ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักง

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision)

ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1

ผู้วิจัย นายสุเมธ มัดธนู

ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ

ปีที่วิจัย ปี พ.ศ. 2562-2563

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาของการบริหารงาน

วิชาการ และศักยภาพการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนรายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนา ศักยภาพครู ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครู ในการจัด การเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย แบ่งตามขั้นตอนของการวิจัย และวิธีวิจัยดังนี้ ขั้นที่ 1 การศึกษาสภาพและปัญหาของการบริหารงานวิชาการ การจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 7 คน การวิจัยเชิงปริมาณจำนวน 161 คน ขั้นที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครู ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ให้ข้อมูลในการพัฒนารูปแบบนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครู ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 เป็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 ท่าน กลุ่มเป้าหมาย ที่ทำการตรวจสอบคุณภาพและความเหมาะสมของรูปแบบการนิเทศที่ส่งผลต่อการพัฒนาครูสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน ขั้นที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครู ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 กลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรในโรงเรียนดีประจำตำบล จำนวน 3 โรงเรียน ซึ่งกำหนดให้ครูผู้สอนรายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทุกคนเป็นกลุ่มเป้าหมาย ขั้นที่ 4 การประเมินผล การใช้รูปแบบนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อ การพัฒนาศักยภาพครู ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 220 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 55 คน ครูผู้สอนรายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 165 คน ซึ่งอยู่ในโรงเรียนเดียวกันทั้งหมด เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) แบบประเมินผลการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน 2) แบบประเมินผลการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนรายวิชาการงานอาชีพ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ 4) แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ตามจุดมุ่งหมายและกรอบแนวคิดในการพัฒนาโดยวิธีการพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis) ข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป เพื่อหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

1. ผลการศึกษาศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1

1.1 ผลการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนที่เปิดสอน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 พบว่า มีคุณภาพโดยรวม อยู่ในระดับดี

1.2 ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนรายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับพอใช้

1.3 สภาพปัญหาการบริหารจัดการ พบว่า สาเหตุที่การจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร นั้น เป็นเพราะพฤติกรรมการสอนของครู เช่น ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไม่ได้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ไม่ติดตามดูแลเด็ก ไม่ทุ่มเท กิจกรรมการเรียนรู้ไม่หลากหลาย ครูไม่ครบชั้น ครูสอนไม่ตรงเอก ไม่ชอบใช้สื่อ ไม่มีนวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาการเรียนรู้ ของผู้เรียน ผู้บริหารส่วนหนึ่งขาด การสนับสนุนการใช้สื่อ ขาดความต่อเนื่องและวิธีการนิเทศที่หลากหลายในการนิเทศของศึกษานิเทศก์

2. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1ประกอบด้วย

2.1 ผลการตรวจสอบโครงร่างของรูปแบบการนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development

Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พิจารณาเห็นว่า รูปแบบการนิเทศที่แบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 มีความสอดคล้องกันในทุกประเด็นโดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ในระดับสูง คือตั้งแต่ 0.80 ถึง 1.00 ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้ กระบวนการนิเทศ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ร่วมวางแผนการนิเทศ เป็นขั้นตอนที่ผู้รับการนิเทศลงมือปฏิบัติโดยใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้นิเทศ เป็นกิจกรรมเพื่อสร้างจิตใจให้ผู้รับการนิเทศมีความพร้อม ร่วมกันศึกษาปัญหาความต้องการในการเสริมสร้างศักยภาพการจัดการเรียนรู้และการสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ ความเข้าใจด้านทักษะการจัดการเรียนรู้งานอาชีพ ช่วยให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ช่วยคลี่ปมบางประการให้เกิดผลในการปฏิบัติได้จริง ขั้นที่ 2 ร่วมทำ ร่วมพัฒนา เป็นการดูแลเพื่อให้บรรลุผลตัวชี้วัดตามความต้องการเสริมสร้างศักยภาพและปรับปรุงแก้ไขวิธีการจัดการเรียนรู้ การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ให้มีประสิทธิภาพ ขั้นที่ 3 ร่วมเรียนรู้สู่การแก้ปัญหา เพื่อให้การนิเทศแบบร่วมพัฒนามีประสิทธิผลนั้นจะต้องมีการติดตามผลเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าและประเมินผลสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย โดยการติดตามผล ขั้นที่ 4 ร่วมสะท้อนและสรุปผล เป็นขั้นตอนที่ผู้นิเทศเปิดโอกาสให้ผู้รับการนิเทศได้นำความรู้ ทักษะและเจตคติที่เกิดขึ้นใหม่จากการร่วมกันสะท้อนและสรุป เพื่อให้ได้หลักการสำคัญไปประยุกต์ใช้ในการปรับการเรียนการสอนของตนเองต่อไป มีการวางแผนที่จะกลับมาปรึกษาร่วมกันอีกครั้งว่าความรู้ความเข้าใจอันใหม่ที่ได้รับการชี้แนะครั้งนี้จะเกิดผลในทางปฏิบัติเพียงใด รวมไปถึงการตกลงร่วมกันเรื่องให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เช่น หาเอกสารมาให้ศึกษาประสานงานกับบุคคลอื่นๆ แนะนำแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมเป็นต้น การร่วมสะท้อนและสรุปผล

2.2 ผู้ทรงคุณวุฒิ มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงรูปแบบการนิเทศ

แบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครู ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ในประเด็นของหลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบและกระบวนการนิเทศตามรูปแบบ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 พบว่า

3.1 การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนก่อนพัฒนาตามรูปแบบการนิเทศ มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับพอใช้ หลังพัฒนาตามรูปแบบการนิเทศ มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก

3.2 การจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน ก่อนพัฒนาตามรูปแบบ มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับพอใช้ หลังพัฒนาตามรูปแบบฯ การจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนมีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี

3.3 ความพึงพอใจของครูและผู้บริหารโรงเรียนที่มีต่อรูปแบบการนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 พบว่า ครูและผู้บริหารโรงเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบนิเทศ โดยรวมระดับมากที่สุด

4 ผลการประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 พบว่า

4.1 การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนที่เปิดสอน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 หลังพัฒนาตามรูปแบบ การนิเทศ มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี

4.2 การจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน หลังพัฒนาตามรูปแบบการนิเทศ มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี

4.3 ความพึงพอใจของครูและผู้บริหารโรงเรียนที่มีต่อรูปแบบนิเทศ โดยรวมอยู่ในระดับมาก

กล่าวโดยสรุป รูปแบบการนิเทศแบบร่วมพัฒนา (Cooperative Development Supervision) ที่มีประสิทธิผลต่อการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ที่ผู้วิจัยสร้างและมีประสิทธิภาพเพียงพอ เหมาะสมกับการนำไปใช้ในการพัฒนาตามบริบทของแต่ละโรงเรียน

โพสต์โดย ศน.สุเมธ : [20 ธ.ค. 2565 เวลา 06:21 น.]
อ่าน [469] ไอพี : 61.19.125.30
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 23,575 ครั้ง
AutoPlay Media Studio
AutoPlay Media Studio

เปิดอ่าน 19,451 ครั้ง
สมุนไพรไทยลดความอ้วน ลดไขมัน ตัวช่วยเพื่อหุ่นสวยเป๊ะ
สมุนไพรไทยลดความอ้วน ลดไขมัน ตัวช่วยเพื่อหุ่นสวยเป๊ะ

เปิดอ่าน 17,104 ครั้ง
ชื่นฉ่ำกับผลไม้ประจำฤดูกาล
ชื่นฉ่ำกับผลไม้ประจำฤดูกาล

เปิดอ่าน 58,406 ครั้ง
อย่างเทพ! มาดูคลิปที่ใครดูต้องอมยิ้ม เมื่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเตรียมตัวไปโรงเรียนให้ลูกตอนเช้า
อย่างเทพ! มาดูคลิปที่ใครดูต้องอมยิ้ม เมื่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเตรียมตัวไปโรงเรียนให้ลูกตอนเช้า

เปิดอ่าน 14,617 ครั้ง
เกษตรทำเงิน : ปลูกสตรอเบอร์รี่แซมยางพารา แก้วิกฤติราคายางตกต่ำ
เกษตรทำเงิน : ปลูกสตรอเบอร์รี่แซมยางพารา แก้วิกฤติราคายางตกต่ำ

เปิดอ่าน 11,848 ครั้ง
วิธีถ่ายรูปให้ดูดีกว่าตัวจริง
วิธีถ่ายรูปให้ดูดีกว่าตัวจริง

เปิดอ่าน 11,800 ครั้ง
สาว 6 อาชีพกับเส้นเลือดขอด
สาว 6 อาชีพกับเส้นเลือดขอด

เปิดอ่าน 53,149 ครั้ง
จรรยาบรรณครู
จรรยาบรรณครู

เปิดอ่าน 49,211 ครั้ง
คำกล่าวทักทาย กลุ่มประเทศอาเซียน
คำกล่าวทักทาย กลุ่มประเทศอาเซียน

เปิดอ่าน 324,856 ครั้ง
ครุ ลหุ เอก โท
ครุ ลหุ เอก โท

เปิดอ่าน 11,654 ครั้ง
ทำไมต้องอ้วนเพราะเบียร์ ?
ทำไมต้องอ้วนเพราะเบียร์ ?

เปิดอ่าน 164,487 ครั้ง
กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550
กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550

เปิดอ่าน 26,009 ครั้ง
อนาคตหนังสือเรียนไทยในยุคก้าวไกลของ IT
อนาคตหนังสือเรียนไทยในยุคก้าวไกลของ IT

เปิดอ่าน 14,454 ครั้ง
"ข่า" แก้ไอเจ็บคอเสมหะผู้ใหญ่
"ข่า" แก้ไอเจ็บคอเสมหะผู้ใหญ่

เปิดอ่าน 56,731 ครั้ง
วิธีเด็ดช่วยจำศัพท์อังกฤษ
วิธีเด็ดช่วยจำศัพท์อังกฤษ

เปิดอ่าน 85,751 ครั้ง
แบบจำลองการสื่อสารของแชนนัน และวีเวอร์
แบบจำลองการสื่อสารของแชนนัน และวีเวอร์
เปิดอ่าน 18,891 ครั้ง
เกลือ สารพัดประโยชน์เพื่อความงาม ทำอะไรได้บ้าง
เกลือ สารพัดประโยชน์เพื่อความงาม ทำอะไรได้บ้าง
เปิดอ่าน 65,187 ครั้ง
เคล็ดลับ13ประการในการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
เคล็ดลับ13ประการในการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 67,432 ครั้ง
ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดน์
ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดน์
เปิดอ่าน 10,460 ครั้ง
รู้จัก "ไวรัสไข้หวัดหมู" มฤตยูสายพันธุ์ล่าสุด!
รู้จัก "ไวรัสไข้หวัดหมู" มฤตยูสายพันธุ์ล่าสุด!

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
คลินิกเสริมความงาม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ