ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมบทความการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ม.44 "มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน"ปฏิรูปการศึกษา??


บทความการศึกษา 6 ก.ค. 2559 เวลา 12:56 น.

16,103

views
Advertisement


ม.44 "มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน"ปฏิรูปการศึกษา??

เป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของ “กระทรวงศึกษาธิการ” ในยุครัฐบาลท็อปบู๊ท ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แค่ช่วง 14 เดือนนับตั้งแต่เมษายน 2558 “บิ๊กตู่” ก็ใช้อำนาจหัวหน้า คสช.โดยอาศัยมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประกาศใช้กฎหมายพิเศษเข้ามาแก้ไขปัญหา “กระทรวงครู” เกือบ 10 ฉบับ ยังไม่นับรวมคำสั่งตามมาตรา 44 เกี่ยวกับโยกย้ายและสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและพนักงานขององค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการอีกหลายราย

เรียกได้ว่า “กระทรวงศึกษาธิการ” เป็นหน่วยงานที่ใช้คำสั่งมาตรา 44 เปลืองที่สุด!!

ย้อนหลังตั้งแต่สมัย “บิ๊กเข้” พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ออกมา 2 ฉบับ ประเดิมด้วย คำสั่งที่ 6/2558 “โยกย้ายข้าราชการระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ” โดยหมุนเวียนสลับเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูง หรือซี 11 โดยอ้างว่า เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ตามติดด้วย คำสั่งที่ 7/2558 “การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.” ที่ล้มบอร์ดคณะกรรมการบริหารของทั้ง 3 องค์กรพ้นจากตำแหน่ง รวมถึงสั่งให้เลขาธิการคุรุสภาเลขาธิการสกสค.และผอ.องค์การค้าของ สกสค.ในสมัยนั้น หยุดการปฏิบัติหน้าที่พร้อมเริ่มปฏิบัติการตั้งทีมล้างบางการทุจริตใน สกสค.และองค์การค้าของสกสค. ตลอดจนรื้อคุรุสภาองค์กรที่ดูแลวิชาชีพครู

เข้าสู่ยุค “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีคำสั่งรัวออกมาแบบติดๆ ไล่ตั้งแต่คำสั่งที่ 8/2559 เรื่อง “การบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน” โดยโอนสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนจากสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มาไว้ใต้ปีกสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อให้การพัฒนาอาชีวศึกษาของประเทศไทยมีมาตรฐานเดียวกัน พร้อมสกัดปัญหาการเด็กตีกัน แต่ดูเหมือนยังเกิดเหตุตีกันรายวัน

จน “บิ๊กตู่” ต้องใช้ไม้แข็งออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 30/2559 กำหนด “มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา” ที่ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ “กักตัว” นักเรียนนักเลงก่อเหตุได้ 6 ชั่วโมง ลงโทษจำคุกโทษปรับแก่ผู้ยุยงให้เกิดเหตุและสูญเสียชีวิต โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนหรือทั้งจำทั้งปรับ เรียกว่าเป็นการใช้ "ไม้แข็ง" ที่สำคัญพ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่บุตรหลานกระทำด้วย

เพื่อเคลียร์การบริหารจัดการศึกษาในจังหวัด ที่มีรอยต่อและไม่สามารถบูรณาการทำงานร่วมกันได้ จึงมีคำสั่งที่ 10/2559 เรื่อง “การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค” พร้อมกับคำสั่งที่ 11/2559 “การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค” ให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 ภาค และให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจังหวัด 77 จังหวัด ซึ่งผลจากคำสั่งที่ 10/2559 ทำให้ต้องยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและคณะอนุกรรมการ ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาและให้โอนอำนาจหน้าที่ต่างๆ ไปให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอยู่ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคที่มี “รมว.ศึกษาธิการ” เป็นประธาน

คำสั่ง 2 ฉบับนี้ มีแรงกระเพื่อมรุนแรงต่อการบริหารงานบุคลากรทางการศึกษาทั้งประเทศ ตั้งแต่การโยกย้ายการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่ง 3 เดือนแรกของช่วงรอยต่อ การทำงานยังไม่ราบรื่นการบรรจุบัญชีครูผู้ช่วยที่จะหมดอายุและให้ขยายไปถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2559 ยังไม่แล้วเสร็จ คาดว่าเร็วๆ นี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ เตรียมเสนอขอใช้ มาตรา 44 เพิ่มเติมแนวทางการทำงานเพื่อ กศจ.และคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) ทำงานได้ราบรื่นขึ้น

และมีคำสั่งที่ 23/2559 เรื่อง “การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือสมศ.” โดยให้ "ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์" ผอ.สมศ.หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว

ว่ากันว่า “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจตามมาตรา 44 คำสั่งที่ 28/2559 เรื่อง “ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” หลังมีกระแสประชาชนไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะระบุจัดการศึกษาให้ฟรีแค่ 12 ปีตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น แต่ปัจจุบันรัฐจัดให้ฟรี 15 ปีตามโครงการเรียนฟรีเรียนดีอย่างมีคุณภาพ

มีกระแสเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหา “วิกฤติธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาไทย” ไม่ควรมองข้ามข้อเสนอของ “ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ” ประธานที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) ห้าม “คนนอก” หรือ "เกษียณ" เข้ามาเป็น “ผู้บริหาร” และห้าม “นายกสภา” กินตำแหน่งหลายมหาวิทยาลัย เพื่อตัดวงจรอุบาทว์ในอุดมศึกษาไทย

“มาตรา 44” เป็นกฎหมายพิเศษ เพื่อเคลียร์ข้อติดขัดในการทำงานต่างๆ ที่กฎหมายปกติจัดการไม่ได้ ครั้นจะรอแก้ไขกฎหมายก็กินเวลานานนับปีแต่คำสั่ง มาตรา 44 เมื่อมีการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา กฎหมายฉบับนั้นจะมีผลบังคับใช้ทันทีและหากพลิกดูรายละเอียดของคำสั่งทุกฉบับล้วนขึ้นต้นคำสั่งว่า “เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น”

ดังนั้นต้องจับตาว่า มาตรา 44 จะเป็น “มาสเตอร์คีย์” ที่ไขประตูทุกบานไปสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาได้อย่างแท้จริงหรือไม่!?

 

โดย ทีมข่าวการศึกษา คม ชัด ลึก

 

ที่มา คมชัดลึก

 


ม.44 "มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน"ปฏิรูปการศึกษา??ม.44มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตันปฏิรูปการศึกษา??

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คนคือความท้าทาย

คนคือความท้าทาย


เปิดอ่าน 8,860 ครั้ง
ซูปเปอร์ไฮเวย์การศึกษา

ซูปเปอร์ไฮเวย์การศึกษา


เปิดอ่าน 8,570 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น

ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น

เปิดอ่าน 13,399 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ปฏิรูปการศึกษา ติดอาวุธครูสอนคิด
ปฏิรูปการศึกษา ติดอาวุธครูสอนคิด
เปิดอ่าน 10,037 ☕ คลิกอ่านเลย

บทความพิเศษ "เมื่อระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว"
บทความพิเศษ "เมื่อระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว"
เปิดอ่าน 17,747 ☕ คลิกอ่านเลย

การศึกษาในอนาคต
การศึกษาในอนาคต
เปิดอ่าน 22,348 ☕ คลิกอ่านเลย

"ฟุตบอล"...สอนอะไร
"ฟุตบอล"...สอนอะไร
เปิดอ่าน 9,281 ☕ คลิกอ่านเลย

นัยสำคัญยุทธศาสตร์การศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเชียน อย่างยั่งยืนสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย
นัยสำคัญยุทธศาสตร์การศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเชียน อย่างยั่งยืนสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย
เปิดอ่าน 4,900 ☕ คลิกอ่านเลย

สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก ปี 2557
สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก ปี 2557
เปิดอ่าน 10,993 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

5 สิ่งไม่ควรทำหลังทานอาหารเสร็จใหม่ ๆ
5 สิ่งไม่ควรทำหลังทานอาหารเสร็จใหม่ ๆ
เปิดอ่าน 22,062 ครั้ง

11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ
11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ
เปิดอ่าน 20,096 ครั้ง

12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
เปิดอ่าน 13,970 ครั้ง

บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู
เปิดอ่าน 149,340 ครั้ง

5 เคล็ดลับทำตอนเช้า ลด "ไขมันพอกตับ" ได้จริง แถมสุขภาพดีขึ้น
5 เคล็ดลับทำตอนเช้า ลด "ไขมันพอกตับ" ได้จริง แถมสุขภาพดีขึ้น
เปิดอ่าน 15,224 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ