ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
รายงานการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2564

ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2564

ผู้รายงาน นางปรีดา ดำด้วงโรม รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาสาร

ปีที่รายงาน ปีการศึกษา 2564

บทสรุป

การประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสาร สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2564 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบท ประเมินปัจจัยนำเข้า ประเมินกระบวนการดำเนินงาน และประเมินผลผลิตของโครงการ โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) มาใช้ในการประเมิน มีวิธีการประเมินโดยใช้แบบสอบถามที่ผู้รายงานได้สร้างขึ้น กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ ใช้กลุ่มตัวอย่าง ปีการศึกษา 2564 ประกอบด้วย ครู จำนวน 73 คน นักเรียน จำนวน 317 คน ผู้ปกครอง จำนวน 317 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถาม ที่มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (RatingScale) 5 ระดับ และมีข้อคำถามปลายเปิด จำนวน 4 ฉบับ ทุกฉบับผ่านการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ โดยมีค่าความเชื่อมั่นระหว่าง 0.84 - 0.92 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows ผลการประเมิน พบว่า

ผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2564 ด้านบริบท โดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.56, S.D. = 0.51) เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็นตัวชี้วัด พบว่าความต้องการจำเป็นของโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (X-bar = 4.58, S.D. = 0.48) รองลงมา คือ ประเด็นความเหมาะสมและความเป็นได้ของกิจกรรม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (X-bar= 4.56, S.D. = 0.53) ส่วนประเด็นความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของวัตถุประสงค์โครงการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (X-bar= 4.54, S.D. = 0.52)

ผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2564 ด้านปัจจัยนำเข้า โดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (X-bar= 4.49, S.D. = 0.52) เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็นตัวชี้วัด พบว่า ความเหมาะสมและความเพียงพอของบุคลากรมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (X-bar = 4.58, S.D. = 0.54) รองลงมา คือ ประเด็นความเหมาะสมของการบริหารจัดการในโรงเรียนมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (X-bar= 4.54, S.D. = 0.48) ส่วนประเด็นความเหมาะสมและความพอเพียงของงบประมาณ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (X-bar= 4.36, S.D. = 0.58)

ผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2564 ด้านกระบวนการ โดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (X-bar= 4.31, S.D.= 0.60) เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็นตัวชี้วัด พบว่า การจัดกิจกรรมดำเนินงานของโครงการ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (X-bar= 4.34, S.D. = 0.58) รองลงมา คือประเด็นการประชุมวางแผนการดำเนินงาน มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย (X-bar= 4.30, S.D. = 0.62) ส่วนประเด็นการนิเทศติดตามและ การประเมินผลการดำเนินตามแผนงาน มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (X-bar= 4.28, S.D. = 0.59)

ผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2564 ด้านผลผลิต โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar= 4.54, S.D.= 0.56) เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็นตัวชี้วัด พบว่า ด้านการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (X-bar= 4.59, S.D. = 0.57) รองลงมา คือประเด็นด้านพฤติกรรมนักเรียนมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (X-bar = 4.57, S.D. = 0.59) ส่วนประเด็นด้านการบริหารสถานศึกษามีมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (X-bar= 4.49, S.D. = 0.50)

ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการดำเนินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2564 โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar= 4.53, S.D.= 0.55) เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็น พบว่าประเด็นโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนช่วยลดพฤติกรรมของนักเรียนกลุ่มเสี่ยง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (X-bar= 4.60, S.D. = 0.57) รองลงมา คือ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นนโยบายหลักของโรงเรียนในการดูแลนักเรียนเพื่อทำให้นักเรียนเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (X-bar= 4.57, S.D. = 0.50) ส่วนประเด็นระบบดูแลช่วยเหลือช่วยให้นักเรียนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (X-bar= 4.43, S.D.= 0.53)

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน บ้านนาสาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2564 ไปใช้

นำผลการประเมินโครงการที่ได้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินใจปรับปรุงแก้ไขในด้านต่าง ๆ ที่ได้ค้นพบโดยส่งเสริมกิจกรรมที่โรงเรียนสามารถทำได้ดีให้ดียิ่งขึ้นไปปรับปรุงกิจกรรมที่พบว่ามีผลการประเมินในระดับต่ำ

ควรหาข้อมูลหรือทำวิจัยเชิงสำรวจเกี่ยวกับปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาให้แก่นักเรียนต่อไป นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียน ผู้ปกครอง และครู มีความพึงพอใจต่อโครงการในระดับมากที่สุดจึงควรจัดกิจกรรมตามโครงการอย่างต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะกับความต้องการและสภาพปัญหาของนักเรียนเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่นักเรียน ผู้ปกครอง และครู ให้มากยิ่งขึ้นไป

ข้อเสนอแนะแนวทางในการประเมิน/วิจัยครั้งต่อไป

1. ควรทำการวิจัยหรือประเมินเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสาร

2. ควรนำรูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) ไปประยุกต์ใช้ในการประเมิน

โครงการอื่น ๆ ของโรงเรียน เพื่อเป็นการตรวจสอบขั้นตอนของกิจกรรมทุกขั้นตอน และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผน แก้ปัญหาหรือพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อผู้เรียนต่อไป

โพสต์โดย รองปรีดา : [25 มิ.ย. 2565 เวลา 16:40 น.]
อ่าน [738] ไอพี : 182.232.228.67
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,626 ครั้ง
ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?
ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?

เปิดอ่าน 10,024 ครั้ง
7 วิธี เอาชนะริ้วรอย
7 วิธี เอาชนะริ้วรอย

เปิดอ่าน 18,935 ครั้ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย

เปิดอ่าน 15,354 ครั้ง
วิธีจำศัพท์
วิธีจำศัพท์

เปิดอ่าน 11,818 ครั้ง
10 เหตุผลที่ทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วน
10 เหตุผลที่ทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วน

เปิดอ่าน 23,811 ครั้ง
รู้จักภาษาอังกฤษดีพอหรือยัง
รู้จักภาษาอังกฤษดีพอหรือยัง

เปิดอ่าน 3,199 ครั้ง
ฮิคิโคโมริ ซินโดรม โรคเก็บตัวที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตุเมื่อลูกเริ่มหนีห่างจากสังคม
ฮิคิโคโมริ ซินโดรม โรคเก็บตัวที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตุเมื่อลูกเริ่มหนีห่างจากสังคม

เปิดอ่าน 12,740 ครั้ง
เรียนยังไงให้ "เก่ง" และต้องเก่งกว่าครูบาอาจารย์ คำแนะนำจากนักเรียนทุนชื่อ "ดร.ป๋วย"
เรียนยังไงให้ "เก่ง" และต้องเก่งกว่าครูบาอาจารย์ คำแนะนำจากนักเรียนทุนชื่อ "ดร.ป๋วย"

เปิดอ่าน 11,289 ครั้ง
ทำไม ห้ามดื่มเหล้าแกล้มทุเรียน ???
ทำไม ห้ามดื่มเหล้าแกล้มทุเรียน ???

เปิดอ่าน 1,133 ครั้ง
แนะนำ 5 อุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ เพิ่มขีดจำกัดในการใช้งานให้ทะลุหลอด
แนะนำ 5 อุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ เพิ่มขีดจำกัดในการใช้งานให้ทะลุหลอด

เปิดอ่าน 10,531 ครั้ง
"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

เปิดอ่าน 13,809 ครั้ง
12 วิธีอยู่อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็ง
12 วิธีอยู่อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็ง

เปิดอ่าน 16,379 ครั้ง
ประโยชน์ของทุเรียน
ประโยชน์ของทุเรียน

เปิดอ่าน 222,137 ครั้ง
ประวัติเครื่องหมายหาร  (÷)
ประวัติเครื่องหมายหาร (÷)

เปิดอ่าน 7,683 ครั้ง
"รื้อโรงเรียน" ข้อถกเถียงเชิงนโยบายกับเหตุผลทางภูมิศาสตร์ (ชมคลิป)
"รื้อโรงเรียน" ข้อถกเถียงเชิงนโยบายกับเหตุผลทางภูมิศาสตร์ (ชมคลิป)

เปิดอ่าน 12,888 ครั้ง
"อัญชัน"..ผมงามและช่วยในการมองเห็น - ดินดีสม เป็นนาสวน
"อัญชัน"..ผมงามและช่วยในการมองเห็น - ดินดีสม เป็นนาสวน
เปิดอ่าน 33,552 ครั้ง
5 วิธีดื่มเบียร์ไม่ให้หนุ่ม ๆ อ้วนจนพุงปลิ้น
5 วิธีดื่มเบียร์ไม่ให้หนุ่ม ๆ อ้วนจนพุงปลิ้น
เปิดอ่าน 9,627 ครั้ง
เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก
เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก
เปิดอ่าน 27,575 ครั้ง
พืชอเนกประสงค์
พืชอเนกประสงค์
เปิดอ่าน 13,608 ครั้ง
วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน
วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
คลินิกเสริมความงาม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ