ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1

ผู้รายงาน นายสุเมธ มัดธนู

หน่วยงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ปีที่ศึกษา 2564

บทคัดย่อ

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ปีการศึกษา 2564 ในด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ ด้านผลผลิต องค์ประกอบย่อยด้านผลกระทบ องค์ประกอบย่อยด้านประสิทธิผล องค์ประกอบย่อยด้านความยั่งยืน และองค์ประกอบย่อยด้านการถ่ายโยงความรู้ และ 2) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาปรับปรุงโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ผู้รายงานใช้วิธีการประเมินของ Danial L. Stufflebeam รูปแบบการประเมินแบบ CIPPiest (CIPPiest Model) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถามความคิดเห็นและการสัมภาษณ์ความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องกับโครงการ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้บริหารและผู้ดำเนินงานโครงการ ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 48 คน คณะกรรมการอำนวยการโครงการ จำนวน 5 คน ครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ จำนวน 113 คน กลุ่มผู้ร่วมโครงการ ประกอบด้วย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 347 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 1-3 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 347 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติ คือ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการศึกษาพบว่า

1. ผลการประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 โดยใช้รูปแบบ CIPPiest (CIPPiest Model) โดยภาพรวม พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการอำนวยการโครงการ มีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก

2. ผลการประเมินด้านบริบท (Context) โดยภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมาก โดยผลการประเมินของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ มีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลมีความคิดเห็นสอดคล้องกัน กล่าวคือ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดของผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคลองกับนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด (กระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) ครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ ได้แก่ โครงการมีความสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

3. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input) โดยภาพรวม พบว่า มีความหมาะสม ในระดับมาก โดยผลการประเมินของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ มีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดของผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ นักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมีความต้องการที่จะเรียนรู้ทักษะงานอาชีพ ครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ คือ คู่มือครู เอกสารประกอบการสอนจัดการเรียนการสอนรายวิชางานอาชีพมีความเพียงพอ

4. ผลการประเมินด้านกระบวนการ (Process) โดยภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมาก โดยผลการประเมินของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ มีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ มีความเห็นสอดคล้องกัน ได้แก่ ด้านการนิเทศ กำกับ ติดตามผลการจัดการเรียนรู้

5. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Products) องค์ประกอบย่อยด้านผลกระทบ (Impact) โดยภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมาก โดยผลการประเมินของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน มีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดของกลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ ได้แก่ ผู้เรียนมีความรู้และทักษะพื้นฐานเพื่อการศึกษาต่อสายอาชีพ กลุ่มของนักเรียน ได้แก่ ผู้เรียนนำความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานงานอาชีพที่เรียนไปใช้ในการแก้ปัญหาและชีวิตประจำวันได้ และกลุ่มของผู้ปกครองนักเรียน ได้แก่ ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

6. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Products) องค์ประกอบย่อยด้านประสิทธิผล (Effectiveness) โดยภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมาก โดยผลการประเมินของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพและผู้ปกครองนักเรียน มีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดของทั้ง 3 กลุ่ม คือ ผู้เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาพึงพอใจในการดำเนินงาน/กิจกรรม/โครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพ

7. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Products) องค์ประกอบย่อยด้านความยั่งยืน (Sustainability) โดยภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมาก โดยผลการประเมินของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพและผู้ปกครองนักเรียน มีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดของทั้ง 3 กลุ่ม คือ นักเรียนนำความรูที่ได้จากการเรียนการสอน การร่วมกิจกรรม โครงการไปประยุกต์ใช้ในการทำงานที่บ้าน

8. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Products) องค์ประกอบย่อยด้านการถ่ายโยงความรู้ (Transportability) โดยภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมาก โดยผลการประเมินของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ และผู้ปกครองนักเรียน มีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดของทั้ง 3 กลุ่ม คือ สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพแบบยั่งยืน สามารถถ่ายทอดความรู้ แนวคิด เกิดประโยชน์กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาศึกษาดูงาน

ผลการศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาปรับปรุง โครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ปีการศึกษา 2564 พบว่า มีปัญหาและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ดังนี้

1. ด้านบริบท พบว่า การรับทราบวัตถุประสงค์และรายละเอียดของโครงการสถานศึกษาควรมีการจัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดของโครงการอย่างชัดเจน ทุกปีการศึกษา

2. ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่า งบประมาณสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านอาชีพมี จำนวนจำกัด ไม่เพียงพอ ต่อการส่งเสริมประสบการณ์อาชีพให้แก่นักเรียนอย่างทั่วถึง ควรสร้างและหาเครือข่ายความร่วมมือ สถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมทักษะอาชีพ สร้างเป้าหมายร่วมกัน บูรณาการกิจกรรม ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมกำกับติดตาม ร่วมชื่นชม มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนตามความเหมาะสมและความพร้อมในการดำเนินการ

3. ด้านกระบวนการ พบว่า สถานศึกษาจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ และไม่ เชื่อมโยงไปสู่บริบทต่าง ๆ ของโลกอาชีพ สถานศึกษาควรจัดทำและพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นที่สอดคล้องกับสภาพความต้องการของ ตลาดแรงงาน ความต้องการของจังหวัดอุบลราชธานี บริบทของโรงเรียนและชุมชน โดยความร่วมมือของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4. ด้านผลผลิต พบว่า นักเรียนบางส่วนขาดทักษะพื้นฐานเพื่อการศึกษาต่อสายอาชีพ สถานศึกษาควรจัดกิจกรรม The Idol บุคคลต้นแบบ โดยเชิญผู้ที่ประสบความ สำเร็จในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ที่น่าสนใจ มาสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการมีอาชีพและมีงานทำ

5. ด้านผลกระทบ พบว่า ค่านิยมผู้ปกครองนักเรียน ส่งเสริมให้บุตรเรียนต่อสายสามัญ สถานศึกษาควรจัดแสดงผลงานแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ประกวดผลงานของสถานศึกษาและสถานประกอบการที่เข้าร่วมพัฒนา นำเสนอต่อสาธารณชน และยกย่องเชิดชูเกียรติ 6. ด้านประสิทธิผล พบว่า การประสานงานกับบุคลากร หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ชัดเจน สถานศึกษาควรทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถานประกอบการ หน่วยงานที่เป็นเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะอาชีพ

คำสำคัญ : การประเมินโครงการ, พัฒนาการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพ, รูปแบบการประเมิน

แบบ CIPPiest (CIPPiest Model)

โพสต์โดย ศน.สุเมธ : [20 ธ.ค. 2565 เวลา 06:18 น.]
อ่าน [101830] ไอพี : 61.19.125.30
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:31 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,982 ครั้ง
เพราะเหตุใดขณะที่ต้มไข่ จึงมีฟองอากาศลอยออกมา
เพราะเหตุใดขณะที่ต้มไข่ จึงมีฟองอากาศลอยออกมา

เปิดอ่าน 19,742 ครั้ง
WebOS เว็บโอเอส เว็บโอเอส อะไรๆ ก็ เว็บโอเอส
WebOS เว็บโอเอส เว็บโอเอส อะไรๆ ก็ เว็บโอเอส

เปิดอ่าน 32,575 ครั้ง
สำนวนอังกฤษที่จำเป็นในการจัดการโปรเจ็ค
สำนวนอังกฤษที่จำเป็นในการจัดการโปรเจ็ค

เปิดอ่าน 71,447 ครั้ง
รายชื่อและที่อยู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต
รายชื่อและที่อยู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต

เปิดอ่าน 9,055 ครั้ง
"ฟุตบอล"...สอนอะไร
"ฟุตบอล"...สอนอะไร

เปิดอ่าน 71,533 ครั้ง
5 เกมส์ฝึกพูดภาษาอังกฤษ (Speaking Skills) ในห้องเรียน
5 เกมส์ฝึกพูดภาษาอังกฤษ (Speaking Skills) ในห้องเรียน

เปิดอ่าน 14,099 ครั้ง
40 ปี โครงการหลวง สนุก ดี ใต้พระบารมีพ่อหลวง
40 ปี โครงการหลวง สนุก ดี ใต้พระบารมีพ่อหลวง

เปิดอ่าน 9,169 ครั้ง
9 เคล็ดกับการใช้เงิน สำหรับคนอายุเริ่มต้นด้วยเลข 2
9 เคล็ดกับการใช้เงิน สำหรับคนอายุเริ่มต้นด้วยเลข 2

เปิดอ่าน 52,125 ครั้ง
เก่งภาษาอังกฤษ...แบบนีน่า
เก่งภาษาอังกฤษ...แบบนีน่า

เปิดอ่าน 16,082 ครั้ง
ประโยชน์ของวิตามินบี...ที่ไม่ควรมองข้าม
ประโยชน์ของวิตามินบี...ที่ไม่ควรมองข้าม

เปิดอ่าน 16,039 ครั้ง
รับประทาน"บร็อคโคลี"ช่วยลดอาการไขข้ออักเสบได้
รับประทาน"บร็อคโคลี"ช่วยลดอาการไขข้ออักเสบได้

เปิดอ่าน 14,190 ครั้ง
การศึกษาไทย 2.0
การศึกษาไทย 2.0

เปิดอ่าน 19,435 ครั้ง
วันออกพรรษา
วันออกพรรษา

เปิดอ่าน 9,645 ครั้ง
"องุ่นทะเล" ไม้ใหญ่ประโยชน์เยอะ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
"องุ่นทะเล" ไม้ใหญ่ประโยชน์เยอะ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

เปิดอ่าน 27,704 ครั้ง
10 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขตามหลักวิทยาศาสตร์
10 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขตามหลักวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 18,382 ครั้ง
หลัก4อ. ป้องกันตัวเองให้ห่างไกลไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
หลัก4อ. ป้องกันตัวเองให้ห่างไกลไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เปิดอ่าน 12,072 ครั้ง
วิธีแต่งบ้านคลายร้อน
วิธีแต่งบ้านคลายร้อน
เปิดอ่าน 22,217 ครั้ง
พระสงฆ์กับความเป็นครู
พระสงฆ์กับความเป็นครู
เปิดอ่าน 18,057 ครั้ง
การศึกษาชำรุด-เด็กไม่รู้จักตัวเอง ปรับระบบสอบแค่แก้ปัญหาปลายเหตุ
การศึกษาชำรุด-เด็กไม่รู้จักตัวเอง ปรับระบบสอบแค่แก้ปัญหาปลายเหตุ
เปิดอ่าน 4,606 ครั้ง
4 เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับ PDPA พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
4 เรื่องไม่จริงเกี่ยวกับ PDPA พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ