ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ผักตำลึง ผักข้างรั้วอินทรีย์ที่แท้จริง

ผักตำลึง ผักข้างรั้วอินทรีย์ที่แท้จริง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 20 ก.ค. 2558 เปิดอ่าน : 3,966 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

โดย อดุลศักดิ์ ไชยราช

 


ในบรรดาพืชผักที่เป็นที่นิยมและรู้จักของคนไทย เชื่อแน่ว่าคงมีไม่กี่คนที่ไม่รู้จัก “ผักตำลึง” โดยเฉพาะชาวชนบททั่วทุกภาคของไทย เรามีผักชนิดนี้ขึ้นประดับผืนไร่ สวนข้างรั้วหลังบ้าน หน้าบ้าน เป็นไม้เถาที่มากประโยชน์ ขึ้นง่ายกับที่ดินทุกชนิด โดยเฉพาะย่างเข้าหน้าฝน จะอวดยอดอวบอ้วนพร้อมมือจับที่ม้วนงอ แกว่งไหวกระดุกกระดิกคล้ายส่ายเสาะหาที่เกาะปีนป่ายขึ้นอวดโฉม

จริงหรือที่มีคนเล่าว่า ถ้ากินยอดตำลึงหน้าฝนจะเป็นไข้ ปวดท้อง คนเก่าแก่ในชนบทเล่าให้ฟังเหมือนกันว่า หน้าฝนยิ่งมีฝนตกหนักๆ ไปเก็บยอดตำลึงมาต้มแกงกินจะมีอาการไข้ ไม่สบาย ปวดท้อง เห็นกันมาบ่อยๆ ก็เล่าต่อกันมา จริงเท็จอย่างไร มาช่วยกันไขปริศนานี้ให้ได้ทีน่า

จากทฤษฎีร้อน เย็น ซึ่งเป็นความเชื่อมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ แพร่หลายมาสู่พ่อค้าชาวอาหรับ ชาวสเปน และกลายเป็นความเชื่อขั้นพื้นฐานของการแพทย์แบบดั้งเดิม และในปัจจุบันทฤษฎีร้อน เย็น ยังมีแพร่หลายอยู่ทั่วไป จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย และแถบละตินอเมริกา ในทฤษฎีร้อน เย็น กล่าวถึงอาหารคือ อาหารร้อน จะมีฤทธิ์กระตุ้น เช่น อาหารรสเผ็ด รสหวาน อาหารทอด อาหารเย็น จะมีฤทธิ์ยับยั้งทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นจนกลายเป็นวัฒนธรรมการกินเกี่ยวพันถึงพืชที่เป็นอาหารด้วย เมื่ออาหารร้อน เช่น พริก พริกไทย กะเพรา แมงลัก พืชอาหารเย็น เช่น ฟักเขียว มะระ แตง ผักกระเฉด ผักบุ้ง และผักตำลึง เป็นต้น

 

ฤดูร้อน ความร้อนธรรมชาติจะเพิ่มความร้อนจะกระทบร่างกายเป็นมูลเหตุให้ธาตุไฟในร่างกายกำเริบ ปวดศีรษะ วิงเวียน อ่อนเพลีย ร้อนใน ท้องผูก ถ้ากินอาหารที่เป็นพืชอาหารร้อนจะยิ่งเป็นผลกระทบ ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ ฤดูฝน ความเย็นและชื้นมีผลต่อธาตุลมในร่างกาย ธรรมชาติความเย็นจะทำโทษร่างกาย มักจะเจ็บป่วยได้ ควรกินพืชอาหารร้อนช่วย แต่ถ้ากินพืชอาหารเย็นจะยิ่งส่งให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ คงจะตอบโจทย์ที่ว่า กินตำลึงหน้าฝนจะป่วยไข้ ปวดท้องนะ มีส่วนเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นพอสรุปได้ว่า ใช้พืชอาหารร้อน เย็น ช่วยระงับการกำเริบของธาตุในร่างกายไม่ให้แปรปรวนได้ ธรรมชาติร้อนก็กินพืชอาหารเย็นช่วยดับการกำเริบธาตุไฟ เช่น ผักตำลึง เป็นต้น

ผักตำลึง เป็นพืชเถาที่คนนิยมนำมาปรุงอาหาร ลวก ต้ม นึ่ง จิ้มน้ำพริก แกงส้ม แกงจืดผักตำลึง ผัดผักตำลึงใส่ไข่ แม้แต่อาหารยอดฮิตก๋วยเตี๋ยวตำลึง ชามละ 45 บาทแล้ว ประโยชน์ทางโภชนาการ ยอดอ่อนนำมาปรุงอาหารให้วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 วิตามินซี ไนอะซิน เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม เส้นใย (ไฟเบอร์) ให้พลังงานแก่ร่างกาย ตำลึง 100 กรัม ให้พลังงานถึง 35 กิโลแคลอรี สรรพคุณทางยา เถาตำลึงเป็นยาเย็นดับพิษ ตัดยาวประมาณ 1 นิ้ว คลึงให้ช้ำ แล้วเป่าอีกทางจะเป็นฟองฟู่ออกมา ใช้หยอดตา แก้ตาช้ำ ตาแดง ปวดตาได้ดีมาก ใบตัวผู้ผสมเป็นยาเขียวแก้ไข้ ใบสดๆ ขยี้ทาถอนพิษหมามุ่ย หรือพิษจากขนใบไม้พิษทั่วไป แก้คัน แก้ปวดแสบ ปวดร้อน ราก ต้มน้ำดื่มให้ลดความร้อนในร่างกาย แก้ไข้ทุกชนิด อีกสารพัดคุณประโยชน์ ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ บำรุงผิวพรรณ เถาแก่ ต้มน้ำหรือคั้นผลดิบดื่มกินรักษาโรคเบาหวาน โรคโลหิตจาง บำรุงกระดูก เพราะมีแคลเซียม บำรุงสายตา เพราะมีวิตามินเอ รักษาป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ตาแดง ตาฟาง ตาช้ำ ราก ต้มน้ำดื่มรักษาตาฝ้า ฯลฯ

 

ลักษณะต้นตำลึง เป็นไม้ล้มลุกเช่นเดียวกับแตง น้ำเต้า ฟักข้าว ฟัก แฟง ลำต้นเป็นเถาทอดเลื้อยไปตามดิน และมีมือจับ (Tendril) คล้ายลวดสปริง เกาะปีนป่ายสิ่งที่อยู่ใกล้ เวลาถูกลมพัดจะแกว่งไหวไปมา ลำต้นอ่อนมีขนาดเล็กต้องอาศัยยึดเกาะไปอย่างนั้น แต่ถ้าปล่อยไว้ให้หลายปีจะมีเถาที่โตขนาดข้อมือคนเราก็มี ใบตำลึง มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีแฉกเว้าลึกมาก เรียกว่า “ตำลึงตัวผู้” ส่วนใบที่ขอบใบไม่เว้าลึก เรียก “ตำลึงตัวเมีย” มีดอกสีขาวโตประมาณครึ่งนิ้ว มักจะแยกตัวเมียมีรังไข่ ก้านดอกเป็นรูปคล้ายผลอ่อน สามารถนำมากินได้อร่อยด้วย ผลสดสีเขียวประจุดขาว กลมรีคล้ายแตงไทย แตงกวา แต่เป็นผลเล็กๆ แก่มาจะมีสีส้มและแดงจัด นกชอบจิกกินแล้วไปถ่ายมูลทิ้งเกิดต้นใหม่ จึงพบต้นตำลึงอยู่ทั่วไป
การปลูกตำลึง นอกจากจะปล่อยให้นกกินแล้วถ่ายมูลงอกเป็นต้นใหม่แล้ว มีคนต้องการให้ขึ้นเป็นที่ ข้างรั้วหรือขึ้นหลักไม้ กิ่งไม้ที่ว่าง ก็นำผลแดงๆ ไปบี้เอาเมล็ดหยอดไว้ ไม่กี่วันก็ขึ้น หรือจะปลูกเป็นแปลงใหม่ก็อาศัยเข่งหรือสุ่มไก่เก่าไปวางเป็นระยะๆ หาผลตำลึงแดงๆ ไปบีบหยอดเมล็ด หรือตัดเถาแก่ไปวางไว้ กลบดินบางๆ ให้น้ำ ก็ได้แปลงตำลึง ยิ่งหมั่นเด็ดยอดจะยิ่งได้ยอดใหม่ให้เด็ด

ตำลึง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Coccinia grandis Voigt. หรือ Coccinia indica อยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE มีชื่อเรียก เช่น ภาคเหนือเรียก “ผักแคบ” อีสานเรียก “ผักตำนินหรือตำนิน” กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอนเรียก “แคเดาะ” แต่ที่แน่ๆ ทั่วไปเรียก ตำลึง หรือ 4 บาท ก็มาตราค่าเงินไทย 25 สตางค์ เป็น 1 สลึง 4 สลึง เป็น 1 บาท 4 บาท เป็น 1 ตำลึง 20 ตำลึง เป็น 1 ชั่ง ไงละครับ สมัยก่อนผักตำลึง คงมีค่าราคาเช่นเงินตั้ง 4 บาท เชียวนะ 

 

ขอบคุณที่มาจาก มติชนออนไลน์

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผักตำลึง ผักข้างรั้วอินทรีย์ที่แท้จริง , ผักตำลึง << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
นวดเองก็ได้ ..ง่ายจัง

นวดเองก็ได้ ..ง่ายจัง
เปิดอ่าน 7,829 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน☕ คลิกอ่านเลย
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน
เปิดอ่าน 2,115 ครั้ง
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี☕ คลิกอ่านเลย
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี
เปิดอ่าน 2,747 ครั้ง
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency
เปิดอ่าน 2,794 ครั้ง
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล☕ คลิกอ่านเลย
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เปิดอ่าน 7,761 ครั้ง
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?☕ คลิกอ่านเลย
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?
เปิดอ่าน 4,913 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ประโยชน์ของ e-Learningประโยชน์ของ e-Learning
เปิดอ่าน 15,493 ครั้ง
Supernova : ซูเปอร์โนวา, มหานวดาราSupernova : ซูเปอร์โนวา, มหานวดารา
เปิดอ่าน 11,015 ครั้ง
ตุ๊กตาดินเผา เสริมฮวงจุ้ยให้บ้านเราตุ๊กตาดินเผา เสริมฮวงจุ้ยให้บ้านเรา
เปิดอ่าน 8,397 ครั้ง
เสริมสร้างความเข้าใจและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการคิดแบบปิงปองดูสิเสริมสร้างความเข้าใจและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการคิดแบบปิงปองดูสิ
เปิดอ่าน 4,302 ครั้ง
ตารางธาตุ  ตารางธาตุ
เปิดอ่าน 34,912 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ