ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินผลโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้าน

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การรายงานโครงการประเมินโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม” ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการพัฒนาสถานศึกษาในทุกตัวบ่งชี้เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาด้วย ได้เริ่มวางแผนดำเนินโครงการ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561-2563 เป็นต้นมา และขณะนี้ทางโรงเรียนมีความพร้อมในการรับการประเมินเพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาด้วยกระบวนกิจกรรมโรงเรียนได้ดำเนินการ กลุ่มตัวอย่าง ผู้ตอบแบบสอบถามเพื่อให้ข้อมูลจำนวน 110 คน ประกอบด้วยครู 5 คน นักเรียน 50 คน ผู้ปกครอง 50 คน ผู้บริหาร 1 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 9 คน ครอบคุลมตามกรอบและหัวข้อของการวิจัย มีทั้งหมดจำนวน 5 ฉบับ ดังนี้

1. แบบสอบถามเกี่ยวกับบริบทของโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม”

2. แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยนำเข้าของโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม”

3. แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม”

4. แบบสอบถามเกี่ยวกับผลผลิตของโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม”

5. แบบสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบของโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม”

สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลประมวลผลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS เพื่อคำนวณหาความเชื่อมั่น แบบสอบถามใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของคอนบราค ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ t-test (Independent)

ผลการวิจัย

1. ด้านบริบท พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นว่าวัตถุประสงค์ของโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม” มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 และ 10 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 สอดคล้องกับนโยบายของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2545-2559 สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 2 และสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน อยู่ใน ระดับมาก

2. ด้านปัจจัยนำเข้า เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของปัจจัยนำเข้าของโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม” ว่ามีความพร้อมในการดำเนินงานของผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดำเนินโครงการ บุคลากรในการดำเนินโครงการมีความเพียงพอ บุคลากรในการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม งบประมาณในการดำเนินโครงการมีเพียงพอ มีคู่มือดำเนินโครงการ วัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมมีเพียงพอและระยะเวลาในการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก

3. ด้านกระบวนการ เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่าผู้บริหารครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมและความเหมาะสมของกระบวนการของโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม” ว่ามีความพร้อมและความเหมาะสมเกี่ยวกับการมีการวางแผนดำเนินโครงการสู่การปฏิบัติดำเนินกิจกรรมโครงการตามแผนที่กำหนดไว้ จัดกิจกรรมในรูปกบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในโครงการ ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างทั่วถึง การดำเนินโครงการเป็นไปตามโครงการที่กำหนด มีการติดตามประสานงานการจัดกิจกรรมกับผู้เกี่ยวข้อง มีการกำกับ ติดตาม ควบคุมการดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ขณะดำเนินงานตามโครงการมีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดำเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง กำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการประเมินผลโครงการตามความเหมาะสม ประเมินผลแต่ละกิจกรรมโดยใช้เทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย ครบทุกกิจกรรม ผู้บริหารมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง และโรงเรียนมีการขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมลงสู่ชุมชน/เผยแพร่ อยู่ในระดับมาก

4. ด้านผลผลิต มีการประเมินนักเรียนใน 3 ด้าน ซึ่งประกอบด้วย 1) ผลสัมฤทธิ์ความรู้เกี่ยวกับแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นักเรียนประเมินตนเอง 2) การศึกษาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3) ความพึงพอใจต่อโครงการโดยผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและนักเรียนเป็นผู้ประเมิน และเมื่อพิจารณาในแต่ละด้านอยู่ในระดับมาก

5. การประเมินผลกระทบที่มีต่อโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม” พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้ที่ได้รับจากโครงการสามารถนำไปใช้กับการปฏิบัติงานที่รับผิดชอง เนื้อหาเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความเหมาะสมกับการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ สามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ในการทำงาน สามารถรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ และนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ มีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สิ่งแวดล้อมและระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ มีความสามารถในการพัฒนาตนเอง ด้านวิชาการ มีความรับผิดชอบและเอาใจใส่ในการปฏิบัติงาน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น และเป็นผู้ตรงต่อเวลา อยู่ในระดับมากที่สุด

ผลสำเร็จ

ผลสำเร็จของการประเมิน พบว่า จากการทำโครงการสนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน “โรงเรียนบ้านไทรงาม” ทำให้สถานศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น นักเรียนสามารถนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้

ข้อเสนอแนะ

1. ด้านบริบทของโครงการ จากผลการประเมินพบว่าข้อที่ 5 วัตถุประสงค์ของโครงการมีความสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกข้อ แต่ในข้อนี้ผลการประเมินระดับความคิดเห็นก็ยังอยู่ในระดับมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นในการจัดทำโครงการควรศึกษากรอบนโยบายรวมทั้งกลยุทธ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ละเอียด และชัดเจนเพื่อให้การจัดทำโครงการของโรงเรียนสอดคล้องและตรงกับนโยบายหรือกลยุทธ์

2. ด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ จากผลการประเมินพบว่า ข้อ 5 งบประมาณในการดำเนินโครงการมีเพียงพอ มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกข้อแต่ในข้อนี้ผลการประเมินระดับความคิดเห็นก็ยังอยู่ในระดับมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นในการจัดทำโครงการต่าง ๆ ควรจัดทำให้ถูกต้องตามกระบวนการขั้นตอนและควรเป็นโครงการที่มุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนมากที่สุดจึงจะทำให้โครงการได้รับการอนุมัติและดำเนินงานได้ตามแผนการดำเนินงานที่ว่าไว้

3. ด้านกระบวนการของโครงการ จากผลการประเมินพบว่า ข้อ 12 โรงเรียนมีการขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมลงสู่ชุมชน/เผยแพร่ มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าข้ออื่น แต่ในข้อนี้ผลการประเมินระดับความคิดเห็นก็ยังอยู่ในระดับมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นในการจัดทำโครงการหรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมที่จะสามารถเผยแพร่ได้ ทางโรงเรียนควรมีการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมในอีกหลายทาง เช่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น วารสาร วิทยุ เคเบิ้ลทีวี ฯลฯ เพื่อให้ชุมชน สังคม หรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ข่าวสารในหลายทางอีกด้วย

4. ด้านผลผลิตของโครงการ พบว่า ในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนภายหลังเข้าร่วมโครงการมีค่าสูงขึ้น ซึ่งการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเกี่ยวกับแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอาศัยกิจกรรมที่หลากหลาย ดังนั้นเพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยรวมดีขึ้นมากกว่าเดิมครูและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมีการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียน

5. ด้านผลกระทบของโครงการ จากผลการประเมินผลว่านักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการเวลา มีค่าเฉลี่ยยต่ำกว่าข้ออื่นแต่ในข้อนี้ผลการประเมินระดับความคิดเห็นก็ยังอยู่ในระดับมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นทางโรงเรียนควรมีกิจกรรมในรูปแบบอื่น ที่เกี่ยวกับการตรงต่อเวลาเพิ่มเติมเพื่อเป็นการพัฒนาคุณลักษณะด้านนี้ให้มีมากขึ้นกว่าเดิม

โพสต์โดย ผึ้ง : [27 ก.ย. 2564 เวลา 11:04 น.]
อ่าน [103947] ไอพี : 1.1.153.50
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 50,871 ครั้ง
111 ประโยคอังกฤษสั้นๆ เพื่อผู้เริ่มหัดสนทนา
111 ประโยคอังกฤษสั้นๆ เพื่อผู้เริ่มหัดสนทนา

เปิดอ่าน 24,600 ครั้ง
คลิปรายการ "เปิดปม" กรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย รีบดูครับ
คลิปรายการ "เปิดปม" กรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย รีบดูครับ

เปิดอ่าน 40,039 ครั้ง
ทำไมหน้าธนาคารถึงต้องมีครุฑ
ทำไมหน้าธนาคารถึงต้องมีครุฑ

เปิดอ่าน 33,393 ครั้ง
ร้อยความเชื่อหลักการ
ร้อยความเชื่อหลักการ 'ตั้งชื่อ'

เปิดอ่าน 24,218 ครั้ง
มดใช้อะไรดมกลิ่น
มดใช้อะไรดมกลิ่น

เปิดอ่าน 20,400 ครั้ง
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบ
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบ

เปิดอ่าน 14,017 ครั้ง
ลูกหมาเดินวนกินนม แบบกังหัน น่ารักมากครับ
ลูกหมาเดินวนกินนม แบบกังหัน น่ารักมากครับ

เปิดอ่าน 29,153 ครั้ง
สอนออนไลน์ง่ายขึ้นด้วยโปรแกรม ClassPoint บน PowerPoint
สอนออนไลน์ง่ายขึ้นด้วยโปรแกรม ClassPoint บน PowerPoint

เปิดอ่าน 15,958 ครั้ง
การซักแห้งดีกว่าการซักน้ำอย่างไร
การซักแห้งดีกว่าการซักน้ำอย่างไร

เปิดอ่าน 75,215 ครั้ง
มารยาทในการกล่าวขอบคุณ(Thank you)
มารยาทในการกล่าวขอบคุณ(Thank you)

เปิดอ่าน 55,287 ครั้ง
10 อันดับของผลไม้ที่มี "วิตามินอี" สูง
10 อันดับของผลไม้ที่มี "วิตามินอี" สูง

เปิดอ่าน 1,431 ครั้ง
รวม 7 อาชีพหารายได้หลังเกษียณ ใช้เวลาว่างให้มีค่า
รวม 7 อาชีพหารายได้หลังเกษียณ ใช้เวลาว่างให้มีค่า

เปิดอ่าน 16,660 ครั้ง
ชาวเน็ตแห่เล่น "หิมะ" ตกในเมืองไทย
ชาวเน็ตแห่เล่น "หิมะ" ตกในเมืองไทย

เปิดอ่าน 263 ครั้ง
Ultherapy เทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง
Ultherapy เทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง

เปิดอ่าน 110,854 ครั้ง
รวมระเบียบต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ
รวมระเบียบต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ

เปิดอ่าน 63,928 ครั้ง
ประโยชน์จาก "ส้มตำ"
ประโยชน์จาก "ส้มตำ"
เปิดอ่าน 15,886 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา ระบบการผลิตครู
ปฏิรูปการศึกษา ระบบการผลิตครู
เปิดอ่าน 21,023 ครั้ง
สูตรการจัดทำเกณฑ์ความสำเร็จ
สูตรการจัดทำเกณฑ์ความสำเร็จ
เปิดอ่าน 12,026 ครั้ง
มาดูกันว่า "เกาหลีใต้" เริ่มต้นการเป็นผู้นำด้านการศึกษาโฉมใหม่ของโลกอย่างไร?
มาดูกันว่า "เกาหลีใต้" เริ่มต้นการเป็นผู้นำด้านการศึกษาโฉมใหม่ของโลกอย่างไร?
เปิดอ่าน 17,933 ครั้ง
PowerPoint ชี้แจงและทำความเข้าใจการปรับปรุงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
PowerPoint ชี้แจงและทำความเข้าใจการปรับปรุงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ