ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
รายงานการวิจัย

ชื่องานวิจัย การแก้ปัญหาการเขียนคำภาษาไทยไม่ถูกต้อง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดย

ใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด

ชื่อผู้วิจัย

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การแก้ปัญหาการเขียนคำภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาการเขียนภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว เพื่อเปรียบเทียบการเขียนภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด และเพื่อเสริมทักษะการเขียนภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด จำนวน 20 คน ให้เขียนคำภาษาไทยให้ถูกต้องและดีขึ้น คะแนนทดสอบหลังใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนสูงจากก่อนใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดมีผลรวมของผลต่างของคะแนนสูงขึ้นกว่าก่อนใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดมีค่าเฉลี่ย 7.8 ร้อยละ 26.00 ซึ่งแสดงว่า การใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทำให้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

จากผลการวิจัยที่เกี่ยวกับการอ่านที่กล่าวมาแล้ว ทำให้ทราบว่าความสำคัญในการเขียน ของนักเรียน เกิดจากวิธีสอนของครูเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่ครูยังขาดอุปกรณ์ที่เป็นแบบฝึกเสริมทักษะที่มีเนื้อหาตรงกับความสนใจของนักเรียน ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีจุดมุ่งหมายที่จะ สร้างแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดเพื่อช่วยพัฒนา ความสามารถในการเขียนภาษาไทยของนักเรียน

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

วิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่สำคัญและเป็นพื้นฐานของการเรียนในทุกวิชาเด็กนักเรียนควรจะมีทักษะในการ อ่านและการเขียนได้ถูกตอง ทักษะการอ่าน และการเขียน เป็นทักษะทางภาษาที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งตอการ ดำรงชีวิตของคน เพราะในการดำรงชีวิตประจำวันของคนเรา การอ่าน และการเขียนเป็นการสื่อความหมายถึงกันไดอย่างถูกตอง จึงจำเป็นตองพัฒนาทักษะการ อ่าน และการเขียนสะกดคำ กลาวคือ ตองอ่าน เขียนได้ถูกตอง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยความสำคัญดังกล่าว หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งเป็น หลักสูตรแกนกลางของประเทศ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาคนไทย ใหเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ เป็นคนดี มีปญญา และมีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ การจัดกิจกรรมการเรียนรูกลุมสาระการ เรียนรูภาษาไทย เพื่อใหบรรลุจุด มุ่งหมายดังกล่าวจะตองใหนักเรียนได้ฝกทักษะตางๆ อย่างสมดุลกันเป็นไปตาม ธรรมชาติ และความสามารถของนักเรียน ทั้งการดู ฟง การพูด การอ่าน และการเขียน สัมพันธกัน โดยใช กระบวนการคิดเป็นตัวเชื่อมโยง ไม่เนนการอานออก เขียนได้เพียงอย่างเดียว แต่จะเนนการสอนภาษาเพื่อการ สื่อสารกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ ใชภาษาในการแกปญหาในการดำรงชีวิต และการแกปญหาสังคมเนนการสอน ภาษาในฐานะของเครื่องมือการเรียนรู เพื่อใหนักเรียนได้แสวงหาความรูด้วยตนเอง สามารถนําความรูไปใชในการ พัฒนาตนเอง ดังนั้น เด็กไทยทุกคนควรเรียนรูและใชภาษาไทยได้อย่างถูกตองทุกโอกาส ซึ่งการเรียนการสอน ภาษาไทยเป็นทักษะที่ตองฝกฝนจนเกิดความชํานาญในการใชภาษาเพื่อการสื่อสาร การอ่าน และการฟงเป็น ทักษะของการรับรูเรื่องราว ความรูประสบการณ สวนการพูด และการเขียนเป็นทักษะของการแสดงออกด้วยการแสดงความคิดเห็น ความรูและประสบการณ การเรียนภาษาไทยจึงตองเรียนเพื่อการสื่อสาร ใหสามารถ รับรู ขอมูลข่าวสารได้อย่างพินิจ พิเคราะห์ สามารถนําความรูความคิดมาเลือกใชเรียบเรียงคำมาใชตามหลักภาษาได ถูกตองตรงตามความหมาย กาลเทศะ และใชภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิมลรัตน สุนทรโรจน(๒๕๔๙ : ๘๐)

วิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่สำคัญและเป็นพื้นฐานของการเรียนในทุกวิชา เด็กนักเรียนควรจะมีทักษะในการอ่านและการเขียนได้ถูกต้องในกลุ่มภาษาไทย พบว่าจากผลสัมฤทธิ์ของเด็กนักเรียนที่เรียนมาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีเด็กนักเรียนที่เขียนคำในภาษาไทยไม่ถูกต้อง จึงเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขและพัฒนาเด็กที่มีปัญหาให้ดีขึ้น จึงต้องมีการคิดวิธีการที่จะแก้ไขปัญหานี้ โดยการนำแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด มาให้นักเรียนได้ฝึกทำเพื่อจะได้เขียนภาษาไทยได้ถูกต้องและมีผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีเกณฑ์ที่ดีขึ้น

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

๑. เพื่อพัฒนาการแก้ปัญหาการเขียนคำภาษาไทยไม่ถูกต้อง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว

๒. เพื่อเปรียบเทียบการเขียนภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด

๓. เพื่อเสริมทักษะการเขียนภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดให้ถูกต้อง

ขอบเขตของการวิจัย

๑. ในการวิจัยพัฒนาครั้งนี้เป็นการสร้างและพัฒนาแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว

๒. ประชากรกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว ปีการศึกษา 2563 จำนวน 20 คน

คำนิยามศัพท์เฉพาะ

๑. แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด หมายถึง แบบฝึกที่นำมาเสริมทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกด จากการเขียนคำในมาตราแม่สะกด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว

๒. การเขียน หมายถึง การเขียนคำภาษาไทยจากการเขียนคำในมาตราแม่สะกด

๓. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนที่นักเรียนได้รับจากการเขียนตามแบบที่ครูสร้างขึ้น

๔. ประชากร หมายถึง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว

๕. กลุ่มตัวอย่าง หมายถึง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว จำนวน 20 คน

สมมุติฐานของการวิจัย

ในการใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ในการเขียนคำภาษาไทยถูกต้องหลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนสูงกว่าก่อนใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

๑. นักเรียนสามารถใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ในการแก้ปัญหาการเขียนคำภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว ได้

๒. ใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดในการสอน ซ่อมเสริม โดยให้นักเรียนนํำไปฝึกเขียนเป็นกลุ่ม หรือสามารถเขียนเองที่บ้านได้

๓. เป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนวิชาภาษาไทยและวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอ่านการเขียน

๔. ทำให้ผลการเขียนคำภาษาไทยถูกต้องและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น

ขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัย

ขั้นตอนการวิจัย

1. รวบรวมข้อมูลจากการสังเกตและสอบถามปากเปล่ากับนักเรียนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการ เรียนวิชาภาษาไทยพร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไขปัญหา

๒. ดำเนินการแก้ไขโดยสร้างแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด

๓. ผู้วิจัยทำการทดสอบก่อนเรียน ( Pre test) ใช้แบบทดสอบเรื่อง การเขียนสะกดคำ

๔. ผู้วิจัยดำเนินการทดลอง โดยให้นักเรียนใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด

๕. ทำการทดสอบหลังสอน (Post test) โดยใช้แบบทดสอบ เรื่อง การเขียนสะกดคำ แบบเดียวกับก่อน เรียน

ตัวแปรที่ศึกษา

-ตัวแปรต้น ได้แก่ แบบฝึกทักษะการเขียนคำตามมาตราตัวสะกด

-ตัวแปรตาม ได้แก่ การพัฒนาด้านการเขียนคำภาษาไทยตามมาตราตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

ผู้วิจัยไดใช้เครื่องมือตามลำดับดังนี้

๑. แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน เรื่องการสะกดคำ

๒. แบบฝึกทักษะการเขียนคำตามมาตราตัวสะกด แม่ ก กา

๓. แบบฝึกทักษะการเขียนคำตามมาตราตัวสะกด แม่ กก

๔. แบบฝึกทักษะการเขียนคำตามมาตราตัวสะกด แม่ กด

เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล

ใช้แบบทดสอบความสามารถในการเขียนคำภาษาไทยจำนวน ๕ ชุด

- แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน เรื่องการสะกดคำ

- แบบทดสอบเขียนคำที่สะกดในมาตราแม่ ก.กา

- แบบทดสอบเขียนคำที่สะกดในมาตราแม่ กก

- แบบทดสอบเขียนคำที่สะกดในมาตราแม่ กด

การเก็บรวบรวมข้อมูล

ทำการทดสอบความสามารถในการเขียนภาษาไทยรวม ๕ ชุด

- การทดสอบความสามารถในการเขียนภาษาไทยก่อนฝึก

- การทดสอบความสามารถในการเขียนคำในมาตราแม่ ก.กา หลังฝึก

- การทดสอบความสามารถในการเขียนคำในมาตราแม่ กก หลังฝึก

- การทดสอบความสามารถในการเขียนคำในมาตราแม่ กด หลังฝึก

- การทดสอบความสามารถในการเขียนภาษาไทยหลังฝึก

การวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ คือ ผู้วิจัยตรวจแบบบันทึกคะแนนของ นักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนทั้ง ๒ ครั้ง มาเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนที่ ได้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งนี้ คือ เปรียบเทียบเป็นจำนวนร้อยละ คะแนนทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน เรื่องการสะกดคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีมีผลรวมของผลต่างของคะแนนสูงขึ้นกว่าก่อนใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดมีค่าเฉลี่ย 7.8 ร้อยละ 26.00 ซึ่งแสดงว่า การใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทำให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการแก้ปัญหาการเขียนคำภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลปรากฏดัง ตารางที่ ๑

ตารางที่ 1 เปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 20 คน

เลขที่ คะแนนเต็ม(30)

คะแนนก่อนใช้แบบฝึก คะแนนเต็ม(30)

คะแนนหลังใช้แบบฝึก D

1 ๑๗ ๒๓ 6

2 ๑๙ ๒๕ 6

3 ๒๐ ๒๖ 6

4 ๑๗ ๒๒ 5

5 ๑๓ ๒๔ 11

6 ๑4 ๒๖ 12

7 ๒๑ ๒๗ 6

8 ๑๘ ๒๓ 5

9 ๑๕ ๒๕ 10

10 ๑๔ ๒๖ 12

11 ๑๗ ๒๓ 6

12 ๑๙ ๒๕ 6

13 ๒๐ ๒๖ 6

14 18 ๒๒ 4

15 ๑๓ ๒๔ 11

16 ๑๑ ๒3 12

17 ๒0 ๒4 7

18 19 24 5

19 ๑๕ ๒๕ 10

20 ๑5 25 10

รวม 335 491 156

(X) 16.75 24.55 7.8

ร้อยละ 55.83 81.83 26.00

จากตารางเปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าผลสัมฤทธิ์ทางการการเขียนคำภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 20 คน หลังจากฝึกด้วยแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดแล้ว มีผลรวมของผลต่างของคะแนนสูงขึ้นกว่าก่อนใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดมีค่าเฉลี่ย 7.8 ร้อยละ 26.00

สรุปผลการวิจัย

คะแนนทดสอบหลังใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนสูงจากก่อนใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดมีค่าเฉลี่ย 7.8 ร้อยละ 26.00 ซึ่งแสดงว่า การใช้แบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทำให้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

อภิปรายผลการวิจัย

จากผลการวิจัยที่เกี่ยวกับการอ่านที่กล่าวมาแล้ว ทำให้ทราบว่าความสำคัญในการเขียน ของนักเรียน เกิดจากวิธีสอนของครูเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่ครูยังขาดอุปกรณ์ที่เป็นแบบฝึก เสริมทักษะที่มีเนื้อหาตรงกับความสนใจของนักเรียน ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดเพื่อช่วยพัฒนา ความสามารถในการเขียนภาษาไทยของนักเรียน

ข้อเสนอแนะ

๑. ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ควรนำแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดไปใช้ในการเรียนการสอน หรือใช้ในการสอน ซ่อมเสริม

๒. ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้อง ควรสนับสนุนให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างชุดแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดและวิธีอื่นๆ ให้แก่คณะครูในโรงเรียน

3. ครูผู้สอนควรเพิ่มมาตราตัวสะกดแม่อื่นๆ

ข้อเสนอแนะทั่วไป

๑. ควรมีการนำชุดแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดไปทดลองใช้กับหลายๆ โรงเรียน เพื่อสรุปผลและปรับปรุงแก้ไข

๒. ควรมีการสร้างชุดแบบฝึกหัดการเขียนคำในมาตราตัวสะกดในระดับชั้นต่างๆ อย่างทั่วถึง

บรรณานุกรม

กระทรวงศึกษาธิการ. (๑๕๕๑). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้น ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพราว. กำชัย ทองหลอ. (๒๕๔๓). หลักภาษาไทย. (พิมพครั้งที่ ๑๐). กรุงเทพฯ: รวมสาสน.

กมล ชูกลิ่น. การพัฒนาแบบฝกทักษะการเขียนสะกดคำภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓. วิทยานิพนธ ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, ๒๕๕๐.

กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). การจัดการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทยตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. พิมพครั้งที่ ๑ กรุงเทพฯ: โรงพิมพองคการรับสง สินคาและพัสดุภัณฑ (ร.ส.พ.)

กรรณิการพวงเกษม. ปญหาและกลวิธีการสอนภาษาไทยในโรงเรียนประถมศึกษา. พิมพครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: โรงพิมพวัฒนาพานิชน, ๒๕๓๕.

กรวิการ รื่นรมย. (๒๕๔๓). รายงานการวิจัยเรื่องการสรางแบบฝกทักษะการเขียนสะกดคำใน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด ระยอง. ระยอง: สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระยอง.

กุศยา แสงเดช. (๒๕๔๕). หนังสือสงเสริมการอาน. กรุงเทพฯ: แม็ค

ชวาล แพรัตกุล . (๒๕๔๙). เทคนิคการเขียนขอสอบ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพคุรุสภา.

ชาญชัย อาจนสมาจาร. (๒๕๔๐). หลักการสอนทั่วไป. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท.

กลิ่นพยอม สุระคาย. (๒๕๔๔). “การพัฒนาแบบ ฝกการอานภาษาอังกฤษเพื่อความเขาใจที่มีภาพการตูน ประกอบสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔.” วิทยานิพนธศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การสอนภาษาอังกฤษ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ณัฐพงศ สาวงศตุย. (๒๕๔๒). “การพัฒนาแบบฝกที่มีประสิทธิภาพเรื่องการสะกดคำยากวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา ป ที่ ๓.” วิทยานิพนธปริญญาการศึกษามหาบัณฑิตสาขาการประถมศึกษา บัณฑิต

จิรภา จันทพัฒน์ (๒๕๔๘ : ๖๗) ได้ศึกษาเกี่ยวกับผลการใช้วิธีการสอนแบบ CIRC

โพสต์โดย sakuna : [19 ธ.ค. 2564 เวลา 05:11 น.]
อ่าน [265] ไอพี : 223.207.226.125
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 54,644 ครั้ง
Revo Uninstall สุดยอดโปรแกรมถอนการติดตั้ง
Revo Uninstall สุดยอดโปรแกรมถอนการติดตั้ง

เปิดอ่าน 7,759 ครั้ง
3 ข้อควรรู้ ก่อนพาลูก ไปหาหมอ
3 ข้อควรรู้ ก่อนพาลูก ไปหาหมอ

เปิดอ่าน 10,735 ครั้ง
คลิปล้อเลียนวิถีชีวิตของคนไทย "เมื่อก่อน VS เดี๋ยวนี้"
คลิปล้อเลียนวิถีชีวิตของคนไทย "เมื่อก่อน VS เดี๋ยวนี้"

เปิดอ่าน 9,040 ครั้ง
อาหารก่อมะเร็ง
อาหารก่อมะเร็ง

เปิดอ่าน 10,969 ครั้ง
ผักสีสดช่วยคุณฟิตได้
ผักสีสดช่วยคุณฟิตได้

เปิดอ่าน 13,509 ครั้ง
วันตรุษจีน 2558 กับ 7 คำถามยอดฮิตที่คนอยากรู้
วันตรุษจีน 2558 กับ 7 คำถามยอดฮิตที่คนอยากรู้

เปิดอ่าน 1,937 ครั้ง
เงินเฟ้อ คืออะไร
เงินเฟ้อ คืออะไร

เปิดอ่าน 13,572 ครั้ง
10 เคล็ดลับคลายความเหนื่อยล้า ปลุกพลังกลับมาอีกครั้ง
10 เคล็ดลับคลายความเหนื่อยล้า ปลุกพลังกลับมาอีกครั้ง

เปิดอ่าน 18,053 ครั้ง
ระบบการจัดการฐานข้อมูล
ระบบการจัดการฐานข้อมูล

เปิดอ่าน 18,427 ครั้ง
ลักษณะนิ้วมือบ่งบอกอะไร?
ลักษณะนิ้วมือบ่งบอกอะไร?

เปิดอ่าน 10,715 ครั้ง
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน

เปิดอ่าน 29,671 ครั้ง
ผักบำรุงสมอง
ผักบำรุงสมอง

เปิดอ่าน 26,308 ครั้ง
ทำไมคนเราต้องกระพริบตา
ทำไมคนเราต้องกระพริบตา

เปิดอ่าน 48,286 ครั้ง
การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์
การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์

เปิดอ่าน 8,534 ครั้ง
ภาษาอังกฤษไม่แข็ง
ภาษาอังกฤษไม่แข็ง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
จดทะเบียนบริษัท
ตู้แช่ไวน์
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 16,789 ครั้ง
แคว่ก ๆ! ที่ครอบปากสุนัขรูปปากเป็ด เก๋ ๆ น่าใช้
แคว่ก ๆ! ที่ครอบปากสุนัขรูปปากเป็ด เก๋ ๆ น่าใช้

เปิดอ่าน 16,340 ครั้ง
"เขียนไลน์แบบไหน คนชอบอ่าน" โดย ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
"เขียนไลน์แบบไหน คนชอบอ่าน" โดย ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

เปิดอ่าน 11,538 ครั้ง
คำว่า "เรียบร้อยโรงเรียนจีน" มาจากไหน
คำว่า "เรียบร้อยโรงเรียนจีน" มาจากไหน

เปิดอ่าน 12,285 ครั้ง
วิธีสังเกตยาที่เสื่อมคุณภาพ
วิธีสังเกตยาที่เสื่อมคุณภาพ

เปิดอ่าน 35,609 ครั้ง
Download แบบอาคารเรียนแบบ สปช. 105/29 ปรับปรุง 2 ชั้น 10 ห้องและ 2 ชั้น 8 ห้อง ใต้ถุนโล่ง
Download แบบอาคารเรียนแบบ สปช. 105/29 ปรับปรุง 2 ชั้น 10 ห้องและ 2 ชั้น 8 ห้อง ใต้ถุนโล่ง



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ