ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

STSE การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยแนวคิด “รู้วิทยาศาสตร์รอบตัว...เชื่อมโยงแนวคิดวิทยาศาสตร์สู่ชีวิตประจำวัน”

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสังเคราะห์ขั้นตอนในการจัดการเรียนรู้ตามกรอบแนวคิด STSE ให้สอดคล้องกับบริบทในการวิจัย 2)เพื่อพัฒนาแนวคิดวิทยาศาสตร์เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสสาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5ด้วยกรอบแนวคิดSTSE จากการจัดการเรียนรู้ STSE วิทยาศาสตร์ด้วยแนวคิด “รู้วิทยาศาสตร์รอบตัว...เชื่อมโยงแนวคิดวิทยาศาสตร์สู่ชีวิตประจำวัน โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สร้างความสนใจ 2) สืบค้น 3) แก้ปัญหา 4) ขั้นสะท้อนคิด 5) ขั้นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 6) ขั้นขยายความรู้ 7) ขั้นนำไปปฏิบัติจริง ทำให้นักเรียนได้รับความรู้เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสสารรอบตัว จากตัวอย่างและสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การหุงข้าว การตากผ้า การทำไอศกรีม การทำหมูปิ้ง เป็นต้น ซึ่งในการทำกิจกรรมยังทำให้นักเรียนได้รับความสนุกสนาน และความสามัคคีในกลุ่ม และยังเป็นส่วนในการช่วยให้นักเรียนเกิดความรักและชื่นชอบในวิชา วิทยาศาสตร์มากขึ้นอีกด้วย อีกทั้งนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ STSE วิทยาศาสตร์ด้วยแนวคิด “รู้วิทยาศาสตร์รอบตัว...เชื่อมโยงแนวคิดวิทยาศาสตร์สู่ชีวิตประจำวัน ยังมีผลการพัฒนาแนวคิดวิทยาศาสตร์เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสสารหลังการจัดการเรียนรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนทุกแนวคิดโดยนักเรียนมีแนวคิดวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องมากที่สุดเรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมี คิดเป็นร้อยละ 50.00 รองลงมาคือแนวคิดเรื่อง การละลาย คิดเป็นร้อยละ 45.00 และน้อยที่สุดคือแนวคิดเรื่อง การเปลี่ยนสถานะ คิดเป็นร้อยละ 10.00 และพบนักเรียนที่มีแนวคิดคลาดเคลื่อนมากที่สุดคือ แนวคิดเรื่อง การเปลี่ยนสถานะ คิดเป็นร้อยละ 40.00 เนื่องจากในการจัดการเรียนรู้แนวคิดการเปลี่ยนสถานะ นักเรียนต้องใช้จินตนาการในการเปลี่ยนรูปร่างของโมเลกุลในแต่ละสถานะ และนักเรียนต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานะของสสารในแต่ละสถานะ เช่น การเปลี่ยนจากของแข็งเป็นของเหลว เรียกว่า การหลอมเหลว, ของเหลวเปลี่ยนเป็นแก๊ส เรียกว่า การระเหย, แก๊สเปลี่ยนกลับมาเป็นของเหลว เรียกว่า การควบแน่น, ของเหลวเปลี่ยนกลับมาเป็นของแข็งเรียก การแข็งตัว, ของแข็งเปลี่ยนเป็นแก๊ส เรียกว่า การระเหิด และแก๊สเปลี่ยนกับมาเป็นของแข็ง เรียกว่า การระเหิดกลับ ซึ่งอาจเป็นเรื่องแปลกใหม่ของนักเรียน และมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ทำให้นักเรียนยังมีแนวคิดคลาดเคลื่อนอยู่

โพสต์โดย ยิ้ม : [8 ก.ค. 2565 เวลา 06:23 น.]
อ่าน [104474] ไอพี : 118.174.65.212
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 19,119 ครั้ง
แนวปฏิบัติการเสนอหนังสือราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แนวปฏิบัติการเสนอหนังสือราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เปิดอ่าน 20,903 ครั้ง
ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกระเทียม
ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกระเทียม

เปิดอ่าน 23,254 ครั้ง
ทายนิสัยจากการอาบน้ำ
ทายนิสัยจากการอาบน้ำ

เปิดอ่าน 5,508 ครั้ง
กรมอนามัยแนะนำเด็กไทย ดื่มนมจืด 2 แก้ว ทุกวัน เพิ่มความสูงได้
กรมอนามัยแนะนำเด็กไทย ดื่มนมจืด 2 แก้ว ทุกวัน เพิ่มความสูงได้

เปิดอ่าน 12,508 ครั้ง
"แบคทีเรีย" ลดพุงได้จริงหรือ?
"แบคทีเรีย" ลดพุงได้จริงหรือ?

เปิดอ่าน 21,128 ครั้ง
พลังบำบัดจากน้ำมะพร้าว
พลังบำบัดจากน้ำมะพร้าว

เปิดอ่าน 20,632 ครั้ง
(ก.ค.ศ.)ปัจจัยด้านขวัญของข้าราชการครูปฏิบัติการสอนฯ
(ก.ค.ศ.)ปัจจัยด้านขวัญของข้าราชการครูปฏิบัติการสอนฯ

เปิดอ่าน 20,459 ครั้ง
การประยุกต์ทฤษฎีการแพร่กระจาย การปรับปรุงโปรแกรมสื่อในโรงเรียน
การประยุกต์ทฤษฎีการแพร่กระจาย การปรับปรุงโปรแกรมสื่อในโรงเรียน

เปิดอ่าน 105,955 ครั้ง
สนามไฟฟ้า (electric field)
สนามไฟฟ้า (electric field)

เปิดอ่าน 24,053 ครั้ง
4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้
4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้

เปิดอ่าน 12,503 ครั้ง
มันมากับ กาแฟ ไม่ใช่คาเฟอีน!!
มันมากับ กาแฟ ไม่ใช่คาเฟอีน!!

เปิดอ่าน 14,435 ครั้ง
คลิปฮา อ.เนลสันคัมแบ๊ก เต้นเพลงไทยครั้งแรก เต้นเพลงอะไร ชมเลย
คลิปฮา อ.เนลสันคัมแบ๊ก เต้นเพลงไทยครั้งแรก เต้นเพลงอะไร ชมเลย

เปิดอ่าน 13,517 ครั้ง
ขนุนอินโดนีเซีย
ขนุนอินโดนีเซีย

เปิดอ่าน 19,956 ครั้ง
ประวัติจังหวัดมุกดาหาร
ประวัติจังหวัดมุกดาหาร

เปิดอ่าน 13,782 ครั้ง
ระวัง นุ่งกางเกงคับรัดติ้ว แข้งขาเป็นเหน็บชาได้
ระวัง นุ่งกางเกงคับรัดติ้ว แข้งขาเป็นเหน็บชาได้

เปิดอ่าน 30,330 ครั้ง
การศึกษาไทย เราโง่อย่างมีหลักการ
การศึกษาไทย เราโง่อย่างมีหลักการ
เปิดอ่าน 14,396 ครั้ง
15 ภาพ "หมาธรรมดา" กลายเป็น "หมายักษ์" ด้วยมุมกล้อง
15 ภาพ "หมาธรรมดา" กลายเป็น "หมายักษ์" ด้วยมุมกล้อง
เปิดอ่าน 4,001 ครั้ง
อยากจมูกโด่งมีดั้ง จะเลือกผ่าตัดเสริมจมูก ร้อยไหม หรือฉีดฟิลเลอร์ดี?
อยากจมูกโด่งมีดั้ง จะเลือกผ่าตัดเสริมจมูก ร้อยไหม หรือฉีดฟิลเลอร์ดี?
เปิดอ่าน 11,718 ครั้ง
คลิปน่ารัก เด็กชายวัย4ขวบร้องเพลงแบบอินสุดๆ
คลิปน่ารัก เด็กชายวัย4ขวบร้องเพลงแบบอินสุดๆ
เปิดอ่าน 112 ครั้ง
AC CLEAR โปรแกรมรักษาสิว จบวงจรสิวซ้ำซาก พร้อมฟื้นฟูผิวให้สมดุล
AC CLEAR โปรแกรมรักษาสิว จบวงจรสิวซ้ำซาก พร้อมฟื้นฟูผิวให้สมดุล

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ