ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรีย

หัวข้อการศึกษา การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผู้ศึกษา อรอุมา กรใย

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล 3 ชุมชนวัดจันทราวาส2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอน สตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3) เพื่อทดลองใช้พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 4) เพื่อประเมินผลการใช้พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/5 โรงเรียนเทศบาล 3 ชุมชนวัดจันทราวาส อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 1 ห้องเรียน มีผู้เรียน 25 คน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) ได้แก่ รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ได้แก่ความสามารถทางทักษะการคิดวิเคราะห์ วิชาภาษาอังกฤษ ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 รวมทั้งสิ้น 20 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถการคิดเชิงคำนวณชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 30 ข้อ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระค่าดัชนีประสิทธิผล และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)

ผลการศึกษาพบว่า

1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอนจัดการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล 3 ชุมชนวัดจันทราวาส สาเหตุของปัญหาการเรียนรู้ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกโปรแกรม รวมทั้งโปรแกรม SCRATCH ด้วย จากการสนทนากลุ่ม พบว่า มีสาเหตุมาจาก 3 ประการคือ ประการแรก คือการจัดการเรียนการสอนขาดการสร้างบรรยากาศเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้มีโอกาสแสดงความคิด และการตั้งคำถาม ห้องเรียน ภายในห้องเรียนยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวก ประการที่สองด้านสื่อประกอบการสอนโปรแกรมต่างๆพบว่า สื่อการสอนที่ใช้เทคโนโลยีไม่ครบถ้วน ทำให้การออกแบบการจัดการเรียนรู้ของครูไม่สามารถเชื่อมโยงกับสื่อได้ส่งผลทำให้นักเรียนไม่สามารถเข้าถึงสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประการสุดท้าย พบว่า นักเรียนขาดความมั่นใจในการคิดและการออกแบบในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ขาดความสนใจในการเรียนรู้วิชาคอมพิวเตอร์ โปรแกรม SCRATCH ทำให้เกิดความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การสอนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรม SCRATCH และจากการสัมภาษณ์ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ พบว่า ครูมีความจำเป็นและมีความต้องการด้านการจัดการเรียนการสอนการใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในทักษะการคิดเชิงคำนวณ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการแก้ปัญหาในหลากหลายลักษณะ เช่น การจัดลำดับเชิงตรรกศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหา ในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองเป็นสำคัญ และต้องการมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ มีการเรียนรู้จากสื่อที่หลากหลาย จากความต้องการดังกล่าวจึงทำให้เกิดรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎี คอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

2. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

2.1 ได้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณ มีองค์ประกอบของรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน สาระการเรียนรู้ และขั้นตอนการจัดกิจกรรม 6 ขั้น ได้แก่ 1) ขั้นให้ความรู้และคัดเลือกหัวข้อโครงงาน 2) ขั้นการค้นคว้าหาข้อมูล 3) ขั้นจัดทำข้อเสนอโครงงาน 4) ขั้นการลงมือพัฒนาโครงงาน 5) ขั้นการสรุปจัดทำรายงาน และ 6) ขั้นการนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน โดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และได้โครงงานโปรแกรม SCRATCH จำนวน 5 โครงงาน ได้แก่ โครงงานที่ 1 ตัวอักษรสุดหรรษา โครงงานที่ 2 หมู่สกุณาพาเพลิน โครงงานที่ 3 เดินเล่นในสวนดอกไม้ โครงงานที่ 4 กระต่ายกับเต่าเล่าให้ฟัง และ โครงงานที่ 5 สนุกจังเล่นเกมเก็บผลไม้

2.2 ผลการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎี คอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพ 80/80 พบว่า ผลการทดลองแบบรายบุคคล มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 88.89/85.83 ผลการทดลองแบบกลุ่มเล็ก มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 85.00/86.39 และผลการทดลองแบบภาคสนาม มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 85.56/84.92 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

3.1 ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 86.25/85.21 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

3.2 ดัชนีประสิทธิผลของรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเท่ากับ 0.7600 ซึ่งหมายความว่านักเรียนที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น 0.76 หรือคิดเป็นร้อยละ 76.00

4. ผลการประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

4.1 คะแนนเฉลี่ยของความสามารถทางการคิดเชิงคำนวณก่อนเรียนมีคะแนนเท่ากับ 15.54 คะแนน และมีคะแนนหลังเรียนเท่ากับ 34.08 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนสอบทั้งสองครั้ง พบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.2 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่มเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณในการเขียนโปรแกรม SCRATCH สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาพรวมอยู่ในระดับมาก

โพสต์โดย onree : [22 ก.พ. 2564 เวลา 10:41 น.]
อ่าน [216] ไอพี : 1.20.137.115
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ