ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการสอน 6SUDA Model เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการใช้เทคโนโลยีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอน 6SUDA Model เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการใช้เทคโนโลยีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ผู้วิจัย นางสุดาวรรณ โคตรเนตร

หน่วยงาน โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28

ปีที่พิมพ์ 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนเพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการใช้เทคโนโลยีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการสอนเพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการใช้เทคโนโลยีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 28 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 39 ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบสอบถามข้อมูลสภาพการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) แบบประเมินความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจพิจารณาความเหมาะสมของรูปแบบการสอน 3) รูปแบบการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 หน่วย 4) แบบทดสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 5) แบบประเมินทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และ 6) แบบประเมินทักษะการใช้เทคโนโลยี การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ในระยะทดลองได้จัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น และมอบหมายภาระงานให้นักเรียนจัดทำคลิปวีดีโอตามความสนใจและความต้องการของนักเรียน จำนวน 3 ชิ้นจากหน่วยการเรียนรู้ที่เรียน เพื่อศึกษาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการใช้เทคโนโลยีของนักเรียนจากการประเมินชิ้นงานคลิปวีดิโอ

ผลการวิจัยมีดังนี้

1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบประเด็นข้อมูลด้านวิธีสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 8 ประเด็น เรียงตามลำดับได้แก่ 1) การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารควรเน้นเชิงรุก (Active Learning) ผู้เรียนได้ลงมือกระทำและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง 2) การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารควรบูรณาการ การใช้สื่อเทคโนโลยีและดิจิทัล 3) การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารมีเป้าหมายหลักคือมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสื่อสารภาษาอังกฤษได้ 4) กิจกรรมการเรียนควรเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนมากที่สุด 5) โรงเรียนต้องจัดกิจกรรมบูรณาการสถานการณ์จริงให้นักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 6) โรงเรียนจัดกิจกรรมเสริมต่าง ๆ ให้กับนักเรียน เช่น กิจกรรมการสนทนาภาษาอังกฤษ ชุมนุมมัคคุเทศก์ การอบรมระยะสั้น การเข้าค่ายภาษาอังกฤษ 7) การแก้ไขข้อบกพร่องของนักเรียนไม่ควรทำให้นักเรียนอาย ขาดความมั่นใจในการพูด และ 8) การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารควรใช้สื่อสภาพจริง เช่น วีดีทัศน์ ภาพยนตร์ และข้อมูลด้านการวัดและประเมินผลที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 3 ประเด็น เรียงตามลำดับได้แก่ 1) สถานศึกษาควรมีการนิเทศ กำกับ ติดตามผลการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง 2) กิจกรรมการประเมินภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารควรมีทั้งแบบรายบุคคล กิจกรรมคู่ กิจกรรมกลุ่ม และ 3) การประเมินผลภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารควรกำหนดน้ำหนักคะแนนการประเมินตามสภาพจริงมากกว่าแบบทดสอบ

2. ผู้วิจัยได้สังเคราะห์รูปแบบการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นภาระงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า 6SUDA Model (SSSSSSUDA) ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กระบวนการจัดการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล ซึ่งมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 9 ขั้นตอน ได้แก่ 1) จุดประกายการเรียนรู้จากการดูและฟัง (Sparkling learning from watching and listening a video: S) 2) ย้อนหลังความรู้เดิม (Self-experience: S) 3) อ่านเติมความรู้ใหม่ (Skim-reading new text: S) 4) มุ่งใช้ประโยคเป้าหมาย (Sentence focus: S) 5) ฝึกใช้การพูดสื่อสาร (Speaking exercise: S) 6) ทำภาระชิ้นงานการพูด (Speaking task group work: S) 7) ร่วมคู่คิดแบ่งปัน (Understand and think-pair-share: U) 8) สร้างสรรค์วิดีโอจากงานเขียน (Develop a video clip from useful mind-map: D) และ 9) ประเมินผลหน่วยการเรียนสะท้อนผล (Assessment and reflection: A) โดยที่รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.83/ 82.43

3. หลังการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสอน 6SUDA Model นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05

4. ผลการศึกษาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นภาระงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ชิ้นงานคลิปวีดีโอที่ 1 คะแนนเฉลี่ยทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นภาระงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากคะแนนเต็ม 20 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.03 (S.D.=2.12) คิดเป็นร้อยละ 70.13 ทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารเพิ่มขึ้นในชิ้นงานคลิปวีดีโอที่ 2 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.95 (S.D.=3.54) คิดเป็นร้อยละ 74.74 และเพิ่มขึ้นมากที่สุดในชิ้นงานคลิปวีดีโอที่ 3 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.21 (S.D.=0.71) คิดเป็นร้อยละ 86.03 รวมเฉลี่ยจำนวน 3 ชิ้นงาน นักเรียนมีทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15.45 (S.D.=2.12) คิดเป็นร้อยละ 76.97 ตามลำดับ

5. ผลการศึกษาทักษะการใช้เทคโนโลยีตามแนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นภาระงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ชิ้นงานคลิปวีดีโอที่ 1 คะแนนเฉลี่ยทักษะการใช้เทคโนโลยีตามแนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นภาระงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากคะแนนเต็ม 20 มีค่าเท่ากับ 13.31 (S.D.=0.71) คิดเป็นร้อยละ 66.54 เพิ่มขึ้นในชิ้นงานคลิปวีดีโอที่ 2 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.64 (S.D.=3.54) คิดเป็นร้อยละ 73.21 และเพิ่มขึ้นมากที่สุดในชิ้นงานคลิปวีดีโอที่ 3 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.13 (S.D.=0.71) คิดเป็นร้อยละ 70.64 รวมเฉลี่ยจำนวน 3 ชิ้นงาน นักเรียนมีทักษะการใช้เทคโนโลยีตามแนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นภาระงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 42.08 (S.D.=1.65) คิดเป็น ร้อยละ 70.13 ตามลำดับ

โพสต์โดย T. Dada : [3 ก.ย. 2565 เวลา 13:48 น.]
อ่าน [102098] ไอพี : 182.52.133.198
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,607 ครั้ง
สมองที่ไร้ข้อมูล ความรู้และความคิด
สมองที่ไร้ข้อมูล ความรู้และความคิด

เปิดอ่าน 11,777 ครั้ง
หนุ่มๆ ควรเลือกใส่สีเสื้อ สีไหนดี?
หนุ่มๆ ควรเลือกใส่สีเสื้อ สีไหนดี?

เปิดอ่าน 11,887 ครั้ง
กลเม็ดหาเงินสร้างธุรกิจ
กลเม็ดหาเงินสร้างธุรกิจ

เปิดอ่าน 15,493 ครั้ง
การซักแห้งดีกว่าการซักน้ำอย่างไร
การซักแห้งดีกว่าการซักน้ำอย่างไร

เปิดอ่าน 14,217 ครั้ง
โลโก้ วันเด็กแห่งชาติ ปี 2563
โลโก้ วันเด็กแห่งชาติ ปี 2563

เปิดอ่าน 26,607 ครั้ง
จำปาดะ
จำปาดะ

เปิดอ่าน 20,632 ครั้ง
งูพันไม้เท้าสัญลักษณ์ของการแพทย์
งูพันไม้เท้าสัญลักษณ์ของการแพทย์

เปิดอ่าน 44,094 ครั้ง
ชมเลย! เพลงจับดินสอ เพื่อให้เด็กได้ฝึกการจับดินสอที่ถูกวิธี
ชมเลย! เพลงจับดินสอ เพื่อให้เด็กได้ฝึกการจับดินสอที่ถูกวิธี

เปิดอ่าน 33,815 ครั้ง
10 อาชีพเสี่ยงตกงาน "สูง"!!!
10 อาชีพเสี่ยงตกงาน "สูง"!!!

เปิดอ่าน 21,193 ครั้ง
15 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ ปาก และ ฟัน
15 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ ปาก และ ฟัน

เปิดอ่าน 15,317 ครั้ง
สายตาเอียง
สายตาเอียง

เปิดอ่าน 42,857 ครั้ง
รู้ไว้ใช่ว่า...อัตราค่าปรับตามกฎหมายจราจรทางบก
รู้ไว้ใช่ว่า...อัตราค่าปรับตามกฎหมายจราจรทางบก

เปิดอ่าน 15,617 ครั้ง
10 เคล็ดลับ ลดน้ำตาล ลดโรค ลดอ้วน
10 เคล็ดลับ ลดน้ำตาล ลดโรค ลดอ้วน

เปิดอ่าน 13,876 ครั้ง
เลขท้ายทะเบียนบ้านใด "มีเสนห์ - มีคนช่วยเหลือ"
เลขท้ายทะเบียนบ้านใด "มีเสนห์ - มีคนช่วยเหลือ"

เปิดอ่าน 13,483 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร
ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร

เปิดอ่าน 19,577 ครั้ง
ภัยเงียบ...มะเร็งลำไส้ใหญ่......
ภัยเงียบ...มะเร็งลำไส้ใหญ่......
เปิดอ่าน 14,088 ครั้ง
การศึกษาไทย 2.0
การศึกษาไทย 2.0
เปิดอ่าน 14,091 ครั้ง
12 เคล็ดลับที่ช่วยให้หนุ่ม ๆ ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น
12 เคล็ดลับที่ช่วยให้หนุ่ม ๆ ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น
เปิดอ่าน 13,672 ครั้ง
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค "ขาดมือถือไม่ได้"
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค "ขาดมือถือไม่ได้"
เปิดอ่าน 34,325 ครั้ง
วิธีเซ็นรับรองสำเนาอย่างปลอดภัย
วิธีเซ็นรับรองสำเนาอย่างปลอดภัย

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ