การวิจัย เรื่องการพัฒนารูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิด
ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) 2 วงรอบ คือวงรอบที่ 1 (R1D1) และวงรอบที่ 2 (R2D2) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ที่ออกแบบเป็นแบบวิจัยผสมผสาน พหุระยะ (Multi-phase Mixed Methods) มีการดำเนินการ 2 วงรอบ 4 ระยะ มีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ความต้องการและแนวทางการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง 2) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 1 คน ครู จำนวน 27 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน (ยกเว้นผู้บริหารโรงเรียนและผู้แทนครูผู้สอน) นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 287 คน ผู้ปกครอง จำนวน 287 คน รวมทั้งสิ้น 615 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 1 คน ครู จำนวน 17 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ครูที่รับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนที่ใช้หลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน (ยกเว้นผู้บริหารโรงเรียนและผู้แทนครูผู้สอน) ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 68 คน และผู้ปกครองของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 68 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) รวมทั้งสิ้น 167 คน สำหรับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานใช้ประชากรในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ วิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง แบบบันทึกการสนทนากลุ่มประเด็นการวิพากษ์โมเดลโดยการสนทนากลุ่ม แบบประเมินความถูกต้องตามหลักวิชาการ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง แบบประเมินคุณภาพคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมทักษะอาชีพของครู โรงเรียนบ้านมะปริง แบบประเมินความสามารถในการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ของครูโรงเรียนบ้านมะปริง แบบประเมินทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 แบบประเมินทักษะอาชีพของผู้เรียนที่เกิดขึ้นจากการใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง ตามความคิดเห็นของผู้เรียน แบบประเมินประโยชน์ของรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียน โรงเรียนบ้านมะปริง และแบบประเมินการยอมรับนวัตกรรมจากการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้องชื่อนวัตกรรม รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน ความต้องการและแนวทางการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง พบว่า
1.1 สภาพปัจจุบัน การบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง พบว่า นโยบายและแผนระดับต่าง ๆ มีเป้าหมายทิศทางการพัฒนาด้านทักษะอาชีพ โรงเรียนออกแบบหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนได้เลือกเรียน สร้างภาวะผู้นำมอบหมายหน้าที่ครูระดับมัธยมศึกษาตอนต้นร่วมกันจัดการเรียนการสอนและจัดโครงการสานฝันสู่อาชีพ จัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมทางด้านกายภาพและสนับสนุนงบประมาณการเพียงพอ
1.2 ความต้องการการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง พบว่า นโยบายและแผนระดับต่าง ๆ ควรมีการกำหนดเป้าหมายการส่งเสริมด้านทักษะอาชีพเป็นทิศทางให้โรงเรียนนำสู่การปฏิบัติ ควรพัฒนาระบบบริหารจัดการแบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม ควรจัดวัสดุอุปกรณ์ ห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนการสอนและจัดการศึกษาให้มีมาตรฐานขั้นต่ำด้านความรู้ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะการทำงานที่สอดคล้องกับบริบทความต้องการของผู้ปกครอง ชุมชนและประเทศ
1.3 แนวทางการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการศึกษาและวิเคราะห์ 2. ด้านกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ 3. ด้านกระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และ 4. ด้านการประเมินผล
2. ผลการพัฒนาและตรวจสอบรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง พบว่า
2.1 รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง ประกอบด้วย 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการดำเนินงาน 4) แนวทางการประเมิน 5) เงื่อนไขความสำเร็จ โดยกระบวนการดำเนินงานตามรูปแบบ SE-PLC-E Model ประกอบด้วยการศึกษาและวิเคราะห์ (Study and analyze) กระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ (Efficient operation process) กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการประเมินผล (Evaluation)
2.2 ผลการประเมินความถูกต้องตามหลักวิชาการ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (=4.91, =0.07)
2.3 ผลการประเมินคุณภาพคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริงโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (=4.84, =0.10)
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง
3.1 ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมทักษะอาชีพของครู โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.61, S.D. =0.46)
3.2. ความสามารถในการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ของครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.63, S.D. =0.04) และอยู่ในระดับมากที่สุดทุกหลักสูตร เมื่อพิจารณาเป็นรายหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ของครู พบว่า หลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ หลักสูตรรอเยาะแดนใต้ อัตลักษณ์ในจาน รากฐานวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ( =4.73, S.D. =0.09) รองลงมาคือ หลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ถางกั่ว (candy) ตาลโตนด สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ( =4.72, S.D. =0.12) ส่วนหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ หลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER เมี่ยงคำป๊อบครบรส ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ( =4.59, S.D. =0.16)
3.3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาทักษะอาชีพระดับสถานศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 15 หลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีเยี่ยม (ร้อยละ 82.05) เมื่อพิจารณาเป็นรายหลักสูตร พบว่า อยู่ในระดับดีเยี่ยม จำนวน 9 หลักสูตร อยู่ในระดับดีมาก จำนวน 6 หลักสูตร
3.4 การประเมินทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 จำแนกรายทักษะอาชีพ พบว่า ผู้เรียนมีทักษะอาชีพอยู่ในระดับมากที่สุดทุกทักษะ เมื่อพิจารณาเป็นรายทักษะ พบว่า ทักษะที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ทักษะการแสวงหาความรู้ รองลงมาคือ ทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการจัดการ และทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ตามลำดับ และเมื่อจำแนกเป็นรายชั้น พบว่า ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะอาชีพมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าชั้นอื่น ๆ รองลงมา คือ ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามลำดับ
3.5 ผลการประเมินทักษะอาชีพของผู้เรียนที่เกิดขึ้นจากการใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง ตามความคิดเห็นของผู้เรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.60, S.D. =0.11) และอยู่ในระดับมากที่สุดทุกทักษะ และเมื่อพิจารณาเป็นรายทักษะ พบว่า ทักษะที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล ( =4.64, S.D. =0.21) รองลงมาคือ ทักษะการแสวงหาความรู้ ( =4.61, S.D. =0.24) ทักษะการจัดการ ( =4.60, S.D. =0.26) ทักษะการทำงานเป็นทีม ( =4.59, S.D. =0.24) ส่วนทักษะที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ( =4.56, S.D. =0.28)
4. ผลการประเมินการใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง
4.1 ผลการประเมินประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง พบว่า ครูมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.64, S.D.=0.22) และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (=4.60, =0.29)
4.2 ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง พบว่า
4.2.1 ครูมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง อยู่ในระดับมาก ( =4.40, S.D.=0.28)
4.2.2 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง อยู่ในระดับมากที่สุด (=4.66, =0.31)
4.2.3 ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง อยู่ในระดับมาก ( =4.35, S.D.=0.38)
4.2.4 ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง อยู่ในระดับมาก ( =4.22, S.D.=0.48)
4.3 ผลการศึกษาผลความสำเร็จของการใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง ปีการศึกษา 2565-2567 สรุปได้ดังนี้
4.3.1 ผลความสำเร็จการใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง ด้านคุณภาพผู้เรียน พบว่า ร้อยละของจำนวนผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 2.5 ขึ้นไป และจำนวนร้อยละของผู้เรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไป มีแนวโน้มพัฒนาการดีขึ้น
4.3.2 การใช้รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริงส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องทั้งในด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนและการจัดชั้นเรียน การวัดและประเมินผลและการนำผลการประเมินไปใช้
4.3.3 รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริงนำไปสู่ ความดีเด่นของโรงเรียนในด้านการจัดการศึกษาและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับจากชุมชนและสถานศึกษา และต้นสังกัด รวมทั้งเป็นแหล่งการเรียนรู้ แหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานทางการศึกษา ผู้ปกครองและชุมชนอย่างต่อเนื่องในทุกปีการศึกษา
4.4 ผลการประเมินการยอมรับนวัตกรรมจากการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้องชื่อนวัตกรรม รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 มีการยอมรับนวัตกรรมจากการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้องชื่อนวัตกรรม รูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่น SOFT POWER ตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะปริง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.69, S.D. =0.21)