ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > วิธีรับมือกับแก๊สน้ำตา และสารเคมี

วิธีรับมือกับแก๊สน้ำตา และสารเคมี

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 2 ธ.ค. 2556 เปิดอ่าน : 15,222 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
วิธีรับมือกับแก๊สน้ำตา และสารเคมี

Advertisement

ช่วงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ หากท่านถูกแก๊สน้ำตา หรือสารเคมี ควรล้างหน้าผิดรอบดวงตา โดยให้น้ำไหลผ่าน ล้างตาด้วยน้ำเกลือ 0.9% เป็นเวลา 10-15 นาที อย่าถูหรือขยี้ตา

เฟซบุ๊ก ยาใจเพื่อผู้ประสบภัย จัดทำภาพอินโฟกราฟฟิค แนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อรับมือแก๊สน้ำตาและสารเคมี โดยแก๊สน้ำตาจะทำให้เกิดอาการแสบผิวหนัง เคืองตา น้ำตาไหล ตาแพ้แสง เยื่อบุตาแดง และอาจเกิดอาการกระจกตาบวม แผลถลอกที่กระจกตา กระจกตาอักเสบได้ กรณีที่โดนบริเวณดวงตา ให้ถอดคอนแท็กเลนส์ออก ล้างแว่นตาด้วยน้ำ และสบู่ให้สะอาด ล้างใบหน้าผิดรอบดวงตา โดยให้น้ำไหลผ่าน ล้างตาด้วยน้ำ้เกลือ 0.9% เป็นเวลา 10-15 นาที อย่าถูหรือขยี้ตา หลังจากล้างตาแล้ว หากอาการเคืองตายังไม่ดีขึ้น ควรได้รับการตรวจรักษาโดยจักษุแพทย์ หากมีแผลที่กระจกตา ควรได้รับการตรวจรักษาโดยจักษุแพทย์ (ควรหยอดตาด้วยยาหยอดตาปฎิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และรับประทานยาแก้ปวด และติดตามผลการรักษาหากมีแผลที่กระจกตา)

 

ด้าน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) EMIT_1669 แนะนำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อลดอาการบาดเจ็บและลดความรุนแรงจากการถูกแก๊สน้ำตา โดยสิ่งแรกทีต้องทำคือ

1. หลีกเลี่ยงออกไปอยู่พื้นที่ที่ไม่มีควันแก๊สน้ำตา เพื่อป้องกันการสูดดมซ้ำ
2. จากนั้นรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือในปริมาณมากๆ ทันที วิธีการล้างให้ปล่อยน้ำให้ไหลผ่านดวงตาเบาๆ นานสักระยะเพื่อให้นำล้างแก๊สน้ำตาออกให้หมด เพราะหากล้างน้ำแรงไปจะทำให้ดวงตาอักเสบหรือกระจกตาเสียหายได้
3. หลังจากล้างดวงตาเสร็จแล้วให้ล้างใบหน้า มือ ขา ขา ด้วยสบู่ หรือน้ำเปล่าก็ได้ แต่สบู่จะช่วยชะล้างแก๊สน้ำตาได้ดีกว่าน้ำเปล่า และควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

ทั้งนี้ขอเตือนให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีการใช้แก๊สน้ำตา ซึ่งผลกระทบจากการได้รับแก๊ส คือจะมีผลระคายเคือง ต่ออวัยวะต่างๆ คือ ตา เยื่อบุจมูก ทางเดินหายใจ เยื่อบุช่องปาก และผิวหนัง ถ้าเข้าตา ทำให้มีน้ำตาไหล แสบตา หนังตาบวม เยื่อบุตาบวม ลืมตาไม่ขึ้น รวมทั้งอาจทำให้ตามองไม่เห็น หรือตาบอดชั่วคราว และอาจทำให้เกิดแผลที่กระจกตาได้

หากสูดดมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ จะทำให้มีอาการไอ เจ็บคอ จาม มีเสมหะ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก อาจมีหลอดลมตีบ จนหายใจไม่ออก แก๊สน้ำตาจะออกฤทธิ์ทันทีที่ร่างกายสัมผัสถูก และฤทธิ์จะคงอยู่นานประมาณ 10-30นาที หลังจากพ้นการสัมผัส แต่อาจมีอาการอยู่นานได้ถึง 24 ชั่วโมงขึ้นไป หรือบางทีนานถึง 3 วัน และอาการจะรุนแรง และเป็นอันตรายมากขึ้น หากได้รับในปริมาณที่เข้มข้นมาก หรืออยู่ในบริเวณที่มิดชิด ไม่มีการถ่ายเทของอากาศ

 

 

ที่มาจาก เฟซบุ๊ก ยาใจเพื่อผู้ประสบภัย , สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) EMIT_1669

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> วิธีรับมือกับแก๊สน้ำตา และสารเคมี , , วิธีรับมือกับแก๊สน้ำตา , และสารเคมี << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"กังนัม สไตล์" ความหมายอะไรซ่อนอยู่ (ดูให้เป็นสาระ)☕ คลิกอ่านเลย
"กังนัม สไตล์" ความหมายอะไรซ่อนอยู่ (ดูให้เป็นสาระ)
เปิดอ่าน 10,862 ครั้ง
ไม่อยากให้ตู้เย็นเหม็น ต้องทำอย่างไร☕ คลิกอ่านเลย
ไม่อยากให้ตู้เย็นเหม็น ต้องทำอย่างไร
เปิดอ่าน 9,968 ครั้ง
สอนอย่างไรให้เด็กคิดเขียน☕ คลิกอ่านเลย
สอนอย่างไรให้เด็กคิดเขียน
เปิดอ่าน 9,817 ครั้ง
เหงื่อบอกโรค☕ คลิกอ่านเลย
เหงื่อบอกโรค
เปิดอ่าน 9,127 ครั้ง
การเรียนรู้ที่ห้ามมองข้ามกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของลูกน้อย☕ คลิกอ่านเลย
การเรียนรู้ที่ห้ามมองข้ามกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของลูกน้อย
เปิดอ่าน 8,412 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่2ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่2
เปิดอ่าน 6,598 ครั้ง
คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์
เปิดอ่าน 10,235 ครั้ง
ไม่อยากให้ตู้เย็นเหม็น ต้องทำอย่างไรไม่อยากให้ตู้เย็นเหม็น ต้องทำอย่างไร
เปิดอ่าน 9,968 ครั้ง
เฉลยข้อสอบผิด! บทเรียนในอดีต และปัจจุบันเฉลยข้อสอบผิด! บทเรียนในอดีต และปัจจุบัน
เปิดอ่าน 18,035 ครั้ง
สาเหตุของความดันโลหิตสูงที่คาดไม่ถึงสาเหตุของความดันโลหิตสูงที่คาดไม่ถึง
เปิดอ่าน 11,631 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ