบรมมีสมรรถนะทางการทำวิจัยในชั้นเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด

2.5 ความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยภาพรวม พบว่า ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อ 3 ที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ครูมีความพึงพอใจที่อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ลำดับที่ 1 ด้านผลของการนำรูปแบบไปใช้ ลำดับที่ 2 ด้านกระบวนการนำรูปแบบไปใช้ และลำดับที่ 3 ด้านองค์ประกอบของรูปแบบ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้ออยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ คือ ลำดับที่ 1 ด้านผลของการนำรูปแบบไปใช้ มีองค์ประกอบย่อย แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1) ช่วยแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรียน 2) ช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจการพัฒนาการสอนที่ถูกต้อง ตรงกัน 3) ช่วยให้ครูได้พัฒนาศักยภาพในวิชาชีพของตนเอง 4) ช่วยให้ครู มีความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียน ลำดับที่ 2 ด้านกระบวนการนำรูปแบบไปใช้มีองค์ประกอบย่อย แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดอบรมให้ความรู้ ช่วยให้มีความพร้อมในการพัฒนา เพื่อพัฒนาสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียน 2) การวางแผนการพัฒนาเพื่อพัฒนาสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนมีความเหมาะสม 3) ขั้นการคัดกรองระดับความสามารถ ความรู้ ทักษะที่สำคัญและวิธีการพัฒนาบุคลากรที่ต้องการของครู เป็นขั้นที่สามารถนำไปใช้ได้จริง 4) ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ส่งเสริมให้กระบวนการพัฒนาบุคลากรครู เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู มีประสิทธิภาพมากขึ้น 5) การติดตามดูแลแนะนำของครูผู้ให้การพัฒนา ผู้วิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญ ส่งเสริมให้กระบวนการการพัฒนาบุคลากรครู เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลำดับที่ 3 ด้านองค์ประกอบของรูปแบบ แบ่งออก 5 องค์ประกอบ คือ 1) องค์ประกอบเชิงกระบวนการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 การแบ่งระดับความรู้ ขั้นที่ 2 การฝึกอบรมให้ความรู้ ขั้นที่ 3 การปฏิบัติการทำวิจัย ขั้นที่ 4 การประเมินผล ขั้นที่ 5 การสะท้อนผล มีความเหมาะสม สัมพันธ์กัน 2) องค์ประกอบเชิงหลักการและวัตถุประสงค์มีความเหมาะสม 3) องค์ประกอบเชิงกระบวนการ และองค์ประกอบเชิงเงื่อนไขการนำไปใช้มีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน 4) องค์ประกอบของรูปแบบมีความชัดเจนและเป็นระบบ 5) องค์ประกอบเชิงเงื่อนไขการนำไปใช้และการติดตาม ดูแลมีความเหมาะสม ทั้งนี้จากการสนทนากลุ่ม พบว่า องค์ประกอบของรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ทุกองค์ประกอบมีความเหมาะสมและสอดคล้องซึ่งกันและกัน กระบวนการการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน มีความต่อเนื่องและสัมพันธ์กันในแต่ละขั้นตอน ถือเป็นกระบวนการที่มีประโยชน์มากในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่วนเงื่อนไขในการนำรูปแบบไปใช้นั้นเป็นสิ่งที่มีความ

จำเป็นอย่างยิ่งในการนำรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะเงื่อนไขของครูที่มีความมุ่งมั่น จริงใจในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ด้วยความเต็มใจ ร่วมมือกัน มีความรับผิดชอบในการทำงาน และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก รวมทั้งผู้บริหารมีความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน การพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ สื่อ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกและสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูเป็นการส่งเสริมให้ครูเกิดการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน

2.6 ผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่เกิดจากการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้ทำวิจัย พบว่า ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน

นักเรียน มีผลการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 4 ที่กำหนดไว้ โดยหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาบุคลากรครู เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยใน ชั้นเรียน นักเรียนทุกระดับชั้นทุกห้องมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน

โพสต์โดย จิ๋ว : [9 มิ.ย. 2563 เวลา 09:29 น.]
อ่าน [1688] ไอพี : 101.51.9.231
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 9,268 ครั้ง
พนักงานล้างจาน ระดับเทพ ล้างจานเร็ว
พนักงานล้างจาน ระดับเทพ ล้างจานเร็ว

เปิดอ่าน 7,099 ครั้ง
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย

เปิดอ่าน 24,035 ครั้ง
วิวัฒนาการมนุษย์
วิวัฒนาการมนุษย์

เปิดอ่าน 10,576 ครั้ง
วิธีปฏิบัติเมื่อต้องเป็นผู้นำในทีมที่มีหลากหลายเจเนอเรชัน
วิธีปฏิบัติเมื่อต้องเป็นผู้นำในทีมที่มีหลากหลายเจเนอเรชัน

เปิดอ่าน 12,416 ครั้ง
ประโยชน์ของมังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยที่ต้องลิ้มลอง
ประโยชน์ของมังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยที่ต้องลิ้มลอง

เปิดอ่าน 16,863 ครั้ง
ทั่วโลกยอมรับ นร.เก่งได้เพราะครูเก่ง
ทั่วโลกยอมรับ นร.เก่งได้เพราะครูเก่ง

เปิดอ่าน 17,774 ครั้ง
เปิดประตูบ้านทิศใด เจรจาความจะสำเร็จ
เปิดประตูบ้านทิศใด เจรจาความจะสำเร็จ

เปิดอ่าน 50,950 ครั้ง
วิธีการทดสอบน้ำผึ้งแท้หรือปลอม
วิธีการทดสอบน้ำผึ้งแท้หรือปลอม

เปิดอ่าน 14,691 ครั้ง
วิธีขจัด "สิวผด" ให้หายเกลี้ยง
วิธีขจัด "สิวผด" ให้หายเกลี้ยง

เปิดอ่าน 17,005 ครั้ง
เอกสารการใช้ผลสอบ O-NET เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียน 80:20
เอกสารการใช้ผลสอบ O-NET เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียน 80:20

เปิดอ่าน 11,072 ครั้ง
มะนาวฆ่ามะเร็ง เรื่องนี้เชื่อได้จริงหรือยังไม่ผ่านการพิสูจน์ ?
มะนาวฆ่ามะเร็ง เรื่องนี้เชื่อได้จริงหรือยังไม่ผ่านการพิสูจน์ ?

เปิดอ่าน 8,963 ครั้ง
ความลับของชาเขียว
ความลับของชาเขียว

เปิดอ่าน 13,514 ครั้ง
คีย์บอร์ดเสมือนจริงกูเกิล
คีย์บอร์ดเสมือนจริงกูเกิล

เปิดอ่าน 10,550 ครั้ง
พ่อแม่ควรแอด เฟซบุ๊ก Facebook ลูกไหม
พ่อแม่ควรแอด เฟซบุ๊ก Facebook ลูกไหม

เปิดอ่าน 17,827 ครั้ง
“อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขเป็น”
“อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขเป็น”

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
จดทะเบียนบริษัท
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 14,084 ครั้ง
ตามไปดูต้นแบบความสำเร็จ การปฏิรูปการศึกษา 5 ประเทศ
ตามไปดูต้นแบบความสำเร็จ การปฏิรูปการศึกษา 5 ประเทศ

เปิดอ่าน 10,232 ครั้ง
หลักการเสริมฮวงจุ้ยให้ "ห้องรับประทานอาหาร"
หลักการเสริมฮวงจุ้ยให้ "ห้องรับประทานอาหาร"

เปิดอ่าน 13,312 ครั้ง
3G มาแล้ว พร้อมหรือยัง?
3G มาแล้ว พร้อมหรือยัง?

เปิดอ่าน 73,068 ครั้ง
เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่
เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่

เปิดอ่าน 78,997 ครั้ง
20 เรื่องวิทยาศาสตร์น่ารู้
20 เรื่องวิทยาศาสตร์น่ารู้



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ