ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ผลกระทบของการใช้โซเชียลมีเดียต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1

บทคัดย่อ

ชื่องานวิจัย ผลกระทบของการใช้โซเชียลมีเดียต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1

ชื่อผู้วิจัย นางสาวอรอนงค์ พงศ์หิรัญ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศ

สถาบัน วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต

ระยะเวลาดำเนินการวิจัย 3 เดือน

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 33 คน ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต โดยมุ่งเน้นศึกษาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลัก ได้แก่ Facebook, Instagram และ TikTok เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้วิธีการทางสถิติเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายลักษณะพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างเวลาที่ใช้กับโซเชียลมีเดียและผลการเรียน นอกจากนี้ งานวิจัยยังมุ่งหาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย

บทที่ 1

บทนำ

1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเป็นวัยที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีการเชื่อมต่อสื่อสารกับผู้อื่นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างแพร่หลาย แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Facebook, Instagram และ TikTok ได้เข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมการสื่อสาร การสร้างเครือข่ายทางสังคม และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างไรก็ตาม การใช้งานโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ย่อมส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งอาจรวมถึงสมาธิในการเรียน การจัดการเวลา การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ และการปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาวิชาการ

นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นกลุ่มนักเรียนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี และมีความคุ้นเคยกับการใช้เครื่องมือดิจิทัลเป็นอย่างดี แต่ก็เป็นวัยที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ระบบการเรียนในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งอาจต้องการการเรียนรู้ที่มีรูปแบบเฉพาะ การศึกษาถึงพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของนักเรียนกลุ่มนี้ และความเชื่อมโยงกับผลการเรียน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้น และนำไปสู่การส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ และลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น

1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, TikTok) ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต

2. เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่นักเรียนใช้กับโซเชียลมีเดียและผลการเรียน

3. เพื่อหาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย

1.3 คำถามการวิจัย

1. นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มีพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, TikTok) อย่างไร

2. มีความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่นักเรียนใช้กับโซเชียลมีเดียและผลการเรียนของนักเรียนกลุ่มนี้อย่างไร

3. มีแนวทางในการส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายอย่างไร

1.4 ขอบเขตของการวิจัย

เนื้อหา: การวิจัยนี้จะศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ TikTok รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ใช้กับโซเชียลมีเดียและผลการเรียน และข้อเสนอแนะในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อการเรียนรู้

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง: นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 33 คน วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต

ระยะเวลา: การวิจัยนี้จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ภายในระยะเวลา 3 เดือน

1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. ได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, TikTok) ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน

2. ได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่นักเรียนใช้กับโซเชียลมีเดียและผลการเรียน

3. ได้หาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย

1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ

โซเชียลมีเดีย (Social Media): หมายถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างและแบ่งปันเนื้อหา รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ในงานวิจัยนี้จะเน้นที่ Facebook, Instagram และ TikTok

พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย: หมายถึงลักษณะ รูปแบบ ความถี่ ระยะเวลา และวัตถุประสงค์ในการใช้งานแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ TikTok ของนักเรียน

ผลการเรียน: หมายถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ซึ่งวัดจากเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) หรือผลการเรียนเฉลี่ยในรายวิชาที่เกี่ยวข้อง (จะระบุให้ชัดเจนในส่วนการเก็บข้อมูล)

การใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้: หมายถึงการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา เช่น การสืบค้นข้อมูล การเข้าร่วมกลุ่มเรียนรู้ การแบ่งปันความรู้ การติดตามข่าวสารวิชาการ การสื่อสารกับอาจารย์และเพื่อนในชั้นเรียน

ระเบียบวิธีวิจัย

3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากร: นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ

วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต

กลุ่มตัวอย่าง: นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ

จำนวน 64 คน ที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมการวิจัยนี้ โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง)

3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือหลักที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ แบบสอบถาม (Questionnaire) ซึ่งออกแบบมาเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ

1. ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม (เช่น เพศ, อายุ)

2. พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, TikTok) ประกอบด้วย:

- ความถี่ในการใช้งาน

- ระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละวัน/สัปดาห์

- วัตถุประสงค์หลักในการใช้งาน (เพื่อความบันเทิง, เพื่อการสื่อสาร, เพื่อการเรียนรู้, อื่นๆ)

- แพลตฟอร์มที่ใช้งานบ่อยที่สุด

- พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย (เช่น การเข้าร่วมกลุ่มเรียน, การติดตามเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาการ)

3. ผลการเรียน

3.3 การสร้างและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ

การสร้างแบบสอบถาม: ผู้วิจัยได้ศึกษาทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกรอบเนื้อหาของแบบสอบถาม จากนั้นจึงดำเนินการสร้างข้อคำถามให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการวิจัย โดยแบ่งข้อคำถามออกเป็นส่วนต่างๆ

การตรวจสอบความตรง (Validity): นำแบบสอบถามไปให้ผู้เชี่ยวชาญ (เช่น อาจารย์ที่ปรึกษา, อาจารย์ผู้สอนในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ) จำนวน 3-5 ท่าน ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา (Content Validity) และความเหมาะสมของภาษา หากมีข้อเสนอแนะ จะนำมาปรับปรุงแก้ไข

การตรวจสอบความเที่ยง (Reliability): นำแบบสอบถามฉบับปรับปรุงไปทดลองใช้ (Try-out) กับกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างจริง แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างที่จะนำมาวิเคราะห์ (เช่น นักเรียน ปวช. ชั้นปีอื่น หรือสาขาอื่น) จำนวนประมาณ 10-15 คน จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณค่าความเที่ยง (Reliability Coefficient) เช่น Cronbach’s Alpha Coefficient หากมีค่าน้อยกว่า 0.70 จะทำการปรับปรุงข้อคำถามที่ไม่เที่ยง

3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล

1. ขออนุญาตดำเนินการวิจัยจากผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต

2. ประสานงานกับอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ประจำสาขา เพื่อขอความร่วมมือในการชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัยและแจกแบบสอบถามแก่นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย

3. แจกแบบสอบถามให้กับนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 64 คน

4. ชี้แจงวิธีการตอบแบบสอบถามแก่นักเรียน ให้คำแนะนำ และสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้รับจะเป็นความลับ

5. เก็บรวบรวมแบบสอบถามที่สมบูรณ์คืนจากนักเรียน

3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล

ข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามจะถูกนำมาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ดังนี้

สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics): ใช้เพื่ออธิบายลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง และลักษณะพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย โดยใช้วิธีการบรรยายด้วยความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ (Correlation Analysis): เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร "เวลาที่ใช้กับโซเชียลมีเดีย" และ "ผลการเรียน" จะใช้วิธีการสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Correlation Coefficient) หากข้อมูลเป็นไปตามข้อตกลงเบื้องต้นของสถิติ (Parametric Assumption) หรือใช้การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน (Spearman’s Rank Correlation Coefficient) หากข้อมูลไม่เป็นไปตามข้อตกลงเบื้องต้น

ผลการวิจัย

4.1 ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง

ตารางแสดงร้อยละและจำนวนนักเรียนจำแนกตามเพศ

จากภาพ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน คิดเป็นผู้ชายร้อยละ 78.1 และ คิดเป็นผู้หญิงร้อยละ 21.9

เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ณ ภาคเรียนล่าสุด

จากภาพ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน มีเกรดเฉลี่ยสะสม 3.51-4.00 คิดเป็นร้อยละ 37.5

มีเกรดเฉลี่ยสะสม 3.01-3.50 คิดเป็นร้อยละ 43.8 มีเกรดเฉลี่ยสะสม 2.51-3.00 คิดเป็นร้อยละ 12.5 และ มีเกรดเฉลี่ยสะสม 2.01-2.50 คิดเป็นร้อยละ 6.3 นักเรียนส่วนใหญ่มีเกรดเฉลี่ยสะสม 3.01-3.50 คิดเป็นร้อยละ 43.8

4.2 พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, TikTok)

นักเรียนนิยมใช้ โซเชียลมีเดียใดมากที่สุด

จากภาพ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน นิยมใช้โซเชียลมีเดียบนแพลตฟอร์ม Facebook คิดเป็นร้อยละ 9.1 Instargram คิดเป็นร้อยละ 54.5 Tiktok คิดเป็นร้อยละ 36.4 และส่วนใหญ่นักเรียนนิยมใช้แพลตฟอร์ม

ตารางแสดงร้อยละของวัตถุประสงค์หลักในการใช้งานโซเชียลมีเดีย

จากภาพ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน มีวัตถุประสงค์หลักในการติดต่อสื่อสาร คิดเป็นร้อยละ 69.9 ใช้ในการรับชม/โพสรูปภาพ วิดีโอ คิดเป็นร้อยละ 60 ใช้ในการติดตามข่าวสาร/ความบันเทิง คิดเป็นร้อยละ 22 ใช้ในการหาข้อมูล/เข้าร่วมกลุ่มการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 11.4 ใช้ในการซื้อขายสินค้า คิดเป็นร้อยละ 14.3 จาการสำรวจนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน นิยมใช้โซเชียลมีเดียในการการติดต่อสื่อสาร มากที่สุด

4.3 พฤติกรรมการเรียนรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย

จากภาพ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน มีพฤติกรรมการเรียนรู้ผ่านโซเชียลมีเดียโดยใช้ในการสืบค้นเพื่อการเรียนรู้ มีความถี่ทำประจำมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 20 ใช้ในการเข้ากลุ่มการเรียนรู้หรือกลุ่มรายวิชา มีความถี่ทำบ้าง มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 14 ใช้ในการติดตามเพจที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน มีความถี่ทำบ้าง มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 18 ใช้ในการปรึกษาหรือสอบถามเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนกับเพื่อหรืออาจารย์ มีความถี่ทำบ้าง มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 17 ใช้ในการช่วยสืบค้นหาข้อมูลในการเรียนรู้ มีความถี่ทำประจำ มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 20

4.4 เวลาที่ใช้กับโซเชียลมีเดียและผลการเรียน

โดยประมาณ ท่านใช้เวลาทั้งหมดกับโซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, TikTok รวมกัน) ในแต่ละวันนานเท่าใด

จากภาพ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน ใช้เวลากับโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน มากกว่า 4 ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 45 ใช้เวลากับโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน 3-4 ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 20 ใช้เวลากับโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน 2-3 ชั่วโมง ใช้เวลากับโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน 1-2 ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 2.9 ใช้เวลากับโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน น้อยกว่า 1 ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 0 จากการสำรวจนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน ใช้เวลากับโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน มากกว่า 4 ชั่วโมง มากที่สุด

4.5 ผลการเรียน (เกรดเฉลี่ยสะสม GPAX)

จากภาพ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน มีผลการเรียน 3.51 – 4.00 คิดเป็นร้อยละ 40 มีผลการเรียน 3.01-3.50 คิดเป็นร้อยละ 45.7 มีผลการเรียน 2.51-3.00 คิดเป็นร้อยละ 5.7 มีผลการเรียน 2.01-2.50 คิดเป็นร้อยละ 8.6 จากการสำรวจนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต จำนวน 33 คน มีผลการเรียนส่วนมาก 3.01-3.50

บทที่ 5

สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 33 คน ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต โดยมุ่งเน้นศึกษาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลัก ได้แก่ Facebook, Instagram และ TikTok เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้วิธีการทางสถิติเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายลักษณะพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างเวลาที่ใช้กับโซเชียลมีเดียและผลการเรียน นอกจากนี้ งานวิจัยยังมุ่งหาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย

สรุปผลการวิจัย

1. นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต มีพฤติกรรมใช้ Instagram โดยใช้ในการติดต่อสื่อสาร มากที่สุดและใช้งานเกี่ยวกับการศึกษาในระดับมาก

2. นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิคพิชญบัณฑิต มีพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียอยู่ในระดับมากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน แต่พบว่านักเรียนมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ 3.01-3.50 ซึ่งอยู่ในระดับดี

เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่นักเรียนใช้กับโซเชียลมีเดียและผลการเรียนของนักเรียนแล้ว สรุปได้ว่าการใช้โซเชียลมีเดียของนักเรียนไม่ผลกระทบของต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป

ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการใช้โซเชียลมีเดียและไม่ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อได้ทำการวิจัยให้เกิดข้อแตกต่างที่ชัดเจนมากขึ้น

โพสต์โดย อรอนงค์ พงศ์หิรัญ : [18 ธ.ค. 2568 (11:38 น.)]
อ่าน [3867] ไอพี : 171.101.148.43
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 73,244 ครั้ง
มารยาทในการกล่าวขอบคุณ(Thank you)
มารยาทในการกล่าวขอบคุณ(Thank you)

เปิดอ่าน 16,654 ครั้ง
แบบออกกำลังพื้นฐาน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
แบบออกกำลังพื้นฐาน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10

เปิดอ่าน 10,084 ครั้ง
มากกว่า Like! เฟซบุ๊กเตรียมเปิดตัวปุ่ม "Want" เร็ว ๆ นี้
มากกว่า Like! เฟซบุ๊กเตรียมเปิดตัวปุ่ม "Want" เร็ว ๆ นี้

เปิดอ่าน 17,056 ครั้ง
อินจัด แชร์กันว่อนไปทั่วโลก โฆษณาของไทย
อินจัด แชร์กันว่อนไปทั่วโลก โฆษณาของไทย

เปิดอ่าน 12,536 ครั้ง
เปิดตัว Google Instant ค้นหาข้อมูลเร็วกว่าเดิม
เปิดตัว Google Instant ค้นหาข้อมูลเร็วกว่าเดิม

เปิดอ่าน 12,278 ครั้ง
ผลวิจัยใหม่ระบุ "ความสุข" ไม่ทำให้อายุยืน
ผลวิจัยใหม่ระบุ "ความสุข" ไม่ทำให้อายุยืน

เปิดอ่าน 3,483 ครั้ง
ศาสนา เรื่องที่ไม่เคยรู้ ตอนที่ 1 สาระน่ารู้ตามหลักศาสนาพุทธ  เรื่อง การถวายสังฆทาน
ศาสนา เรื่องที่ไม่เคยรู้ ตอนที่ 1 สาระน่ารู้ตามหลักศาสนาพุทธ เรื่อง การถวายสังฆทาน

เปิดอ่าน 14,159 ครั้ง
ศธ.เปิด ตู้ ปณ. 319 รับเรื่องร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสและข้อเสนอแนะถึง รมว.ศธ.โดยตรง
ศธ.เปิด ตู้ ปณ. 319 รับเรื่องร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสและข้อเสนอแนะถึง รมว.ศธ.โดยตรง

เปิดอ่าน 13,593 ครั้ง
การทดลองน่าทึ่ง เมื่อญี่ปุ่นทดสอบความซื่อสัตย์ของเด็ก ผลปรากฏว่า..
การทดลองน่าทึ่ง เมื่อญี่ปุ่นทดสอบความซื่อสัตย์ของเด็ก ผลปรากฏว่า..

เปิดอ่าน 48,228 ครั้ง
ทำไมหยดน้ำจึงกลิ้งบนใบบัวได้
ทำไมหยดน้ำจึงกลิ้งบนใบบัวได้

เปิดอ่าน 33,423 ครั้ง
ทำไมคนเราต้องกระพริบตา
ทำไมคนเราต้องกระพริบตา

เปิดอ่าน 23,482 ครั้ง
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน

เปิดอ่าน 24,459 ครั้ง
เทรนด์ใหม่ แต่บ้านสวยด้วย wall stickers
เทรนด์ใหม่ แต่บ้านสวยด้วย wall stickers

เปิดอ่าน 18,116 ครั้ง
ประวัติไข้หวัดใหญ่ที่เคยระบาดบนโลก
ประวัติไข้หวัดใหญ่ที่เคยระบาดบนโลก

เปิดอ่าน 21,427 ครั้ง
ที่มาของคำว่า "อัสสัมชัญ"
ที่มาของคำว่า "อัสสัมชัญ"

เปิดอ่าน 17,827 ครั้ง
6 ข้อดีของการพาลูกไปที่ทำงาน
6 ข้อดีของการพาลูกไปที่ทำงาน
เปิดอ่าน 1,023 ครั้ง
โรงงานขึ้นรูปพลาสติกมีบริการอย่างไร เหมาะกับอุตสาหกรรมแบบใด
โรงงานขึ้นรูปพลาสติกมีบริการอย่างไร เหมาะกับอุตสาหกรรมแบบใด
เปิดอ่าน 38,040 ครั้ง
ธนบัตรไทยรุ่นแรก
ธนบัตรไทยรุ่นแรก
เปิดอ่าน 10,556 ครั้ง
3 กุมภาพันธ์ ... วันทหารผ่านศึก
3 กุมภาพันธ์ ... วันทหารผ่านศึก
เปิดอ่าน 212,155 ครั้ง
ระบบย่อยอาหาร
ระบบย่อยอาหาร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ