ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ “สานสายใยรัก” โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ปีการศึกษา 2563

ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ “สานสายใยรัก” โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ปีการศึกษา 2563

ผู้รายงาน นางจารึก ตรีวัย

ปีการศึกษา 2563

บทสรุป

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ “สานสายใยรัก” โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ปีการศึกษา 2563 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสภาพแวดล้อม ประเมินปัจจัยนำเข้า ประเมินกระบวนการดำเนินงาน และประเมินผลผลิตของโครงการ โดยประยุกต์รูปแบบซิปป์ (CIPP Model) มาใช้ในการประเมิน โดยประเมินจากแบบสอบถามที่ผู้รายงานสร้างขึ้น

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างนักเรียน จำนวน 338 คน กลุ่มตัวอย่างครู จำนวน 113 คน กลุ่มตัวอย่างผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 338 คน และกลุ่มตัวอย่างคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลมี 2 ลักษณะ รวมทั้งสิ้น 7 ฉบับ ประกอบด้วย แบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ จำนวน 6 ฉบับ ทุกฉบับมีการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือทุกฉบับ ได้ค่าความเชื่อมั่นระหว่าง 0.96 - 0.97 และแบบบันทึกผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ตามสภาพจริง จำนวน 1 ฉบับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป

ผลการประเมินพบว่า

1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมของโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ “สานสายใยรัก” โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ทั้งสองกลุ่มที่ประเมินมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̄= 4.53 , S.D.= 0.55 และ x̄ = 4.28 , S.D.= 0.68 ) ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัด และเมื่อพิจารณาแต่ละกลุ่ม ผู้ประเมิน พบว่า ครูมีความเห็นโดยรวมมีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับมากที่สุด ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ “สานสายใยรัก” โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของครู พบว่า โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.42, S.D.= 0.64 และ x̄ =4.42, S.D.= 0.64) ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัด

3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านกระบวนการดำเนินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ “สานสายใยรัก” โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครูและ ผู้ปกครอง พบว่า ทั้งสามกลุ่มที่ประเมินมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 4.34, S.D.= 0.56 ) ผ่านเกณฑ์การประเมิน

4. ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ ได้แก่

4.1 สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านผลผลิตของโครงการเกี่ยวกับระดับคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือ โดยใช้กลยุทธ์ “สานสายใยรัก” โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู และผู้ปกครองนักเรียน พบว่า ทั้งสามกลุ่มที่ประเมินมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.47, S.D.= 0.51) ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัด

4.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านผลผลิตของโครงการเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของนักเรียน ครู และผู้ปกครองนักเรียนในโครงการการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ “สานสายใยรัก” โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครูและผู้ปกครองนักเรียน พบว่า ทั้งสามกลุ่มที่ประเมินมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก(x̄ = 4.47 , S.D.= 0.50) ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งภาพรวมและทุกประเด็น

4.3 ผลจากข้อมูลด้านผลผลิตโครงการเกี่ยวกับผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนตามแบบบันทึกผลการประเมินตามสภาพจริง พบว่า ปีการศึกษา 2562 โดยภาพรวมมีจำนวนนักเรียนที่มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ จำนวน 395 คน คิดเป็นร้อยละ 14.52 ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีจำนวนนักเรียนที่มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ จำนวน 221 คน คิดเป็นร้อยละ 8.05 แสดงให้เห็นว่า จำนวนนักเรียนที่มีพฤติกรรมนักเรียนที่ไม่พึงประสงค์ ลดลงจำนวน 174 คน คิดเป็น ร้อยละ 6.49 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านผลผลิตเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักเรียน ครู และผู้ปกครองนักเรียนต่อการดำเนินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ “สานสายใยรัก” โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ปีการศึกษา 2563 พบว่า ทั้งสามกลุ่มที่ประเมิน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด(x̄ =4.54 , S.D.=0.52) ผ่านเกณฑ์การประเมิน ทั้งภาพรวมและ ทุกประเด็นตัวชี้วัด

ข้อเสนอแนะ

1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้

1.1 สายใยรักจากฝ่ายบริหาร โรงเรียนหรือฝ่ายบริหารต้องกำหนดนโยบาย และเป้าหมายการพัฒนาเกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือให้ชัดเจน ภายใต้การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง และเปิดโอกาสทุกฝ่ายร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ กิจกรรมหลักและกิจกรรมย่อยต่าง ๆ ร่วมกันนิเทศ ติดตาม และการสะท้อนผลกลับเพื่อปรับปรุง/พัฒนา

1.2 สายใยรักจากครู โรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูได้พัฒนาตนเองทั้งความรู้และบุคลิกภาพเพื่อเป็นแบบอย่างแก่นักเรียน สร้างความตระหนักให้ครูทุ่มเทดูแลนักเรียน ส่งเสริมให้ครูมีการบูรณาการการสอนในรายวิชาพร้อมๆกับพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ไว้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

1.3 สายใยรักจากผู้ปกครอง โรงเรียนต้องเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนต้องส่งเสริมให้ผู้ปกครองเข้าร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ เกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงลูกให้มีพฤติกรรมที่ดีที่พึงประสงค์

1.4 สายใยรักจากเพื่อน โรงเรียนควรส่งเสริมการจัดกิจกรรมต่างๆที่เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมแสดงศักยภาพ เพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อน พี่ และน้องๆ ในรูปแบบต่างๆ เช่น กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน ค่ายเยาวชนคนดี กิจกรรมสภานักเรียนอย่างต่อเนื่อง

1.5 หลังการดำเนินโครงการ ควรมีการตรวจสอบพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียนอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง เพื่อดูแนวความคงทน และยั่งยืนของพฤติกรรมอันพึงประสงค์ของนักเรียน

2. ข้อเสนอแนะในการประเมินโครงการ หรือการวิจัยครั้งต่อไป

2.1 ควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์

2.2 ควรศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพของครอบครัวและสิ่งแวดล้อมที่นักเรียนอาศัยของนักเรียนกับพฤติกรรมอันพึงประสงค์

โพสต์โดย นางอาสีซ๊ะ มาลินี : [6 เม.ย. 2565 เวลา 14:03 น.]
อ่าน [101444] ไอพี : 171.7.239.104
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,750 ครั้ง
สื่อวีดิทัศน์การพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้น ม.ต้น ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
สื่อวีดิทัศน์การพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้น ม.ต้น ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

เปิดอ่าน 19,398 ครั้ง
อันตราย! ขวดนม 80% มีสารเคมีอันตราย กระทบระบบสืบพันธุ์
อันตราย! ขวดนม 80% มีสารเคมีอันตราย กระทบระบบสืบพันธุ์

เปิดอ่าน 24,820 ครั้ง
ชมคลิป สำนักงาน ก.พ. ชี้แจงปรับเงินเดือนข้าราชการ 4% เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2558
ชมคลิป สำนักงาน ก.พ. ชี้แจงปรับเงินเดือนข้าราชการ 4% เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2558

เปิดอ่าน 31,207 ครั้ง
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล

เปิดอ่าน 69,657 ครั้ง
เทคนิคจำศัพท์ภาษาอังกฤษ
เทคนิคจำศัพท์ภาษาอังกฤษ

เปิดอ่าน 24,917 ครั้ง
นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ
นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ

เปิดอ่าน 25,759 ครั้ง
รู้ไหม? ทำไมดาวอังคารไม่มีชั้นบรรยากาศ
รู้ไหม? ทำไมดาวอังคารไม่มีชั้นบรรยากาศ

เปิดอ่าน 5,137 ครั้ง
5 เคล็ดลับสร้างโปรไฟล์หางานให้โดดเด่นกว่าใคร
5 เคล็ดลับสร้างโปรไฟล์หางานให้โดดเด่นกว่าใคร

เปิดอ่าน 13,434 ครั้ง
"คราวหน้า พับเล็กๆนะครับ" คลิปฉาวตำรวจจราจรรับเงิน
"คราวหน้า พับเล็กๆนะครับ" คลิปฉาวตำรวจจราจรรับเงิน

เปิดอ่าน 66,630 ครั้ง
Nouns  ( Subject - Verb Agreement )
Nouns ( Subject - Verb Agreement )

เปิดอ่าน 13,386 ครั้ง
เกมลับสมองกับการศึกษาและความสำเร็จอื่น ๆ
เกมลับสมองกับการศึกษาและความสำเร็จอื่น ๆ

เปิดอ่าน 19,072 ครั้ง
ดาวหาง "โฮล์มส" ระเหิดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์แล้ว
ดาวหาง "โฮล์มส" ระเหิดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์แล้ว

เปิดอ่าน 10,288 ครั้ง
กรมทางหลวงแนะ 13 เส้นทางเลี่ยงขึ้นเหนือ-ล่องใต้ ช่วงสงกรานต์
กรมทางหลวงแนะ 13 เส้นทางเลี่ยงขึ้นเหนือ-ล่องใต้ ช่วงสงกรานต์

เปิดอ่าน 23,278 ครั้ง
10 สายพันธุ์สุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลก
10 สายพันธุ์สุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลก

เปิดอ่าน 27,527 ครั้ง
10 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขตามหลักวิทยาศาสตร์
10 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขตามหลักวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 13,426 ครั้ง
"ข้าวหลามดง" ไม่ใช่อาหาร แต่มันคืออะไร?
"ข้าวหลามดง" ไม่ใช่อาหาร แต่มันคืออะไร?
เปิดอ่าน 13,033 ครั้ง
8 วินัยใหม่เพิ่มเงินเก็บทั้งปี
8 วินัยใหม่เพิ่มเงินเก็บทั้งปี
เปิดอ่าน 13,533 ครั้ง
ทำความรู้จัก Mosaic กันก่อน
ทำความรู้จัก Mosaic กันก่อน
เปิดอ่าน 56,588 ครั้ง
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้
เปิดอ่าน 12,854 ครั้ง
พืชผักสวนครัว
พืชผักสวนครัว

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ