ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning)

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี เรื่องลำดับอนุกรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้วิจัย นางสาวชลธิชา วรรณทอง

ตำแหน่ง ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

สถานศึกษา โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ กระทรวงมหาดไทย

ปีการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทางในการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี

4) ประเมินรูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทาง 2) การพัฒนารูปแบบ 3) การศึกษาผลการใช้รูปแบบ และ 4) การประเมินผลการใช้รูปแบบ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 32 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selected) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียน และบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 2.1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.21 - 0.76 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.26 - 0.87 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเท่ากับ 0.85

2.2) แบบวัดทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 36 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.24 – 0.86 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .95

2.3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนเป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.24 – 0.75 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.86

2.4) แบบประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)

5 ระดับ จำนวน 24 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.26 – 0.79 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .92 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติ t-test (Dependent Samples) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัยปรากฏดังนี้

1) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทางในการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์

โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า ขั้นตอนในการเรียนด้วยโดยใช้วิจัยเป็นฐานยังไม่ชัดเจน และยังไม่มีการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างทักษะทางเทคโนโลยีที่เป็นรูปธรรม

2) รูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประกอบด้วย 1) ความเป็นมาและความสำคัญ 2) หลักการ 3) จุดมุ่งหมาย 4) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5) การวัดและประเมินผล และมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ตั้งข้อสงสัย 2) ไขคำตอบ 3) ทดสอบผลงาน 4) สืบสานความรู้ และ 5) ขยายผลสู่สังคม ซึ่งมีผลการประเมินความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.65, S.D. = 0.47)

3) ผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปรากฏดังนี้

3.1 รูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา

ปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ 86.52/82.35 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ตามที่ตั้งไว้

3.2 ค่าดัชนีประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเท่ากับ 0.58

3.3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.4 ผลการประเมินทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.53, S.D. = 0.46)

3.5 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.67, S.D. = 0.53) 4) ผลการประเมินรูปแบบการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (RBL: Research Based Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี ในภาพรวม

อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.55, S.D. = 0.48)

โพสต์โดย cheva : [13 ส.ค. 2564 เวลา 18:03 น.]
อ่าน [102060] ไอพี : 101.51.138.119
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 18,683 ครั้ง
Microsoft Office สำหรับไอแพด
Microsoft Office สำหรับไอแพด

เปิดอ่าน 15,817 ครั้ง
12 วิธีอยู่อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็ง
12 วิธีอยู่อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็ง

เปิดอ่าน 96,884 ครั้ง
การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างพอเหมาะกับพืช
การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างพอเหมาะกับพืช

เปิดอ่าน 20,811 ครั้ง
ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กปัญหาคุณภาพคนรากหญ้า...สู่ปัญหาชาติ
ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กปัญหาคุณภาพคนรากหญ้า...สู่ปัญหาชาติ

เปิดอ่าน 10,264 ครั้ง
กังนัมสไตล์ ฮิตขนาดน้องหมาเลียนแบบ
กังนัมสไตล์ ฮิตขนาดน้องหมาเลียนแบบ

เปิดอ่าน 15,101 ครั้ง
ชาวเน็ตกดไลค์ คลิปน้องเจนพากย์เสียงเป๊ะเว่อร์มากๆ
ชาวเน็ตกดไลค์ คลิปน้องเจนพากย์เสียงเป๊ะเว่อร์มากๆ

เปิดอ่าน 14,188 ครั้ง
6 ประการ สู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานดีและมีความสุข
6 ประการ สู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานดีและมีความสุข

เปิดอ่าน 25,518 ครั้ง
"ข้าวต้มเห็ดฟาง" ลดความดัน
"ข้าวต้มเห็ดฟาง" ลดความดัน

เปิดอ่าน 46,467 ครั้ง
ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
ห.ร.ม. และ ค.ร.น.

เปิดอ่าน 17,216 ครั้ง
แชร์ว่อนเน็ต คลิป"มอเตอร์ไซค์รับจ้าง"พูดอังกฤษคล่องปรื๋อ! ให้สัมภาษณ์ทีวีสิงคโปร์ หลายคนแห่ชื่นชม !!
แชร์ว่อนเน็ต คลิป"มอเตอร์ไซค์รับจ้าง"พูดอังกฤษคล่องปรื๋อ! ให้สัมภาษณ์ทีวีสิงคโปร์ หลายคนแห่ชื่นชม !!

เปิดอ่าน 58,381 ครั้ง
ประโยชน์และโทษของเทคโนโลยี
ประโยชน์และโทษของเทคโนโลยี

เปิดอ่าน 1,403 ครั้ง
พร้อมตอบคำถาม หม้อแปลงไฟฟ้า คืออะไร มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร
พร้อมตอบคำถาม หม้อแปลงไฟฟ้า คืออะไร มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร

เปิดอ่าน 10,696 ครั้ง
ตกยกชาติ
ตกยกชาติ

เปิดอ่าน 1,403 ครั้ง
ควรดัดฟันตอนอายุเท่าไหร่ ? เผยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดัดฟัน
ควรดัดฟันตอนอายุเท่าไหร่ ? เผยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดัดฟัน

เปิดอ่าน 17,852 ครั้ง
ช้อน-ส้อม จุ่มน้ำร้อนหม้อหุงข้าว ฆ่าเชื้อโรคไม่ตาย
ช้อน-ส้อม จุ่มน้ำร้อนหม้อหุงข้าว ฆ่าเชื้อโรคไม่ตาย

เปิดอ่าน 11,877 ครั้ง
ทั่วโลกฮือฮา ซูดานใต้ไอเดียเก๋ จะสร้างเมืองเป็นรูปสัตว์ต่างๆ
ทั่วโลกฮือฮา ซูดานใต้ไอเดียเก๋ จะสร้างเมืองเป็นรูปสัตว์ต่างๆ
เปิดอ่าน 9,258 ครั้ง
"ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น
"ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น
เปิดอ่าน 22,791 ครั้ง
PHP Multi Elearning II
PHP Multi Elearning II
เปิดอ่าน 9,611 ครั้ง
ธปท. ยันไม่มีปลอม แบงก์เอทีเอ็ม
ธปท. ยันไม่มีปลอม แบงก์เอทีเอ็ม
เปิดอ่าน 13,678 ครั้ง
"โดนัท เซลฟี่" เทรนด์ใหม่มาแรง คืออะไร ไปดูกันครับ
"โดนัท เซลฟี่" เทรนด์ใหม่มาแรง คืออะไร ไปดูกันครับ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ