ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ม.44 "มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน"ปฏิรูปการศึกษา??

ม.44 "มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน"ปฏิรูปการศึกษา??

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 6 ก.ค. 2559 เปิดอ่าน : 12,658 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ม.44 "มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน"ปฏิรูปการศึกษา??

Advertisement

เป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของ “กระทรวงศึกษาธิการ” ในยุครัฐบาลท็อปบู๊ท ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แค่ช่วง 14 เดือนนับตั้งแต่เมษายน 2558 “บิ๊กตู่” ก็ใช้อำนาจหัวหน้า คสช.โดยอาศัยมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประกาศใช้กฎหมายพิเศษเข้ามาแก้ไขปัญหา “กระทรวงครู” เกือบ 10 ฉบับ ยังไม่นับรวมคำสั่งตามมาตรา 44 เกี่ยวกับโยกย้ายและสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและพนักงานขององค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการอีกหลายราย

เรียกได้ว่า “กระทรวงศึกษาธิการ” เป็นหน่วยงานที่ใช้คำสั่งมาตรา 44 เปลืองที่สุด!!

ย้อนหลังตั้งแต่สมัย “บิ๊กเข้” พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ออกมา 2 ฉบับ ประเดิมด้วย คำสั่งที่ 6/2558 “โยกย้ายข้าราชการระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ” โดยหมุนเวียนสลับเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูง หรือซี 11 โดยอ้างว่า เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ตามติดด้วย คำสั่งที่ 7/2558 “การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.” ที่ล้มบอร์ดคณะกรรมการบริหารของทั้ง 3 องค์กรพ้นจากตำแหน่ง รวมถึงสั่งให้เลขาธิการคุรุสภาเลขาธิการสกสค.และผอ.องค์การค้าของ สกสค.ในสมัยนั้น หยุดการปฏิบัติหน้าที่พร้อมเริ่มปฏิบัติการตั้งทีมล้างบางการทุจริตใน สกสค.และองค์การค้าของสกสค. ตลอดจนรื้อคุรุสภาองค์กรที่ดูแลวิชาชีพครู

เข้าสู่ยุค “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีคำสั่งรัวออกมาแบบติดๆ ไล่ตั้งแต่คำสั่งที่ 8/2559 เรื่อง “การบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน” โดยโอนสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนจากสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มาไว้ใต้ปีกสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อให้การพัฒนาอาชีวศึกษาของประเทศไทยมีมาตรฐานเดียวกัน พร้อมสกัดปัญหาการเด็กตีกัน แต่ดูเหมือนยังเกิดเหตุตีกันรายวัน

จน “บิ๊กตู่” ต้องใช้ไม้แข็งออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 30/2559 กำหนด “มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา” ที่ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ “กักตัว” นักเรียนนักเลงก่อเหตุได้ 6 ชั่วโมง ลงโทษจำคุกโทษปรับแก่ผู้ยุยงให้เกิดเหตุและสูญเสียชีวิต โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนหรือทั้งจำทั้งปรับ เรียกว่าเป็นการใช้ "ไม้แข็ง" ที่สำคัญพ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่บุตรหลานกระทำด้วย

เพื่อเคลียร์การบริหารจัดการศึกษาในจังหวัด ที่มีรอยต่อและไม่สามารถบูรณาการทำงานร่วมกันได้ จึงมีคำสั่งที่ 10/2559 เรื่อง “การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค” พร้อมกับคำสั่งที่ 11/2559 “การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค” ให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 ภาค และให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจังหวัด 77 จังหวัด ซึ่งผลจากคำสั่งที่ 10/2559 ทำให้ต้องยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและคณะอนุกรรมการ ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาและให้โอนอำนาจหน้าที่ต่างๆ ไปให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอยู่ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคที่มี “รมว.ศึกษาธิการ” เป็นประธาน

คำสั่ง 2 ฉบับนี้ มีแรงกระเพื่อมรุนแรงต่อการบริหารงานบุคลากรทางการศึกษาทั้งประเทศ ตั้งแต่การโยกย้ายการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่ง 3 เดือนแรกของช่วงรอยต่อ การทำงานยังไม่ราบรื่นการบรรจุบัญชีครูผู้ช่วยที่จะหมดอายุและให้ขยายไปถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2559 ยังไม่แล้วเสร็จ คาดว่าเร็วๆ นี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ เตรียมเสนอขอใช้ มาตรา 44 เพิ่มเติมแนวทางการทำงานเพื่อ กศจ.และคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) ทำงานได้ราบรื่นขึ้น

และมีคำสั่งที่ 23/2559 เรื่อง “การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือสมศ.” โดยให้ "ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์" ผอ.สมศ.หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว

ว่ากันว่า “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจตามมาตรา 44 คำสั่งที่ 28/2559 เรื่อง “ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” หลังมีกระแสประชาชนไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะระบุจัดการศึกษาให้ฟรีแค่ 12 ปีตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น แต่ปัจจุบันรัฐจัดให้ฟรี 15 ปีตามโครงการเรียนฟรีเรียนดีอย่างมีคุณภาพ

มีกระแสเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหา “วิกฤติธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาไทย” ไม่ควรมองข้ามข้อเสนอของ “ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ” ประธานที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) ห้าม “คนนอก” หรือ "เกษียณ" เข้ามาเป็น “ผู้บริหาร” และห้าม “นายกสภา” กินตำแหน่งหลายมหาวิทยาลัย เพื่อตัดวงจรอุบาทว์ในอุดมศึกษาไทย

“มาตรา 44” เป็นกฎหมายพิเศษ เพื่อเคลียร์ข้อติดขัดในการทำงานต่างๆ ที่กฎหมายปกติจัดการไม่ได้ ครั้นจะรอแก้ไขกฎหมายก็กินเวลานานนับปีแต่คำสั่ง มาตรา 44 เมื่อมีการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา กฎหมายฉบับนั้นจะมีผลบังคับใช้ทันทีและหากพลิกดูรายละเอียดของคำสั่งทุกฉบับล้วนขึ้นต้นคำสั่งว่า “เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น”

ดังนั้นต้องจับตาว่า มาตรา 44 จะเป็น “มาสเตอร์คีย์” ที่ไขประตูทุกบานไปสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาได้อย่างแท้จริงหรือไม่!?

 

โดย ทีมข่าวการศึกษา คม ชัด ลึก

 

ที่มา คมชัดลึก

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ม.44 "มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน"ปฏิรูปการศึกษา?? , , ม.44 , , มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน , ปฏิรูปการศึกษา?? << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)

ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)
เปิดอ่าน 5,964 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ราชภัฏกับธนาคาร

ราชภัฏกับธนาคาร
เปิดอ่าน 5,737 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
แสงส่องทางจากการศึกษา

แสงส่องทางจากการศึกษา
เปิดอ่าน 9,173 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เด็กไทยเรียนฟรี เมื่อไหร่?เป็นจริง☕ คลิกอ่านเลย
เด็กไทยเรียนฟรี เมื่อไหร่?เป็นจริง
เปิดอ่าน 4,942 ครั้ง
กบฏสร้างสรรค์ทางการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
กบฏสร้างสรรค์ทางการศึกษา
เปิดอ่าน 14,586 ครั้ง
Meritocracy กับการศึกษาสิงคโปร์  มูลค่าของความสามารถ☕ คลิกอ่านเลย
Meritocracy กับการศึกษาสิงคโปร์ มูลค่าของความสามารถ
เปิดอ่าน 6,722 ครั้ง
"อยากไปโรงเรียน" โจทย์ใหญ่? พ่อแม่ช่วยลูกได้..ด้วย "สนุก"☕ คลิกอ่านเลย
"อยากไปโรงเรียน" โจทย์ใหญ่? พ่อแม่ช่วยลูกได้..ด้วย "สนุก"
เปิดอ่าน 7,087 ครั้ง
โรงเรียนสุขภาวะตอบโจทย์ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”☕ คลิกอ่านเลย
โรงเรียนสุขภาวะตอบโจทย์ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
เปิดอ่าน 12,284 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เชื้อ "ดื้อยา" อันตรายใกล้ตัวเชื้อ "ดื้อยา" อันตรายใกล้ตัว
เปิดอ่าน 7,256 ครั้ง
6 วิธี กินซูชิให้อร่อย6 วิธี กินซูชิให้อร่อย
เปิดอ่าน 9,494 ครั้ง
เจาะเทคนิค "ฝึกภาษาอังกฤษ" ทำเองได้ ไม่ยากเลยเจาะเทคนิค "ฝึกภาษาอังกฤษ" ทำเองได้ ไม่ยากเลย
เปิดอ่าน 13,234 ครั้ง
Parts of Speech    Sentence   Phrase   ClauseParts of Speech Sentence Phrase Clause
เปิดอ่าน 62,246 ครั้ง
สะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษผ่านทางโทรศัพท์แล้วฟังกันไม่รู้เรื่องใช่มั๊ย เรามีทางช่วยสะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษผ่านทางโทรศัพท์แล้วฟังกันไม่รู้เรื่องใช่มั๊ย เรามีทางช่วย
เปิดอ่าน 10,704 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ