ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

โปรแกรมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานวิทยาศาสตร์ ร่วมกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา และเทคนิคการมองย้อนกลับ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา

บทคัดย่อ

การรายงานผลการใช้โปรแกรมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานวิทยาศาสตร์ ร่วมกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบ สะเต็มศึกษา และเทคนิคการมองย้อนกลับ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 สร้างและพัฒนาโปรแกรมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานวิทยาศาสตร์ ร่วมกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา และเทคนิคการมองย้อนกลับ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา โดยยกร่างโปรแกรมและคู่มือการใช้โปรแกรม ประเมินโปรแกรมด้านความเหมาะสม และหาประสิทธิภาพของโปรแกรม ระยะที่ 2 ศึกษาผลการใช้โปรแกรมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานวิทยาศาสตร์ ร่วมกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบ สะเต็มศึกษา และเทคนิคการมองย้อนกลับ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการแก้ปัญหา ระหว่างก่อนกับหลังการใช้โปรแกรม และประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อโปรแกรม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมิน แบบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในแก้ปัญหา แบบทดสอบ และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติพื้นฐาน และสถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (dependent samples t – test) ผลการวิจัยพบว่า

1. โปรแกรมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานวิทยาศาสตร์ ร่วมกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา และเทคนิคการมองย้อนกลับ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการของโปรแกรม 2) จุดหมายของโปรแกรม 3) ทักษะ และความสามารถที่ต้องการให้เกิดขึ้นตามจุดหมายของโปรแกรม 4) สาระที่ใช้ในการพัฒนา มีโครงสร้างเนื้อหา จำนวน 12 ชุดกิจกรรม ดังนี้ ชุดกิจกรรมที่ 1 โครงงานวิทยาศาสตร์กับแนวคิดสะเต็มศึกษา ชุดกิจกรรมที่ 2 ประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์ และสาขาโครงงานวิทยาศาสตร์ ชุดกิจกรรมที่ 3 การศึกษาสภาพปัญหา เพื่อเลือกหัวข้อโครงงานวิทยาศาสตร์ ชุดกิจกรรมที่ 4 การวิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ ชุดกิจกรรมที่ 5 การกำหนดหัวข้อโครงงานวิทยาศาสตร์ ชุดกิจกรรมที่ 6 การศึกษาแหล่งข้อมูล การวิเคราะห์เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ชุดกิจกรรมที่ 7 การออกแบบการศึกษาบนพื้นฐานแนวคิดสะเต็มศึกษา ชุดกิจกรรมที่ 8 การเขียน เค้าโครงโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา ชุดกิจกรรมที่ 9 การลงมือทำโครงงานวิทยาศาสตร์จากแนวคิดสะเต็มศึกษา ชุดกิจกรรมที่ 10 สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการนำเสนอข้อมูล ชุดกิจกรรมที่ 11 การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ และชุดกิจกรรมที่ 12 การนำเสนอผลงาน และการจัดแสดงผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ 5) โครงสร้างของสาระที่ใช้ในการจัดกิจกรรมใช้เวลาทั้งสิ้น 32 ชั่วโมง และ 6) สื่อ/ แหล่งเรียนรู้ในการอบรมพัฒนา โดยโปรแกรมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และมีประสิทธิภาพ 82.15/80.27 และ 82.37/81.63 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้

2. ภาพหลังการเรียนโดยใช้โปรแกรมฯ นักเรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการแก้ปัญหา สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความ พึงพอใจต่อโปรแกรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

คำสำคัญ : โปรแกรมการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการแก้ปัญหา

โพสต์โดย ก้อย : [10 ก.ย. 2565 เวลา 17:40 น.]
อ่าน [102040] ไอพี : 49.228.115.26
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 8,787 ครั้ง
กรมอนามัยเตือนตรุษจีนเลี่ยงควันธูปเสี่ยงมะเร็ง แนะจุดธูปเผากระดาษในที่โล่ง
กรมอนามัยเตือนตรุษจีนเลี่ยงควันธูปเสี่ยงมะเร็ง แนะจุดธูปเผากระดาษในที่โล่ง

เปิดอ่าน 39,658 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง! การประชุมทางไกล ระบบติดตามและประเมินผลครูผู้เข้ารับการพัฒนา
รับชมย้อนหลัง! การประชุมทางไกล ระบบติดตามและประเมินผลครูผู้เข้ารับการพัฒนา

เปิดอ่าน 12,159 ครั้ง
นร.ยืน หัวดีกว่า นร.นั่งเรียนปกติ
นร.ยืน หัวดีกว่า นร.นั่งเรียนปกติ

เปิดอ่าน 18,490 ครั้ง
5 สมุนไพรเพื่อวัยสูงอายุ
5 สมุนไพรเพื่อวัยสูงอายุ

เปิดอ่าน 24,672 ครั้ง
วิธีเก็บไข่ให้ได้นานๆ
วิธีเก็บไข่ให้ได้นานๆ

เปิดอ่าน 63,288 ครั้ง
12 ต้นไม้บนโต๊ะทำงานยอดนิยม ประดับไว้ให้สดชื่น
12 ต้นไม้บนโต๊ะทำงานยอดนิยม ประดับไว้ให้สดชื่น

เปิดอ่าน 14,614 ครั้ง
มุมกล้องที่ดี..ช่วยคุณได้ขนาดไหน..ไปดูคลิปนี้กันครับ
มุมกล้องที่ดี..ช่วยคุณได้ขนาดไหน..ไปดูคลิปนี้กันครับ

เปิดอ่าน 11,242 ครั้ง
มื้อเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก
มื้อเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก

เปิดอ่าน 14,959 ครั้ง
ดูแลสุขภาพแบบไทย
ดูแลสุขภาพแบบไทย

เปิดอ่าน 13,744 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร
ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร

เปิดอ่าน 16,260 ครั้ง
หมอเตือนเชื้อปนเปื้อน"ข้าวมันไก่"ถึงตาย ระบุ ทั้งเนื้อไก่และเลือดไก่บูดเน่าได้ง่าย
หมอเตือนเชื้อปนเปื้อน"ข้าวมันไก่"ถึงตาย ระบุ ทั้งเนื้อไก่และเลือดไก่บูดเน่าได้ง่าย

เปิดอ่าน 207,358 ครั้ง
ประโยชน์ของวิตามินแต่ละชนิด
ประโยชน์ของวิตามินแต่ละชนิด

เปิดอ่าน 10,758 ครั้ง
อายุขัยชายเกือบไล่ทันหญิง เพราะปรับเปลี่ยนนิสัยการกินอยู่เสียใหม่
อายุขัยชายเกือบไล่ทันหญิง เพราะปรับเปลี่ยนนิสัยการกินอยู่เสียใหม่

เปิดอ่าน 11,662 ครั้ง
6 วิธีสร้างเครดิตการเงินดี ขอสินเชื่อผ่านง่าย
6 วิธีสร้างเครดิตการเงินดี ขอสินเชื่อผ่านง่าย

เปิดอ่าน 11,394 ครั้ง
จิตตานุปัสสนาที่ควรรู้
จิตตานุปัสสนาที่ควรรู้

เปิดอ่าน 9,023 ครั้ง
รมต.สาธารณสุข แนะเลี้ยงลูกเทพให้พอดี ถ้าคิดว่าตอบโต้ได้ควรปรึกษาแพทย์
รมต.สาธารณสุข แนะเลี้ยงลูกเทพให้พอดี ถ้าคิดว่าตอบโต้ได้ควรปรึกษาแพทย์
เปิดอ่าน 11,489 ครั้ง
วิกฤติโลกร้อน มนุษย์ย้ายไปดาวอังคาร ปี ค.ศ.2020
วิกฤติโลกร้อน มนุษย์ย้ายไปดาวอังคาร ปี ค.ศ.2020
เปิดอ่าน 2,391 ครั้ง
การแช่แข็งตัวอ่อน กับราคาที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
การแช่แข็งตัวอ่อน กับราคาที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
เปิดอ่าน 15,088 ครั้ง
อันดับเมืองน่าอยู่
อันดับเมืองน่าอยู่
เปิดอ่าน 100,603 ครั้ง
ตัวอย่างการแต่งกายของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ
ตัวอย่างการแต่งกายของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ