ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ซีพียูรุ่นใหม่ในยุคคนใช้โน้ตบุ๊คไม่ง้อปลั๊ก

ซีพียูรุ่นใหม่ในยุคคนใช้โน้ตบุ๊คไม่ง้อปลั๊ก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 15 มิ.ย. 2552 เปิดอ่าน : 5,563 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
เมื่ออินเทลพัฒนาโพรเซสเซอร์ประหยัดพลังงาน ทำให้การใช้โน้ตบุ๊คในฝัน ที่สามารถทำงานได้ตลอดวัน ใกล้เป็นความจริงแล้ว ..... ปัจจุบัน การใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน เปลี่ยนจาการนั่งทำงานอยู่กับที่ในสำนักงาน หรือ ที่บ้าน และที่สถานศึกษา มาเป็นแบบการทำงานเคลื่อนที่ หรือโมบิลิตี้ เวิร์กเกอร์ มากขึ้น อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนมาใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ที่ตอบสนองความต้องการทำงานทั่วไปในแต่ละวันได้ ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ท่องอินเทอร์เน็ต เล่นเกมออนไลน์ การใช้เพื่อความบันเทิง นอกจากนี้คนจำนวนไม่น้อยใช้งานโน้ตบุ๊คเพื่อติดต่อกับเพื่อนๆ ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เช่น ไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค และยูทูวป์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การหอบหิ้วโน้ตบุ๊คไปใช้งานนอกสถานที่ ปัจจัยเรื่องขนาดของเครื่อง น้ำหนัก และแบตเตอรีต่างเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ และใช้เป็นเหตุผลเพื่อจ่ายเงินซื้อโน้ตบุ๊คมาใช้งาน ดังเช่นปี 2551 ที่ผ่านมา เกิดปรากฎการณ์ "เน็ตบุ๊คฟีเวอร์" เนื่องจากผู้ใช้งานส่วนหนึ่งต้องการเครื่องขนาดเล็กไว้ใช้งาน เพื่อท่องอินเทอร์เน็ต หรือ ใช้งานเอกสารเล็กน้อย ทำให้เน็ตบุ๊คที่มีราคาประมาณ 199 เหรียญสหรัฐ เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่าการซื้อโน้ตบุ๊คที่มีขนาดจอเล็กประมาณ 12 นิ้ว แต่ราคาสูงกว่า 500-1,200 เหรียญสหรัฐ อีกทั้งเน็ตบุ๊คยังประหยัดไฟด้วย

เนื่องจากส่วนมากที่จำหน่ายในตลาดเลือกใช้ อินเทล อะตอม โพรเซสเซอร์ ที่กินไฟประมาณ 4 วัตต์ เพราะไม่รับงานประมวลหนักๆ เหมือน คอร์ทูดูโอ หรือ เพนเทียม คอร์ โพรเซสเซอร์ จึงทำให้ใช้งานได้นานประมาณ 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง (แบตเตอรี 3 เซลล์) เพราะมีขนาดจอที่เล็ก ประหยัดพลังงานมากกว่าโน้ตบุ๊คที่มีจอขนาด 14 นิ้ว และมีซีพียูที่กินไฟประมาณ 25-30 วัตต์ และการที่ซีพียูกินไฟน้อย ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบเน็ตบุ๊คให้มีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบาได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ได้มีการแนะนำโน้ตบุ๊คแบบใหม่ เป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค คือ รุ่นบางและเบาเป็นพิเศษ (Ultra Thin and Light Notebook)

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายถึงที่มาของโน้ตบุ๊ครุ่นบางและเบาเป็นพิเศษว่า จากการที่อินเทลสร้างความต้องการของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ในตลาดกลุ่มใหม่ในขณะนี้ เป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนไป ที่ต้องการความคล่องตัวในการพกพา ควบคู่กับประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น รวมทั้งยังมีราคาที่ไม่แพง โน้ตบุ๊ครุ่นบางและเบาเป็นพิเศษ ที่ใช้โพรเซสเซอร์รุ่นกินไฟต่ำเป็นพิเศษ (Ultra Low Voltage: ULV) ของอินเทลนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้ประสิทธิภาพการใช้งาน และการประหยัดพลังงานที่ดีกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด

เนื่องจากโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่นี้จะมีการออกแบบที่บางและที่สำคัญจำหน่ายในราคาที่ใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คระดับเมนสตรีม โดยนับเป็นความภูมิใจของอินเทลที่จะนำเสนอความบางเบาเป็นพิเศษนี้ ให้แก่ผู้ใช้โน้ตบุ๊คได้สัมผัสได้ราคาที่ถูกกว่าเดิม จากปกติที่จำหน่ายเครื่องละ 50,000 บาทขึ้นไป ลดลงมาเหลือประมาณ 23,000 -35,900 บาท สอดคล้อมกับทิศทางที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้โน้ตบุ๊คขนาดจอ 15-17 นิ้ว เพื่อทดแทนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือเอาติดตัวไปทำงานนอกสถานที่

อินเทลได้สำรวจความต้องการของผู้บริโภคที่ซื้อโน้ตบุ๊คพบว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการจากโน้ตบุ๊คมากที่สุด ได้แก่ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัยของข้อมูล และอายุการใช้งานแบตเตอรี เพราะอายุการใช้งานแบตเตอรีจะต้องแลกกับการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย หรือ อินเทอร์เน็ตไวไฟ แต่การที่โน้ตบุ๊คมีขนาดบางและเบา ยังต้องพบปัญหาความร้อนสะสม เนื่องจากไม่มีพื้นที่พอติดตั้งพัดลมระบายความร้อนที่เกิดจากซีพียูได้ ในตลาดโน้ตบุ๊คแบบที่บางและเบามีสัดส่วนเมื่อเทียบจากตลาดภาพรวมไม่ถึง 11%

ดังนั้น เมื่อโน้ตบุ๊คที่ใช้โพรเซสเซอร์แบบ ULV เข้าสู่ตลาดจะเพิ่มสัดส่วนโน้ตบุ๊ครุ่นบางและเบาได้ไม่น้อยกว่า 23% หากมองตลาดโน้ตบุ๊คในเมืองไทย ขนาดจอ 14 นิ้วยังเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด ที่ผ่านมาผู้บริโภคเห็นเครื่องที่มีขนาดจอภาพ 7-12 นิ้วมาแล้วในกลุ่มโน้ตบุ๊ค และในอนาคตโน้ตบุ๊คขนาดจอ 16 นิ้วจะเข้ามาทดแทนเดสก์ท็อปพีซี ผนวกกับการที่โน้ตบุ๊คที่ใช้โพรเซสเซอร์แบบ ULV ให้อายุการใช้งานของแบตเตอรีนานถึง 8 ชั่วโมง กับขนาดเครื่องที่หนาต่ำกว่า 1 นิ้ว การแสดงภาพกราฟฟิคดีขึ้น เชื่อมต่อแบบไร้สายดีขึ้น รวมถึงรองรับอุปกรณ์ต่อพ่วงดิจิตอลต่างๆ สะดวกขึ้นตามไปด้วย

จากความสามารถที่กล่าวมาและระดับราคาที่อยู่ที่ 20,000 – 30,000 บาท ที่เชื่อว่าในงานคอมมาร์ตเอ็กซ์เจน ไทยแลนด์ 2009 นี้ จะเห็นสินค้าต่างๆ โดยจะทำให้โน้ตบุ๊ค และเน็ตบุ๊คแยกแยะออกจากกันได้ชัดเจน ทั้งประสิทธิภาพการทำงาน และการที่ไม่ต้องพึ่งพาออปติคอลไดร์ฟภายนอก อีกทั้งสเปคความเร็วของซีพียูที่ 1.6-1.8 GHz จึงเพียงพอกับการทำงาน ของผู้ใช้งานทั่วไป และสร้างกลุ่มผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ตลอดวัน (All Day Computing) ให้ขยายตัวมากขึ้น โดยล่าสุดมีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์กว่า 40 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คแบบบางและเบาเป็นพิเศษสู่ท้องตลาดแล้ว

ด้าน นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวถึงผลที่จะได้หลังจากจำหน่ายโน้ตบุ๊คแบบบางและเบาพิเศษว่า คิดว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้น่าจะได้การตอบรับ และมีกระแสความนิยมมาก และในงานคอมมาร์ตที่กำลังจะมาถึงอาจมียอดขายถึง 50% จากจำนวนโน้ตบุ๊คของเอเซอร์ที่ขายในงาน โดยตลาดในเมืองไทยอาจจะต้องใช้เวลาสักพัก เพื่อทำตลาดให้คนรู้จักเทคโนโลยีใหม่ๆ และเอเซอร์ยังคงทำตลาดโน้ตบุ๊คที่ใช้ ULV โพรเซสเซอร์ควบคู่กับเมนสตรีม ทั้งนี้ตลาดไอทีภาพรวมน่าจะมีความคึกคักบ้าง จากการที่เทคโนโลยีใหม่ออกสุ่ตลาด แม่จะหลายฝ่ายมองว่าตลาดไม่น่าจะมีการเติบโตมากเหมือนปีที่แล้วก็ตาม

จากที่ IT Digest ได้ลองสัมผัสเครื่องโน้ตบุ๊คแบบบางเบาเป็นพิเศษ ที่ใช้โพรเซสเซอร์แบบ ULV ของอินเทล รวมถึงความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ ค่อนข้างประทับใจกับความบาง และน้ำหนักที่เบา และแบตเตอรีที่ใช้ได้นาน อีกทั้งยังทำงานได้ไม่ต่างจากโน้ตบุ๊ครุ่นปกติที่ขายอยู่ ขณะเดียวกันอาจจะกระตุ้นกลุ่มผู้ใช้งานที่ชื่นชอบเทคโนโลยี และการออกแบบที่มีสไตล์ เพราะทุกค่ายไม่ว่าจะเป็น เอเซอร์ เดลล์ อัสซุส ซัมซุง และเอ็มเอสไอ ต่างมีการออกแบบโน้ตบุ๊คที่เป็นแบบเฉพาะแตกต่างกันไป

แต่พิเศษที่สุด คือ ไม่ต้องเดินหาปลั๊กไฟเวลาไปใช้งานนอกบ้าน หรือ ต้องพกสายไฟติดตัวให้หนักกระเป๋าเพราะกลัวแบตเตอรีหมดอีกแล้ว...

จุลดิส รัตนคำแปง
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ซีพียูรุ่นใหม่ในยุคคนใช้โน้ตบุ๊คไม่ง้อปลั๊ก , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ภัยร้ายรายวัน : อีเมลลวง !

ภัยร้ายรายวัน : อีเมลลวง !
เปิดอ่าน 4,942 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
เคล็ดลับ!! เติมพลังใจคนวัยทำงาน☕ คลิกอ่านเลย
เคล็ดลับ!! เติมพลังใจคนวัยทำงาน
เปิดอ่าน 1,817 ครั้ง
“เก้าอี้เปลี่ยนโลก” ฝีมือเยาวชน PTTEP Teenergy ช่วยลดปัญหาโลกร้อนง่ายๆ ด้วยตัวเอง☕ คลิกอ่านเลย
“เก้าอี้เปลี่ยนโลก” ฝีมือเยาวชน PTTEP Teenergy ช่วยลดปัญหาโลกร้อนง่ายๆ ด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 3,087 ครั้ง
ประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้าน☕ คลิกอ่านเลย
ประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้าน
เปิดอ่าน 29,226 ครั้ง
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้☕ คลิกอ่านเลย
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้
เปิดอ่าน 44,069 ครั้ง
4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี☕ คลิกอ่านเลย
4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี
เปิดอ่าน 52,802 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

บั้งไฟพญานาคบั้งไฟพญานาค
เปิดอ่าน 6,848 ครั้ง
สรรพคุณของพืชผักสรรพคุณของพืชผัก
เปิดอ่าน 10,194 ครั้ง
เป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหนเป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหน
เปิดอ่าน 6,238 ครั้ง
ความหมายของ e-Learning (โดย รศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง)ความหมายของ e-Learning (โดย รศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง)
เปิดอ่าน 71,560 ครั้ง
การตัดแต่งต้นไม้การตัดแต่งต้นไม้
เปิดอ่าน 7,374 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม