ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาร

ชื่อเรื่อง รูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์

โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ปีที่พิมพ์ 2567

ผู้วิจัย นางสาวเอิ้มอ้อ อิ้มพัฒน์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

สังกัด โรงเรียนธาตุทองอำนวยวิทย์ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนารูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายการวิจัยเพื่อ (1) เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ (2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ (3) เพื่อศึกษาผลและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการใช้รูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ (3.1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียน (3.2) เพื่อศึกษาผลทักษะการวิเคราะห์ จากการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน ระหว่างเรียน (3.3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาที่ปีที่ 4 ที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาและยกร่างรูปแบบ ระยะที่ 2 การตรวจสอบและปรับปรุงรูปแบบ ระยะที่ 3 การนำไปทดลองใช้ภาคสนามและสรุปผลการทดลอง (4) เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 27 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินความพึงพอใจที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือจากผู้เชี่ยวชาญด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) การทดสอบค่าที่ (Dependent t-test) การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลปรากฎว่า

1. ได้รูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ มี 8 องค์ประกอบหลัก ประกอบด้วย (1) คำชี้แจง (2) หลักสูตรระดับชั้นเรียน (3) การวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (4) แบบทดสอบก่อนเรียน (5) แผนการจัดการเรียนรู้ 7 แผน (6) แบบทดสอบหลังเรียน (7) กระบวนการเสริมสร้างทักษะวิทยาศาสตร์ 8) แบบวัดความพึงพอใจ และมีวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน (Team-based Learning: TBL) มี 4 ขั้นตอนดังนี้ (1) การจัดการก่อนเข้าเรียน (2) กิจกรรมในชั้นเรียน ประกอบด้วย (2.1) ขั้นการทดสอบรายบุคคล (2.2) ขั้นอภิปรายความรู้เพื่อทดสอบรายกลุ่ม (2.3) ขั้นตรวจสอบ และเขียนสรุปแนวคิดสำคัญ (2.4) ขั้นเสนอแนะให้ความรู้เพิ่มเติม (2.4.1) นักเรียนวิเคราะห์ และนำเสนอผลการเรียนรู้ (2.4.2) ครูผู้สอนเสนอแนะ ประเมินผล สะท้อนผลการเรียนรู้ และผลของกระบวนการกลุ่ม มีชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ จำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย (1) ชุดกิจกรรมที่ 1 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมีและสมการเคมี (2) ชุดกิจกรรมที่ 2 เรื่อง การคำนวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมี และ(3) ชุดกิจกรรมที่ 3 เรื่อง สารกำหนดปริมาณและผลได้ร้อยละ

2. ได้รูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเหมาะสมมากที่สุด

3. เพื่อศึกษาผลของการใช้ได้รูปแบบการพัฒนา

3.1 ผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียน เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ จำนวน 30 ข้อ ผลปรากฏว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ย 15.96 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.47 คิดเป็นร้อยละ 53.21 และคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนหลังเรียน มีค่าเฉลี่ย 25.74 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.51 คิดเป็นร้อยละ 85.80

3.2 ผลการเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วยรูปแบบการพัฒนากับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 27 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนธาตุทองอำนวยวิทย์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ผลปรากฏว่า ค่าคะแนนประเมินผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนก่อนเรียน-หลังเรียน, คะแนนใบกิจกรรม, คะแนนการคิดวิเคราะห์, ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์, ทดสอบย่อยหลังเรียน, ประเมินการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล, ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีค่าเฉลี่ยโดยรวมเป็นร้อยละ 99.26 และผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนได้รับการจัดกิจกรรม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

3.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผลปรากฏว่า ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกใช้ทีมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับพอใจมากที่สุด ( = 4.60)

โพสต์โดย ครูอ้อ : [1 พ.ย. 2567 (08:30 น.)]
อ่าน [97612] ไอพี : 125.24.72.248
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,146 ครั้ง
ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการประชุมชี้แจง เรื่องแนวทางการปรับเงินเดือน ขรก.ที่ปรับใหม่
ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการประชุมชี้แจง เรื่องแนวทางการปรับเงินเดือน ขรก.ที่ปรับใหม่

เปิดอ่าน 240,761 ครั้ง
คำอวยพรปีใหม่ภาษาอังกฤษ
คำอวยพรปีใหม่ภาษาอังกฤษ

เปิดอ่าน 710,060 ครั้ง
ประวัติความเป็นมาของการศึกษาไทย
ประวัติความเป็นมาของการศึกษาไทย

เปิดอ่าน 19,725 ครั้ง
เปิดประตูบ้านทิศใด เจรจาความจะสำเร็จ
เปิดประตูบ้านทิศใด เจรจาความจะสำเร็จ

เปิดอ่าน 703 ครั้ง
5 ภาษาโปรแกรมที่ควรรู้จัก เพื่อก้าวทันเทคโนโลยี
5 ภาษาโปรแกรมที่ควรรู้จัก เพื่อก้าวทันเทคโนโลยี

เปิดอ่าน 11,649 ครั้ง
รู้จัก "ไวรัสไข้หวัดหมู" มฤตยูสายพันธุ์ล่าสุด!
รู้จัก "ไวรัสไข้หวัดหมู" มฤตยูสายพันธุ์ล่าสุด!

เปิดอ่าน 14,742 ครั้ง
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต

เปิดอ่าน 111,692 ครั้ง
จรรยาบรรณของวิชาชีพ 5 ด้าน 9 ข้อ ที่ครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องจำขึ้นใจ
จรรยาบรรณของวิชาชีพ 5 ด้าน 9 ข้อ ที่ครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องจำขึ้นใจ

เปิดอ่าน 7,412 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่5
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่5

เปิดอ่าน 16,452 ครั้ง
เสียว! ผลักเพื่อนลงทะเล เกือบถูกฉลามคาบไปกิน
เสียว! ผลักเพื่อนลงทะเล เกือบถูกฉลามคาบไปกิน

เปิดอ่าน 14,723 ครั้ง
อันดับเมืองน่าอยู่
อันดับเมืองน่าอยู่

เปิดอ่าน 10,323 ครั้ง
นักโภชนาการชี้ อย่าตระหนกกินเนื้อแดง-ผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูป ก่อมะเร็ง แนะหม่ำหลากหลาย
นักโภชนาการชี้ อย่าตระหนกกินเนื้อแดง-ผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูป ก่อมะเร็ง แนะหม่ำหลากหลาย

เปิดอ่าน 132,056 ครั้ง
แบบคำขอรับการประเมิน(ก.ค.ศ.1-ก.ค.ศ.1/1) และแบบรายงานฯ(ก.ค.ศ.2-ก.ค.ศ.3)
แบบคำขอรับการประเมิน(ก.ค.ศ.1-ก.ค.ศ.1/1) และแบบรายงานฯ(ก.ค.ศ.2-ก.ค.ศ.3)

เปิดอ่าน 9,275 ครั้ง
ขอเชิญร่วมงานการประชุมวิชาการนานาชาติด้านอีเลิร์นนิง ปี 2551
ขอเชิญร่วมงานการประชุมวิชาการนานาชาติด้านอีเลิร์นนิง ปี 2551

เปิดอ่าน 10,558 ครั้ง
บททดสอบก่อนเกษียณ
บททดสอบก่อนเกษียณ

เปิดอ่าน 11,067 ครั้ง
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
5 กิจกรรมส่งความสุข เพื่อสมองลูกรัก
เปิดอ่าน 28,537 ครั้ง
8 ยุทธวิธี ออกจากเงินเดือนที่ไม่พอใช้
8 ยุทธวิธี ออกจากเงินเดือนที่ไม่พอใช้
เปิดอ่าน 19,442 ครั้ง
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบ
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบ
เปิดอ่าน 976 ครั้ง
ควรดัดฟันตอนอายุเท่าไหร่ ? เผยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดัดฟัน
ควรดัดฟันตอนอายุเท่าไหร่ ? เผยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดัดฟัน
เปิดอ่าน 8,963 ครั้ง
ยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามาก
ยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามาก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ