ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการประเมินโครงการการนิเทศภายในแบบคู่สัญญา ด้วยกระบวนการบริหารวงจรคุณภาพแบบบูรณาการ (PDCALI)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการดำเนินงาน ด้านผลผลิต ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิภาพ ด้านความยั่งยืน และด้านการถ่ายโยงความรู้ และศึกษาปัญหาและแนวทางการพัฒนาปรับปรุง ของโครงการการนิเทศภายในแบบคู่สัญญา ด้วยกระบวนการบริหารวงจรคุณภาพแบบบูรณาการ (PDCALI) โดยใช้รูปแบบการประเมินประยุกต์ CIPPIEST Model ประชากรในการศึกษา ปีการศึกษา 2563 ได้แก่ ครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนทุ่งสงวิทยา ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2,100 คน กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ครู 52 คน นักเรียน 287 คน ใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย ผู้ปกครองนักเรียน 287 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนทุ่งสงวิทยา 13 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน จำนวน 644 คน โดยใช้วิธีการประเมินเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ สำหรับการประเมินเชิงปริมาณใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) ของลิเคอร์ท (Likert) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการหาค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ("X" ̅) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D.) ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้แบบสนทนากลุ่ม และการวิเคราะห์เอกสาร นำเสนอในรูปแบบของการบรรยายพร้อมตาราง

ผลการประเมินพบว่า โครงการการนิเทศภายในแบบคู่สัญญา ด้วยกระบวนการบริหารวงจรคุณภาพแบบบูรณาการ (PDCALI) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนดไว้ โดยมีผลการดำเนินโครงการในระดับมาก โดยได้คะแนนรวม 84.40 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน และเมื่อพิจารณาถึงรายละเอียดของประเด็นการประเมินทั้ง 4 ประเด็น พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินเช่นเดียวกัน โดยผลการประเมินประเด็นสภาพแวดล้อมของโครงการ ประเด็นปัจจัยนำเข้าของโครงการ ประเด็นกระบวนการดำเนินโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด และประเด็นผลผลิตของโครงการ อยู่ในระดับมาก

เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดของประเด็นการประเมินทั้ง 4 ประเด็น จำนวน 21 ตัวชี้วัด พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้ง 21 ตัวชี้วัด โดยมีผลการประเมิน อยู่ในระดับปานกลาง 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ ประเด็นด้านปัจจัยนำเข้า ตัวชี้วัดหน่วยงานที่สนับสนุนและประเด็นด้านผลผลิตของโครงการ ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษา

ผลการประเมินอยู่ในระดับมาก 11 ตัวชี้วัด ได้แก่ ประเด็นสภาพแวดล้อมของโครงการ ตัวชี้วัด ความเป็นไปได้ของโครงการประเด็นปัจจัยนำเข้า ตัวชี้วัดด้านทรัพยากร ด้านข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพัฒนา ประเด็นกระบวนการของโครงการ ตัวชี้วัดการปฏิบัติตามแผนการดำเนินงาน การตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน การเรียนรู้สู่การปฏิบัติที่เป็นเลิศ การบูรณาการ ความครอบคลุมและทั่วถึง ประเด็นผลผลิตของโครงการ ตัวชี้วัด คุณภาพในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน คุณลักษณะการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ของนักเรียน ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ และความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน

ผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด 9 ตัวชี้วัด ได้แก่ ประเด็นสภาพแวดล้อมของโครงการ ตัวชี้วัด ความต้องการและความจำเป็นของโครงการ ความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ ความเหมาะสมของของกระบวนการดำเนินงาน ความสอดคล้องกับนโยบายต้นสังกัดประเด็น ปัจจัยนำเข้า ได้แก่ ตัวชี้วัดด้านผู้บริหารและครู ด้านระบบบริหาร ประเด็นกระบวนการดำเนินโครงการ ได้แก่ ตัวชี้วัดการวางแผนการดำเนินงาน การปรับปรุงแก้ไข ประเด็นผลผลิตของโครงการ ได้แก่ ตัวชี้วัดความพึงพอใจของครูที่มีต่อการโครงการการนิเทศภายในแบบคู่สัญญา

ด้านผลลัพธ์ของโครงการการนิเทศภายในแบบคู่สัญญา ด้วยกระบวนการบริหารวงจรคุณภาพแบบบูรณาการ (PDCALI) ประกอบด้วย ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิภาพ ด้านความยั่งยืน และด้านการถ่ายโยงความรู้ สรุปได้ดังนี้

1. ด้านผลกระทบ (Impact) พบว่า 1) จำนวนนักเรียนปีการศึกษา 2564 มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าทุกปี แสดงผลกระทบในเชิงบวก ที่ผู้ปกครอง ชุมชนไว้วางใจ และมั่นใจในการบริหารงานของโรงเรียนจึงได้ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเพิ่มจำนวนมากขึ้น 2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จบหลักสูตรการศึกษา 100% 3) การศึกษาต่อและการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทุ่งสงวิทยา ปีการศึกษา 2563 พบว่า การศึกษาต่อมีความหลากหลายสอดคล้องกับศักยภาพของนักเรียน และ 4) นักเรียนมีผลงานเชิงประจักษ์และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติรวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 19 รางวัล โดยแบ่งเป็นระดับประเทศ จำนวน 6 รางวัล ระดับภูมิภาค จำนวน 5 รางวัล และระดับเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 8 รางวัล และ ครู จำนวน 37 รางวัล โดยแบ่งเป็นระดับประเทศ จำนวน 7 รางวัล ระดับภาค จำนวน 5 รางวัล และระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 25 รางวัล

2. ด้านประสิทธิผล (Effectiveness) พบว่า 1) การประเมินการบรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการ พบว่า ผลการดำเนินโครงการอยู่ในระดับมาก 2) การประเมินความเหมาะสมสอดคล้องของการใช้ทรัพยากร พบว่า ประเด็นปัจจัยของโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด 3) การประเมินกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ พบว่า กระบวนการดำเนินโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด และ 4) การประเมินความพึงพอใจต่อผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต พบว่า อยู่ในระดับมาก

3. ด้านความยั่งยืน (Sustainability) พบว่า 1) การนำความรู้ที่ได้จากการนิเทศภายในมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนสู่การปฏิบัติที่เป็นเลิศ โดยครูได้ค้นพบวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ที่เป็นนวัตกรรมสามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี 2) การประยุกต์องค์ความรู้ที่ได้จากการนิเทศภายในไปสู่งานอื่นๆ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตร การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3R8C) 3) กระบวนการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ โดยโรงเรียนใช้กระบวนการทำงานเป็นทีมในการดำเนินการนิเทศภายในแบบคู่สัญญาด้วยกระบวนการบริหารวงจรคุณภาพแบบบูรณาการ (PDCALI) ทั้ง 6 ขั้นตอน

4. ด้านการถ่ายโยงความรู้ (Transportability) พบว่า 1) สรุปองค์ความรู้และภาพความสำเร็จ ได้แก่ กระบวนการนิเทศภายในแบบคู่สัญญาโดยกระบวนการบริหารวงจรคุณภาพแบบบูรณาการ (PDCALI) การนิเทศภายในที่มีการทำงานร่วมกันทั้งองค์กร การนิเทศภายในที่อยู่บนหลักการของประชาธิปไตย การทำพันธะสัญญาระหว่างคู่นิเทศบนหลักการร่วมคิด ร่วมทำ และการพัฒนาการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ภายใต้แนวคิดนักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ 2) การนำเสนอกระบวนการนิเทศภายใน โดยการเผยแพร่รายงานการประเมินโครงการแก่โรงเรียนต่างๆ การนำเสนอในที่ประชุมผู้บริหาร การเป็นวิทยากรการนิเทศภายใน การเผยแพร่ข้อมูลการนิเทศภายในแบบคู่สัญญาครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย การนำเสนอกิจกรรมวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศของ สพม. 12 และการนำเสนอรูปแบบการนิเทศภายในแบบคู่สัญญาในโครงการหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม 3) การปรับปรุงและการนำไปใช้เกี่ยวกับแนวคิดองค์ความรู้ใหม่ ได้แก่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติในการทำงาน ความร่วมมือทั้งองค์กรในการนิเทศภายใน การสร้างเครือข่ายการนิเทศ และการใช้เทคโนโลยีในการนิเทศภายใน 4) การปรับระบบการนิเทศภายในให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงของกระบวนการเรียนรู้ เทคโนโลยี และนโยบาย โดยนำแนวการนิเทศภายในโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับโรงเรียน ของหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาประยุกต์กับการนิเทศภายในแบบคู่สัญญา

5. สภาพปัญหา พบว่า ปัญหาครูบางส่วนขาดความตระหนักและรับผิดชอบในการทำหน้าที่ในการนิเทศภายใน และกระบวนการนิเทศภายในที่ไม่ได้ดำเนินการให้เกิดคุณภาพในการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยโรงเรียนได้กำหนดแนวทางการพัฒนา คือ ดำเนินการพัฒนาครู สร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างความตระหนักและความรับผิดชอบในการนิเทศภายใน และกำหนดเป้าหมายในการนิเทศภายในแบบคู่สัญญาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ครูและบุคลากรดำเนินการนิเทศภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่กำหนด

โพสต์โดย nattawut : [13 มิ.ย. 2564 เวลา 17:31 น.]
อ่าน [736] ไอพี : 134.236.33.59
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ