ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สุขศึกษาและพลศึกษา > โปรตีนสำหรับนักกีฬา

โปรตีนสำหรับนักกีฬา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 31 ม.ค. 2551 เปิดอ่าน : 11,499 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
โปรตีนสำหรับนักกีฬา

Advertisement

มักเป็นประเด็นโต้เถียงกันอยู่เสมอว่า โปรตีนมีความจำเป็นสำหรับนักกีฬามากน้อยเพียงไร เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าโปรตีนมีบทบาทหน้าที่ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่เมื่อมีกระแสของการรณรงค์ให้กินอาหารประเภทพืชผักให้มากขึ้น และกินเนื้อสัตว์ให้ลดน้อยลง ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพของนักกีฬาก็ได้

บทบาทหน้าที่ของโปรตีน

          โปรตีนเป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน โดยโปรตีน 1 กรัม จะให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรต แต่โดยทั่วไปร่างกายจะนำโปรตีนไปช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต แต่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่มีการเสื่อมสลาย มากกว่าการที่จะนำโปรตีนไปใช้ในการให้พลัง ซึ่งนับเป็นกลยุทธที่มีความสำคัญ เพราะร่างกายสามารถนำ สารอาหารชนิดอื่นมาให้พลังงานทดแทนโปรตีนได้ แต่การที่นำสารอาหารชนิดอื่นไปช่วยเสริมสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆนั้นทำได้ยาก

          ด้วยเหตุนี้เราจึงสนับสนุนให้เด็กกินอาหารที่มีโปรตีนให้เพียงพอ และมีคุณภาพดี เพื่อช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตสมวัย ส่วนผู้ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุยังจำเป็นต้องได้รับโปรตีน ให้เพียงพอเช่นกัน เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหรือเสื่อมสลาย เพียงแต่ความต้องการจะลดน้อยลงกว่าในวัยเด็กที่กำลังเจริญเติบโต

          จากบทบาทหน้าที่ของโปรตีนดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้เชื่อกันว่าผู้ที่ใช้กำลังหรือใช้แรงมาก เช่น ผู้ที่ต้องใช้แรงงาน หรือนักกีฬาน่าจะต้องการโปรตีนมากขึ้นเช่นกัน เพราะต้องการทั้งพลังงานและจำนวนกล้ามเนื้อที่จะช่วยเพิ่มพลัง และเป็นที่มาของความพยายามที่จะให้นักกีฬาได้รับอาหารที่มีโปรตีน จำนวนมากจนน่าตกใจ

ความเป็นมาของการจัดอาหารโปรตีนสำหรับนักกีฬา

ในการศึกษาย้อนยุคไปสมัยกรีกโรมัน พบว่า อาหารของนักกีฬาโอลิมปิกในสมัยนั้นประกอบด้วยอาหารจากสัตว์อยู่บ้าง แต่มีปริมาณน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำนมจากแพะ เนยแข็ง(cheese) และเนยสด (butter) ส่วนอาหารจากเนื้อสัตว์ประเภทอื่น มักนิยมกินกันเฉพาะในโอกาสพิเศษ

ในช่วงศตวรรษที่ห้า ได้มีการเพิ่มอาหารเนื้อสัตว์ เช่น อาหารประเภทปลาสด ปลาแห้ง มกขึ้นตามลำดับ และประกอบกับนักกีฬาที่ได้กินอาหารเนื้อสัตว์มากขึ้นได้รับชัยชนะ ในการแข่งขันกีฬามากขึ้นเช่นกัน จึงทำให้เกิดความเชื่อว่า น่าจะเป็นผลมาจากโปรตีน โดยในครั้งนั้นยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างจริงจังว่า สาเหตุที่นักกีฬาได้รับชัยชนะเป็นเพราะการฝึกซ้อม หรือเป็นเพราะความสามารถเฉพาะตัวของนักกีฬา หรือเป็นเพราะหลายๆ สาเหตุร่วมกัน

ความเชื่อเรื่องโปรตีนว่าจะช่วยเพิ่มสมรรภาพของนักกีฬาได้ มีผลต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน บางครั้งจึงมีการกล่าวเปรียบเปรยว่า "ให้กินเนื้อกวางเพื่อให้วิ่งเร็วเหมือนกวาง" หรือ "ให้กินเนื้อแพะเพื่อให้กระโดดสูงเหมือนแพะ" หรือ "ให้กินเนื้อวัวเพศผู้เพื่อให้มีพลังเหมือนวัวตัวผู้" หรือ แม้แต่เปรียบเปรยว่า "นักกีฬาไทยกินข้าวกับปลาทู ไฉนเลยจะสู้นักกีฬาต่างชาติที่กินเนื้อสเต๊กได้" ทำให้หลายคนลืมคิดไปว่า การที่จะทำให้นักกีฬามีสมรรถภาพ การเล่นกีฬาที่ดียังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญอีกหลายอย่าง อาหารเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง แต่เวลาเดียวกัน ต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม มีการตรวจสอบติดตามผลการฝึกซ้อม มีผู้ให้การสนับสนุนให้คำแนะนำ มิใช่ปล่อยให้นักกีฬาของประเทศอื่นไม่ได้เท่าที่ควร

ได้มีการศึกษาอาหารของนักกีฬาบางประเภท เช่น นักกีฬายกน้ำหนัก ซึ่งนักกีฬาประเภทนี้จะสังเกตเห็นได้ว่า มักเป็นผู้ที่มีรูปร่างกำยำ มีกล้ามเป็นมัดๆ เห็นได้ชัดเจน อาหารของนักกีฬาพบว่าเป็นอาหารประเภท เนื้อ นม ไข่ ให้โปรตีนมากจนน่าตกใจ คือ ให้โปรตีนมากถึง 600-700 กรัมต่อวัน หรือเทียบได้ประมาณ 6.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือเท่ากับ 6-7 เท่าของปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภค

นอกจากนี้ยังพบว่านักกีฬาบางคนยังบริโภคอาหารเสริม ที่ให้โปรตีนเพิ่มอีก เช่น อาจเป็นอาหารเสริมประเภท นม ไข่ หรือถั่วเหลือง หรือบางคนอาจดื่มเครื่องดื่มโปรตีน ที่มีการย่อยสลายเป็นกรดอะมิโนแล้ว

จากการศึกษาทดลองหลายครั้งได้ผลที่น่าเชื่อถือว่า พลังงานส่วนใหญ่ที่ใช้ในการ เล่นหรือแข่งขันกีฬามาจาก คาร์โบไฮเดรตและไขมัน โปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ส่วนความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อนั้นเกิดจากการฝึกซ้อมที่เหมาะสม

สิ่งสำคัญสำหรับการกินอาหารสำหรับนักกีฬา คือ ให้กินอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ให้ได้รับโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม ให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ ส่วนที่อาจปรับให้มีปริมาณมากขึ้น น่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต เพราะมีความสัมพันธ์กับการใช้พลังงาน ทำให้ไม่อ่อนเพลียหรือหมดแรงได้ง่ายๆ

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับนักกีฬา

คนปกติต้องการโปรตีนที่แนะนำสูงกว่าคนปกติเล็กน้อย เช่น สำหรับคนอเมริกันแนะนำให้นักกีฬาให้ได้รับ 1 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ในขณะที่คนปกติได้รับโปรตีนวันละ 0.8 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สำหรับคนไทยซึ่งยังมีความเสี่ยงต่อการได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้สำหรับคนไทยจึงได้แนะนำให้ได้รับประมาณ 1-1.5 กรัม/ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

ปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคใช้การคำนวณจากน้ำหนักตัว ด้วยเหตุที่นักกีฬาส่วนใหญ่มักมีร่างกายกำยำ น้ำหนักตัวมักมากกว่าคนทั่วไป ปริมาณอาหารที่กินจึงมีปริมาณมากตามกันไปด้วย แต่สัดส่วนของโปรตีน เมื่อคำนวณต่อน้ำหนักตัวใกล้เคียงกับคนปกติทั่วไป ถ้าจะสูงกว่าก็สูงกว่าเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของกีฬา ว่าต้องใช้กำลังของกล้ามเนื้อมากน้อยเพียงไร

การได้รับโปรตีนในปริมาณสูงๆ นอกจากไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังจะมีผลทำให้ตับและไตต้องทำงานมากขึ้น เพราะต้องทำหน้าที่ ในการกำจัดของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญโปรตีนออกจากร่างกาย

การเลือกอาหารที่ให้โปรตีนสำหรับนักกีฬา
ควรเลือกอาหารที่โปรตีนที่มีคุณภาพดี มีปริมาณเพียงพอ แหล่งอาหารโปรตีนที่ดีได้แก่ อาหารจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ ส่วนอาหารจากพืชที่มีโปรตีนที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับโปรตีนจากสัตว์ ได้แก่ ถั่วเมล็ดแห้ง และอาหารจากถั่วเมล็ดแห้ง เช่น เต้าหู้ นม เต้าหู้หรือนมถั่วเหลือง และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ จะต้องได้รับสารอาหารชนิดอื่นครบถ้วนด้วย ดังนั้นการกินอาหาร ให้ครบทั้ง 5 หมู่ จึงมีความจำเป็นด้วยเช่นกัน

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> โปรตีนสำหรับนักกีฬา , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
งูพิษกัด

งูพิษกัด
เปิดอ่าน 21,896 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
การแพ้ยา Drug Hypersensitivity

การแพ้ยา Drug Hypersensitivity
เปิดอ่าน 11,829 ครั้ง
คลิกอ่าน!
ฟุตซอล

ฟุตซอล
เปิดอ่าน 14,645 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ริดสีดวงทวารหนักเกิดจากอะไร☕ คลิกอ่านเลย
ริดสีดวงทวารหนักเกิดจากอะไร
เปิดอ่าน 56,558 ครั้ง
สุนัขบ้ากัด☕ คลิกอ่านเลย
สุนัขบ้ากัด
เปิดอ่าน 17,619 ครั้ง
รับประทาน "ไก่พื้นเมือง" ดีต่อสุขภาพอย่างไร☕ คลิกอ่านเลย
รับประทาน "ไก่พื้นเมือง" ดีต่อสุขภาพอย่างไร
เปิดอ่าน 8,048 ครั้ง
เรื่องของหมากรุก☕ คลิกอ่านเลย
เรื่องของหมากรุก
เปิดอ่าน 20,607 ครั้ง
"มะรุม" พืชมหัศจรรย์☕ คลิกอ่านเลย
"มะรุม" พืชมหัศจรรย์
เปิดอ่าน 15,874 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

รู้จักยัง...Hate Speech คืออะไร ? เกิดจากอะไร ? และเราจะรับมือได้อย่างไร?รู้จักยัง...Hate Speech คืออะไร ? เกิดจากอะไร ? และเราจะรับมือได้อย่างไร?
เปิดอ่าน 8,594 ครั้ง
ทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วยทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วย
เปิดอ่าน 6,807 ครั้ง
ไทยมีอัตราการเติบโตของการใช้อินเทอร์เน็ต สูงเป็นอันดับ 1 ของโลกไทยมีอัตราการเติบโตของการใช้อินเทอร์เน็ต สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก
เปิดอ่าน 4,465 ครั้ง
11 กิจกรรมดี ๆ ช่วงปิดเทอม11 กิจกรรมดี ๆ ช่วงปิดเทอม
เปิดอ่าน 11,408 ครั้ง
ประวัติความเป็นมาของการศึกษาไทยประวัติความเป็นมาของการศึกษาไทย
เปิดอ่าน 519,954 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ